โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อปรากฏการณ์ Battle of Fates ไม่ใช่การฟื้นคืนของความงมงาย แต่คือรากเดิมของวัฒนธรรมถูกเล่าใหม่ ผ่านภาษาของโลกยุคดิจิทัล

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ในฐานะของคนที่ติดตามสื่อบันเทิงของเกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด ก็เริ่มจับตามองมาตั้งแต่ปี 2024 ที่ภาพยนตร์เรื่อง Exhuma (파묘) ว่าด้วยเรื่องฮวงจุ้ย และหมอผี สร้างยอดเข้าชมทะลุ 10 ล้านใบในเกาหลีใต้ ในไทยเองก็ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างล้นหลามในโรงภาพยนตร์และสตรีมมิ่ง

ปีเดียวกันนั้น สารคดี Shaman: 귀신전 ทำยอดสมาชิกสูงสุดในบรรดาสารคดีออริจินัล รวมไปถึงรายการวาไรตี้หาคู่ Possessed Love (신들린 연애) ที่มีหมอผีและนักโหราศาสตร์ร่วมรายการเพื่อตามหารักแท้ ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

ละครที่มีหมอผีเป็นตัวละครหลักอย่าง The Haunted Palace (귀궁) และ Head over Heels (견우와 선녀) ก็ปรากฏอย่างต่อเนื่อง แอนิเมชันชื่อดังอย่าง K-Pop Demon Hunters ที่ตัวละครมีรากฐานมาจากร่างทรง และภูติผี ของเกาหลีโบราณ ที่หยิบนำความเชื่อโบราณในอดีตมาทำให้เข้าถึงง่ายได้มากขึ้น

และล่าสุดอย่าง Battle of Fates : สังเวียนเซียนทำนาย ที่นำศาสตร์การดูดวงทั้งสี่ โดยหมอดูผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านทั้ง 49 คน

ร่างทรง (무속인 - ผู้ทำหน้าที่สื่อกลางกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อพื้นบ้านที่สืบทอดมาอย่างยาวนานหลายพันปี), ซาจู (사주/四柱 - การวิเคราะห์ดวงจากวันเวลาเกิดแบบเกาหลี), ไพ่ทาโรต์ และโหงวเฮ้ง มาทำเป็นรายการแข่งขันหาผู้ที่ทำนายได้แม่นยำที่สุดเพียงหนึ่งเดยว เพื่อเงินรางวัล 100 ล้านวอน

รายการ Battle of Fates นี้ได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งในเกาหลีใต้เอง และในหลายประเทศรวมถึงไทยด้วย ในบทความนี้จึงจะพามาเจาะลึกกันว่า ในประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสังคมเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุดในโลก ทำไมศาสตร์การทำนายโชคชะตาจึงกลับมาอยู่ในกระแสอีกครั้ง

Story 1 – ความเชื่อไม่เคยหายไปไหน

K-POP อาจจะเป็นสิ่งแรกที่ทำคนนึกถึงเมื่อพูดถึงเกาหลี แต่มันไม่ใช่แค่นั้น K-POP กลับทำหน้าที่เป็นประตู พาให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสกับรากลึกของวัฒนธรรมเกาหลีในหลากหลายแง่มุม รวมถึงแง่มุมของโหราศาสตร์อีกด้วย

สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่การมีอยู่ของศาสตร์เหล่านี้ แต่คือการที่มันถูกยกระดับจากความเชื่อส่วนบุคคล กลายเป็นคอนเทนต์ กระแส และวัฒนธรรมที่ดึงดูดให้ผู้คนอยากมาทำความรู้จักกับศาสตร์นี้เพิ่มมากขึ้น ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะร่างทรง ซาจู โหวงเฮ้ง ไพ่ทาโรต์ ไม่เคยหายไปจากเกาหลีใต้ ในกรุงโซลเพียงเมืองเดียว มีร้านดูดวงหลายพันแห่ง กระจุกตัวตามย่านที่มีคนพลุกพล่านเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่

เพราะฉะนั้น การดูดวงไม่ใช่ของใหม่ แต่มันกำลังถูกทำให้มองเห็นชัดขึ้นอีกครั้ง

เมื่อร่างทรงเข้าไปอยู่ในหนังดัง ซีรีส์ฮิต และแพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลก มันจึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกมองแค่ว่างมงายอีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะร่างทรง หรือซาจู ต่างมีรากลึกฝังอยู่คู่กับการเติบโตของวัฒนธรรมเกาหลีเสมอมา

ถ้ามองย้อนกลับไป ร่างทรง หรือ มูดัง (무당) ของเกาหลีไม่ใช่ความเชื่อที่เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มันผูกกับภูมิประเทศและความเชื่อพื้นบ้านที่ให้ความหมายศักดิ์สิทธิ์กับธรรมชาติ โดยเฉพาะ “ภูเขา” ที่ถูกมองว่าเป็นที่สถิตของ ซันชิน (산신) หรือวิญญาณผู้คุ้มครองภูเขา

ส่วน ซาจู เองก็เป็นระบบคิดที่เกาหลีรับและพัฒนามาอยู่ในชีวิตประจำวันมานาน คำว่า ซาจู (사주) แปลตรงตัวว่า เสา 4 ต้น หมายถึง ปี เดือน วัน และเวลาเกิด ทั้งสี่ช่วงเวลานี้จะถูกแปลงเป็นธาตุทั้งห้า ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ ภายใต้กรอบคิดหยินหยาง เพื่ออ่านว่าโครงสร้างชีวิตของคนคนนั้น “เอนเอียง” ไปทางไหน

มันไม่ใช่แค่การบอกว่าใครจะรวยหรือซวย

แต่เป็นภาษาหนึ่งในการดูว่าอะไร “เกิน” อะไร “ขาด”

แล้วจะปรับจังหวะชีวิตอย่างไรให้สมดุลขึ้น

กรอบคิดเดียวกันนี้เองที่อยู่ใน ฮวงจุ้ยแบบเกาหลี (풍수지리) ที่อ่านความสัมพันธ์ระหว่าง “คน–พื้นที่” และเพื่อสร้างสมดุลของพลังในพื้นที่นั้นๆ อย่างการวางผังเมืองสำคัญ ที่สามารถเจาะลึกไปเล่าเป็นอีกประเด็นได้เกี่ยวกับการสร้างเมืองโซล

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราเห็นในรายการ Battle of Fates ไม่ใช่การฟื้นคืนของความงมงาย

แต่มันคือการที่รากเดิมของวัฒนธรรมถูกเล่าใหม่ ในภาษาของยุคดิจิทัล

Story 2 – เจน Z และความไม่มั่นคง

ช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมา ความสนใจในศาสตร์การทำนาย เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในหมู่คนวัย 20 ปี

บางสถิติชี้ว่าเป็นกลุ่มที่ “เชื่อ” หรืออย่างน้อย “เปิดรับ” มากที่สุด

นี่ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่มันสัมพันธ์กับสถานการณ์ในชีวิตของคนรุ่นใหม่ นั่นก็คือ “ความไม่มั่นคง” (불안) ในสังคมที่ผลลัพธ์ไม่สัมพันธ์กับความพยายามเสมอไป

เกาหลีใต้เป็นสังคมที่แข่งขันสูงมากประเทศหนึ่งอย่างที่หลายคนทราบดี การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การได้งานในบริษัทใหญ่ การเลื่อนชั้นทางสังคม การมีครอบครัวอันแสนสุข และบั้นปลายชีวิตอันสวยงาม ทุกอย่างถูกผูกกับความสำเร็จในชีวิต

แต่ในยุคที่ตลาดแรงงานผันผวน ที่อยู่อาศัยแพงเหนือจินตนาการ โอกาสเลื่อนชนชั้นลดลง การมองไปถึง “อนาคต” สำหรับคนยุคใหม่นั้นมันช่างเลือนรางเหลือเกิน

การทำนายจึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกว่าจะรวยหรือไม่รวย แต่มันทำหน้าที่เป็น “พื้นที่รับฟัง” บ้างก็อธิบายว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้ไปหาหมอดูเพราะเชื่อทั้งหมด แต่เพราะต้องการใครสักคนที่ฟังโดยไม่ตัดสิน และอย่างน้อยก็ยังได้คำตอบกลับมาบ้างว่าชีวิตควรจะเดินไปในทางไหนบนเส้นทางอันเรือนลางนี้ เพื่อไม่ให้หลงทางจนเกินไป แม้กระทั่ง AI ก็ถูกใช้เป็นหมอดู เมื่อวันเวลาเกิดถูกพิมพ์ลงในแชต สิ่งที่คนค้นหาอาจไม่ใช่คำตอบของอนาคตก็ได้ แต่คือคำอธิบายที่ทำให้วันนี้ดูเข้าใจได้มากขึ้นในสังคมที่ทุกอย่างมืดมิดไปหมด

ในสังคมที่การแข่งขันสูง แต่โอกาสไม่ได้กระจายตัวอย่างเท่าเทียม ความพยายามไม่ได้การันตีผลลัพธ์เสมอไป การทำนายจึงทำหน้าที่คล้ายกลไกทางจิตวิทยา ที่ช่วยจัดระเบียบความไม่แน่นอนให้กลายเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ เมื่อในยุคนี้ไม่อาจรับประกันอนาคตได้ ความเชื่อจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการประคองหัวใจให้เดินต่อ

Story 3 – เมื่อความเชื่อกลายเป็นสินค้า

K-Drama K-Beauty K-Food ในตอนนี้เราได้มาถึงยุค K-Shamanism กันแล้ว ความเชื่อไม่ได้อยู่แค่ในห้องเล็ก ๆ ของซุ้มดูดวงอีกต่อไป มันถูกทำให้เป็นสินค้าและบริการที่ตลาดต้องการ

ร่างทรงที่พูดภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว

แพลตฟอร์มออนไลน์ดูซาจูรับปีใหม่

Temple stay วัดพุทธชื่อดัง เต็มไปด้วยชาวต่างชาติ เปลี่ยนศาสนาให้กลายเป็นประสบการณ์น่าลองสำหรับคนยุคใหม่

สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า “ความเชื่อ” ถูกจัดวางใหม่ให้อยู่ในรูปแบบของประสบการณ์ที่ซื้อได้ จองได้ และรีวิวได้ ถ้าแต่ก่อนเวลาไปเที่ยวเกากลี ก็จะมีเหตุผลหลัก ๆ อยู่ไม่กี่อย่าง ช้อปปิ้ง ทัวร์กิน ดูคอนเสิร์ต แต่ในยุคนี้ การไปเกาหลีเพื่อดูดวง ไม่ได้ฟังแปลกอีกต่อไป

K-Shamanism จึงไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อพื้นบ้าน แต่มันกำลังถูกแปลงเป็น Spiritual Experienceที่อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างวัฒนธรรม ประสบการณ์เฉพาะถิ่น และการเยียวยาใจ ในโลกการท่องเที่ยวยุคใหม่ ผู้คนไม่ได้ต้องการแค่สถานที่ แต่ต้องการ “เรื่องเล่า” และ “ความหมาย” ที่สามารถเชื่อมได้ หรือถ้าว่ากันง่ายๆ ก็คือการ Story Telling ซึ่งเป็นงานถนัดของเกาหลีใต้อยู่แล้ว ที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า ตนเองไม่ได้แค่ผ่านมา แต่ได้ “เชื่อมต่อ” กับพื้นที่นั้นจริง ๆ

ความเชื่อจึงถูกรีแบรนด์ให้เป็นความฮิป ความเท่ และในขณะเดียวกันก็ถูกทำให้เข้าถึงง่าย และร่วมสมัย นี่คือการปรับตัวของโหราศาสตร์ในโลกทุนนิยมดิจิทัล

เมื่อมองกลับมาที่รายการ Battle of Fates

รายการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสังคมที่การทำนายดวงถูกทำให้มองเห็นได้อีกครั้ง

เกาหลีใต้ไม่ใช่แค่ประเทศของซีรีส์เท่านั้น แต่วาไรตี้ของเกาหลีก็หลากหลายและกล้าทดลองอย่างมาก เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลากหลายอาชีพ และส่องสปอร์ตไลต์ไปยังพื้นที่ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง

Battle of Fates จึงไม่ได้เป็นเพียงความสนุกหรือลุ้นว่าใครจะตกรอบแต่ทำให้ “อาชีพที่เคยถูกมองว่าอยู่ชายขอบ” ได้มีพื้นที่เล่าเรื่องของตัวเอง

ผู้ชมไม่ได้เห็นแค่ผลลัพธ์ของการทำนาย แต่เห็นเบื้องหลังของหมอดูแต่ละคน เห็นวิธีคิด วิธีฝึกฝน และโลกทัศน์ของพวกเขา

ในแง่นี้ รายการไม่ได้พูดถึงโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการต่อยอดกระแสความเชื่อในยุคใหม่ ที่ถูกทำให้กลายเป็นทั้งความบันเทิง พื้นที่ทางวัฒนธรรม และส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจคอนเทนต์

สิ่งที่รายการนี้สะท้อน ไม่ใช่แค่คำถามว่า “ใครแม่นที่สุด”แต่คือคำถามว่า ทำไมเรื่องของโชคชะตาจึงยังเล่าได้ไม่รู้จบในประเทศที่เทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียอย่างเกาหลีใต้

ผู้เขียน:

ปาณิสรา ทรงธัมจิตติ (ยีนส์)

เกาเล่าเนื้อ meatykorea

อ้างอิง:

한국민속대백과사전

ENCYCLOPEDIA OF KOREAN FOLK CULTURE

[오늘, 신앙과 문화] 요즘 MZ들, MBTI보다 사주에 관심?

ที่มา - 국민일보

"완전 힙해"…K-샤먼 빠진 외국인 MZ들, 인왕산 굿당에 줄 섰다

ที่มา - 뉴스1

운세·타로는 어쩌다 2025년 핵심 트렌드가 됐을까?: M
Z세대가 무속에 진심이 된 이유 ที่มา - newneek

บทความต้นฉบับได้ที่ : เมื่อปรากฏการณ์ Battle of Fates ไม่ใช่การฟื้นคืนของความงมงาย แต่คือรากเดิมของวัฒนธรรมถูกเล่าใหม่ ผ่านภาษาของโลกยุคดิจิทัล

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...