Bitcoin ในโลกการเงินปี 2026 จากสินทรัพย์แห่งความหวัง สู่สินทรัพย์แห่งคำถาม
เมื่อเรื่องเล่าหลักทั้งสาม ดิจิทัลโกลด์ ระบบการเงินทางเลือก และสนามเก็งกำไร เริ่มสั่นคลอน Bitcoin กำลังเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ถือกำเนิด
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หากย้อนกลับไปเพียงหนึ่งปีก่อน ภาพของบิตคอยน์ (Bitcoin) ยังเต็มไปด้วยแรงส่งเชิงบวก ทั้งการรับรองกองทุน ETF กระแสเงินสถาบันที่ไหลเข้าอย่างจริงจัง และสภาพแวดล้อมทางการเมืองในสหรัฐที่เปิดกว้างต่อสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าที่เคยเป็นมา
แต่วันนี้ ภาพนั้นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง Bitcoin ปรับตัวลงมากกว่า 40% จากจุดสูงสุด และสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงขนาดของการปรับฐาน หากแต่คือ ความเงียบของแรงซื้อยามราคาย่อตัว สูตรสำเร็จแบบเดิมที่นักลงทุนเคยใช้ ซื้อเมื่อร่วงแล้วรอการรีบาวด์ กลับไม่ทำงานเหมือนในอดีต
ครั้งนี้ ปัญหาอาจไม่ใช่เรื่องวัฏจักร แต่อาจเป็นเรื่องตัวตน
เมื่อบทบาทถูกแย่งชิง
Bitcoinเคยมีเรื่องเล่าหลักอยู่สามเส้น หนึ่ง คือ “ดิจิทัลโกลด์” สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในยามเงินเฟ้อ สอง คือ“ระบบการเงินทางเลือก” ที่ท้าทายโครงสร้างเดิม และสาม คือ “สนามเก็งกำไร” สำหรับนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทนสูง แต่ในปีนี้ ทั้งสามบทบาทกำลังถูกตั้งคำถาม
ทองคำและโลหะมีค่าปรับตัวขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ Bitcoinกลับอ่อนแรง เงินทุนกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่ ETF ทองคำในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตรงกันข้ามกับ ETF Bitcoin ที่มีเงินไหลออก
Stablecoin กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐให้การสนับสนุนอย่างเปิดเผย และได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องมือชำระเงินที่มีเสถียรภาพมากกว่า
ส่วนสนามเก็งกำไร นักลงทุนจำนวนไม่น้อยย้ายไปยังแพลตฟอร์ม prediction market ซึ่งให้ผลลัพธ์ชัดเจน รวดเร็ว และเข้าใจง่ายกว่า
คำถามจึงเกิดขึ้นโดยเลี่ยงไม่ได้ว่า หาก Bitcoinไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในแต่ละหมวดหมู่แล้ว มันยังมีบทบาทใดเหลืออยู่
เมื่อ “เรื่องเล่า” เริ่มอ่อนแรง
แตกต่างจากหุ้นที่มีรายได้และกำไร หรือสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีอุปสงค์ในโลกจริง มูลค่าของBitcoin ตั้งอยู่บนความเชื่อและเรื่องเล่าเป็นหลัก ตราบใดที่เรื่องเล่ายังทรงพลัง ราคาก็มีแรงขับเคลื่อน แต่เมื่อเรื่องเล่าเริ่มสั่นคลอน ความเชื่อก็อ่อนแรงตาม
ในอดีต เรื่องเล่าที่ทรงพลังที่สุดคือ“number go up” ราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องคือเหตุผลที่เพียงพอให้คนรุ่นใหม่เข้ามา แต่เมื่อทิศทางกลับด้าน เรื่องเล่านั้นก็สูญเสียแรงดึงดูดทันที
ในโลกที่สินทรัพย์ทางเลือกมีมากขึ้น และนักลงทุนมีเครื่องมือมากกว่าเดิม ความสนใจกลายเป็นทรัพยากรที่หายากยิ่งกว่าอุปทานเหรียญ 21 ล้านเหรียญเสียอีก
กับดักของความสำเร็จ
ความย้อนแย้งคือ ปัญหาของBitcoin เริ่มต้นขึ้นในช่วงที่มันประสบความสำเร็จที่สุด การเข้ามาของสถาบันการเงิน การเปิดตัว ETF และโครงสร้างอนุพันธ์ ทำให้ Bitcoinกลายเป็นเพียงอีกหนึ่งสินทรัพย์ในหน้าจอโบรกเกอร์ สิ่งที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านระบบ กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินกระแสหลัก
มนต์เสน่ห์ของการค้นพบสิ่งใหม่ ถูกแทนที่ด้วยผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มี ticker ชัดเจน มีออปชัน มีเลเวอเรจ และมีความผันผวนเหมือนสินทรัพย์อื่น
ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างตลาดที่พึ่งพาอนุพันธ์เลเวอเรจสูง ทำให้การปรับฐานมีลักษณะรุนแรงและรวดเร็ว เมื่อเกิดการบังคับปิดสถานะในตลาดนอกชายฝั่ง ราคาสปอตก็ถูกกระแทกตามอย่างฉับพลัน
บททดสอบ “ดิจิทัลโกลด์”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Bitcoinถูกผลักดันให้เป็นทองคำดิจิทัล แต่บททดสอบมหภาคครั้งล่าสุดกลับให้คำตอบที่ต่างออกไป เมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น นักลงทุนจำนวนมากเลือกทองคำจริงมากกว่าเหรียญดิจิทัล เหตุผลสำคัญคือความผันผวนBitcoin ยังคงสูงเกินไปสำหรับบทบาทสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในสายตานักลงทุนอนุรักษนิยม
ภาพนี้ทำให้บางฝ่ายเริ่มมองBitcoin ในฐานะสินทรัพย์เก็งกำไร มากกว่าสินทรัพย์หลบภัย
ยังไม่จบ แต่ไม่เหมือนเดิม
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่า Bitcoinกำลังจะหายไป มันยังคงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีสภาพคล่องสูงที่สุด ยังมีฐานผู้ใช้งานและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง และเคยผ่านวิกฤตใหญ่มาแล้วหลายครั้ง
ประวัติศาสตร์ของBitcoin คือประวัติศาสตร์ของการฟื้นตัวหลังวิกฤต แต่ประวัติศาสตร์ก็สอนเช่นกันว่า การอยู่รอดไม่เท่ากับความสำคัญ
ภัยคุกคามที่แท้จริงอาจไม่ใช่การล่มสลายแบบฉับพลัน แต่คือการค่อย ๆ สูญเสียความสนใจ เงินทุน และศรัทธา
เครือข่ายอาจยังทำงาน เหรียญอาจยังมีอยู่ แต่หากเรื่องเล่าที่เคยสร้างแรงดึงดูดไม่สามารถประสานกันได้อีกครั้ง Bitcoinก็อาจกลายเป็นเพียงสินทรัพย์หนึ่งในโลกที่มีตัวเลือกมากมายเหลือเกิน
และนี่คือโจทย์ใหญ่ที่สุดของยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ใช่ว่าราคาจะกลับขึ้นเมื่อไร แต่คือ Bitcoinจะนิยามตัวเองอย่างไรในโลกที่ทุกอย่างแข่งขันกันแย่งความสนใจ
อ้างอิง : bloomberg.com