โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

“แกร็บฟู้ด”เปิด 5 เทรนด์อาหารมาแรงข้ามปีที่ยังคงได้ไปต่อในปี 2026

เดลินิวส์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เผย 5 เทรนด์อาหารมาแรงข้ามปีที่ยังคงได้ไปต่อในปี 2026 จากรายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026” (A Comprehensive Guide for 2026 Restaurateurs) ซึ่งเปิดตัว…

เผย 5 เทรนด์อาหารมาแรงข้ามปีที่ยังคงได้ไปต่อในปี 2026 จากรายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026” (A Comprehensive Guide for 2026 Restaurateurs) ซึ่งเปิดตัวในงานประกาศรางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 มีอะรไบ้างไปดูกัน เริ่มที่

“มัทฉะ พิสตาชิโอ เผือก” 3 รสชาติครองเมือง

  • ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2025 ถือเป็นปีทองของ “มัทฉะ'” ที่ได้รับความนิยมทั่วบ้านทั่วเมืองและยังคงเป็นกระแสต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ ในขณะที่อีกสองรสชาติที่มาแรงไม่แพ้กันคือ “พิสตาชิโอ” ซึ่งกลายเป็นวัตถุดิบดาวรุ่งที่อยู่ในเมนูของหวานและเบอเกอรีสุดฮิต อาทิ “พิสตาชิโอทีรามิสุ” จากร้าน PISTA& หรือ “ทาร์ตไข่พิสตาชิโอ” จากร้าน Hashtag B การันตีความนิยมด้วยยอดการค้นหาเมนูพิสตาชิโอบน GrabFood ที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวในปีที่ผ่านมา
  • อีกรสชาติที่น่าจับตามองคือ “เผือก” ซึ่งมาแรงมากในหมวดเครื่องดื่ม โดยในปีที่ผ่านมาเมนู “ชานมเผือก” กลายเป็นไฮไลท์ไอเท่มที่หลายร้านเพิ่มขึ้นมา ทั้งยังมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวบน GrabFood โดยทั้งสามรสชาติสะท้อนรสนิยมของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มฟู้ดดี้ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ “เรียบง่ายแต่หรูหรา” (Calming Luxury) และยังคงได้ไปต่อในปีนี้

“ซาวโดวจ์-แซนด์วิช” เมนูคราฟท์เบเกอรีมาแรง

  • ยุคนี้เมนูเบเกอรีทั่วไปอาจไม่พอ เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการที่ “พิถีพิถัน”' มากขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคุณภาพของแป้งและเนื้อสัมผัสของขนมปัง จนทำให้ “คราฟท์เบเกอรี” (Craft Bakery) กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่เฉพาะกลุ่มนิช (Niche) หรือสายสุขภาพ สะท้อนผ่านกระแสความนิยมของ “ซาวโดวจ์” (Sourdough) หรือขนมปังหมักยีสต์ธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยเปลือกกรอบ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และมีรสเปรี้ยวปลายลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูยอดฮิตอย่าง “ซาวโดวจ์ แซนวิช” (Sourdough Sandwich) จากร้าน Holey Artisan Bakery และ BARTELS
    • ขณะเดียวกัน เทรนด์การจับคู่เลเยอร์รสชาติซับซ้อนที่เรียกว่า “Flavor Profile Pairing” ก็กำลังมาแรง อย่างการผสานเทคนิคตะวันตกเข้ากับรสจัดจ้านแบบไทยของเมนู “เบเกิลข้าวซอย” ที่เกิดจากการคอลแลปส์ระหว่างร้านเบเกิลสัญชาติสิงคโปร์อย่าง Two Men Bagel และร้านอองตอง ข้าวซอยจากเชียงใหม่ ก็มอบประสบการณ์แปลกใหม่ได้อย่างลงตัว

“เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์” ปรับแต่งได้ ถ่ายรูปสวย

  • ปัจจุบันเครื่องดื่มหนึ่งแก้วเป็นมากกว่าแค่ตัวช่วยดับกระหาย แต่ยังต้องช่วยสะท้อนไลฟ์สไตล์และเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่เพิ่มขึ้น เราจึงเริ่มเห็นเทรนด์ของ “เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์” (Customized Drinks) ได้รับความนิยมมากขึ้น อย่างร้าน Boost Juice Bar หรือ PASH Juices and Smoothies ที่ไม่ได้ขายแค่เมนูมาตรฐาน แต่ลูกค้าสามารถเพิ่ม Functional Add-on ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น โปรตีนพืช คอลลาเจน หรือพรีไบโอติกส์ ที่ช่วยเปลี่ยนเครื่องดื่มแก้วโปรดให้กลายเป็นตัวช่วยด้านสุขภาพที่ทุกคนออกแบบเองได้
    [* นอกจากนี้ “รูปลักษณ์” ยังกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้รสชาติ เพราะในยุคโซเชียลมีเดีย เครื่องดื่มในมือทำหน้าที่เสมือน “เครื่องประดับ” ที่ช่วยคอมพลีทลุคสะท้อนรสนิยมของผู้บริโภค อย่างเมนู “ทอฟฟี่คอฟฟี่ลาเต้” \(Toffee Coffee Latte\) จากร้าน 1:2 Coffee หรือสมูทตี้เลเยอร์สีสวยหลากหลายเมนูจากร้าน Oh\! Juice และ PLANTIFUL ที่ฮิตติดลมบนไปทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องดื่มยุคใหม่อร่อยอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง “ถ่ายรูปสวย” เพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์และสะท้อนตัวตนของผู้ดื่มไปพร้อมกัน ]

ไวรัลเมนูจาก “จีน เกาหลี ญี่ปุ่น” ที่ Gen Z ต้องเช็กอิน

  • วัฒนธรรมจากประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ยังคงแผ่ขยายอิทธิพลมายังประเทศไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปิน ภาพยนตร์หรือดนตรี รวมไปถึง “เมนูอาหาร” ทั้งคาวและหวานที่ตบเท้าเดินหน้าเข้ามาสร้างกระแสไวรัลให้กับผู้บริโภคชาวไทยแบบไม่มีพัก เห็นได้จากความนิยมของเมนูอย่าง “โอซาก้า ครีมพัฟ” (Osaka Cream Puff) จากญี่ปุ่น ของร้าน The Pastry&Co ที่นำเสนอแป้งพัฟอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น มาพร้อมไส้ครีมคัสตาร์ดทะลักเนื้อเนียนละมุน
    [    * หรือเมนูสุดไวรัลภาคต่อของช็อกโกแลตดูไบอย่าง “ดูไบชิววี่คุกกี้” \(Dubai Chewy Cookie\) จากร้าน Holiday Pastry คุกกี้เนื้อหนึบสอดไส้เส้นคูนาฟ่าและพิตาชิโอเข้มข้นที่ส่งตรงเทรนด์มาจากเกาหลี ฟากจีนคงหนีไม่พ้น “เค้กไก่หยอง” \(Flossy Chicken Chiffon Cake\) เมนูคิวยาวจากเซี่ยงไฮ้ที่ผสมผสานความนุ่มฟูของเค้กเข้ากับความเค็มมันของไก่ หยอง จนหลายแบรนด์ไม่พลาดตกขบวน พากันสร้างสรรค์และนำเสนอเพื่อเอาใจคนไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ชอบตามเทรนด์และพร้อมลิ้มลองความแปลกใหม่ ส่งผลให้คาเฟ่และร้านอาหารในยุคปัจจุบันต้องเร่งพัฒนาเมนูให้ทันกระแสเพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาทั้งความอร่อยและภาพลักษณ์ที่ทันสมัยในเวลาเดียวกัน ]

“ฮาลาลอีโคโนมี” ขุมทรัพย์ใหม่ที่น่าจับตา

  • การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากประเทศมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยทำให้ตลาดอาหารฮาลาลเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยมีความชื่นชอบในเมนูของหวาน อาหารรสชาติเข้มข้น และนิยมทานอาหารช่วงกลางคืน ทำให้ร้านอาหารหลายแบรนด์เห็นโอกาสและพยายามปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของ “ฮาลาลอีโคโนมี” (Halal Economy) โดยเฉพาะการพัฒนาบริการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล รวมถึงการการนำเสนอเมนูให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ อย่างร้านบุรามาลี (BuraMarie) แบรนด์ร้านอาหารไทยในโรงน้ำชาของเครือ iBerry Group ที่โดดเด่นด้านวัตถุดิบและรสชาติที่จัดจ้าน
    [        * อีกหนึ่งร้านที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ภูเก็ตทีค \(Phuketique\) ร้านขนมปังโทสต์เจ้าดังในภูเก็ต ซึ่งมีฐานลูกค้าต่างชาติเป็นนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมากถึง 90% จนสามารถขยายสาขาไปยังเมืองอาบูดาบีในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ ]

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองอาหารเป็นแค่เพียง “สินค้า” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ “สะท้อนตัวตน” ความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารยุคนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเมนูหรือสาขาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์เหล่านั้น “มีความหมายต่อชีวิตและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า” มากแค่ไหน และนี่คือโจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ยังคงต้องจับตามองกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...