โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวโดนสั่งห้ามพาสุนัขขึ้นเครื่องบิน ตัดสินใจทำสิ่งไม่คาดคิด

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เหตุการณ์สะเทือนใจคนรักสัตว์เกิดขึ้นกลาง สนามบินนานาชาติแฮร์รี รีด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมหญิงรายหนึ่ง หลังพบว่าเธอทอดทิ้งสุนัขวัยเพียง 2 ปีไว้หน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน เพียงเพราะไม่สามารถพาน้องขึ้นเครื่องบินได้จากการขาดเอกสารรับรองสุนัขช่วยเหลือ (Service Dog) ที่ถูกต้อง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หญิงคนดังกล่าวพาสุนัขพันธุ์โกลเดนดูเดิลที่มีท่าทางร่าเริงมายังเคาน์เตอร์ของสายการบิน JetBlue ภายในสนามบินในเมือง ลาสเวกัส แต่เมื่อถูกปฏิเสธการออกบัตรโดยสาร เธอกลับตัดสินใจผูกสายจูงสุนัขไว้กับเคาน์เตอร์ ก่อนเดินจากไปยังประตูขึ้นเครื่องอย่างไม่ไยดี

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นช่วงเวลาที่ทำให้หลายคนสะเทือนใจ เมื่อสุนัขตัวน้อยนั่งมองตามเจ้าของด้วยสายตาสับสน ไร้เดียงสา และไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงถูกทิ้งไว้ลำพัง โดยเจ้าของไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเป็นครั้งสุดท้าย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามตัวหญิงรายดังกล่าวได้ที่ประตูทางออก D1 แต่เธอกลับแสดงท่าทีต่อต้าน พร้อมอ้างว่าพนักงานสายการบินแนะนำให้ทิ้งสุนัขไว้ก่อนเพื่อไปจัดการตั๋วใหม่ อีกทั้งยังกล่าวว่า การทิ้งสุนัขไว้ที่สนามบินเป็นเรื่องยอมรับได้ เพราะมีอุปกรณ์ติดตามตัวติดอยู่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผล จึงเข้าควบคุมตัวในข้อหาทอดทิ้งสัตว์และขัดขืนการจับกุม

หลังจากถูกทิ้งอย่างไร้เยื่อใย สุนัขตัวนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์คุ้มครองสัตว์นานถึง 10 วัน โดยไม่มีใครติดต่อมาขอรับกลับไป ช่วงเวลานั้น น้องหมาต้องเรียนรู้ที่จะรอคอยความหวังท่ามกลางความไม่แน่นอน

ข่าวดีในเรื่องราวอันเจ็บปวดคือ ล่าสุดมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ในลาสเวกัสได้ยื่นมือเข้ามาอุปการะ พร้อมตั้งชื่อใหม่ให้น้องว่า “เจ็ตบลู” (Jet Blue) เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงเหตุการณ์ในวันนั้น โดยตำรวจยืนยันว่า เจ็ตบลูจะได้พบกับบ้านหลังใหม่ ที่พร้อมมอบความรัก ความอบอุ่น และไม่ทอดทิ้งเขาไว้ข้างหลังอีกต่อไป

ข้อมูลจาก New York Post

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...