“เขมรเผาเมือง”
เขมรนี่….
จะว่าไปแล้ว มันทั้งน่ารักและน่ากระทืบปนๆ กัน!
เห็นทหารไทยกั้นเขตแดนระหว่างไทย-เขมรด้วย “รั้วลวดหนาม” บ้าง ด้วย “ตู้คอนเทนเนอร์” บ้าง
ก็มีอาการพล่าน เหมือน “หมาเห็นปลากระป๋อง”
ดึกๆ ที่เคยย่องตอดเข้ามาขโมยอาหารของทหารไทยไปกิน ก็ย่องเข้ามาไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว
และที่เคยกระดืบๆ เข้ามาวางกับระเบิด ก็จะเจอลูกปืนเจาะหัวละทีนี้
ไม่รู้จะแก้เผ็ดทหารไทยยังไง ก็เลยใช้ความเถื่อนผสมความปัญญาอ่อน จุดไฟเผาหญ้าแห้งมันซะเลย
กะให้ไฟมันลามมาคลอกทหารไทย หรือไม่อีกที ก็ให้ทหารไทยกลายเป็น “ปลากรอบรมควัน” มันสะใจดี!
แต่ที่ไหนได้ เขมรงั่งกลับถูกฟ้าดินลงโทษ….
แทนที่ไฟและควันจะมาทางฝั่งไทย ลมกลับพัดให้ไฟและควันตลบกลับไปทางฝั่งคนเผาเอง
บวกกับทางฝั่งเขมรเป็นทุ่งหญ้า-ป่าแห้ง ไฟก็เลยลุกลามอย่างรวดเร็ว จากหญ้า-ป่าแห้ง ลมโหมกระพือหอบลูกไฟลามไหม้ทั้งค่ายทหาร ทั้งบ้านช่องของชาวบ้านซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี
ก็เลยเข้าตำรา….
“ทุกขะโต ทุกขะฐานัง” ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว
กลายเป็น “เขมรเผาเมือง” ตัวเองไป ไอ้จัญไรเอ้ย!
ไฟแดงฉานจับท้องฟ้า ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่-อีเหน่ ต่างหนีตายสับสนอลหม่าน ทั้งไม่รู้เหนือ-รู้ใต้ ว่าไฟเผาเมืองได้อย่างไร?
ทหารเขมร “มือเผา”
ตอนเผาก็สนุก หัวเราะกันคิกคัก…ดูนะมึง เดี๋ยวทหารเสียมมันจะต้องสำลักควันตาย
แต่ที่ไหนได้…..พอไฟติด แทนที่จะลามไปฝั่งไทย กลับตลบใส่ฝั่งเขมร ก็ตกใจจนหำหดขึ้นไปอยู่ในหัวสมอง
รู้แต่เผา แต่เมื่อไฟลุกไหม้ ก็ไม่รู้จะดับอย่างไร เป็น “เขมรตื่นไฟ” วิ่งพล่านไป-พล่านมา
เรื่องนี้ไปถึง “พล.ท.หญิงมาลี โสเจียตา” โฆษกกองทัพเขมร จึงตอหลดข่าวด่วน
“พวกเสียมมันบุกเข้ามาเผา”!
แล้วออกข่าวเป็นตุเป็นตะ จะให้ไทยชดใช้ค่าเสียหายรายละ ๕ แสนบาท!!!
สมกับที่เป็นเผ่าพันธุ์สัตว์ “ลิ้นสองแฉก” ซะจริงๆ
ความจริง เรื่องทหารเขมรแค้นไทย เลยจุดไฟหวังให้ควันตลบมารมทหารไทยตามสไตล์งั่งๆ นั้น
“พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์” รมว.กลาโหมท่านบอกว่า ได้ติดต่อไปยัง “พลเอกเตีย เซ็ยฮา” รมว.กลาโหมเขมร มาก่อนหน้านี้แล้ว
ว่าทหารเขมรของท่าน ไม่มีวินัย เผาป่าตามชายแดนแบบนี้ ไทยเราไม่สบายใจนะ ให้ช่วยห้ามปราม
แต่อย่างว่า พูดกับหัวหน้าคนป่า ก็ไม่ต่าง “ตักน้ำรดหัวสาก”!
ก็ปล่อยให้เผาไม่เว้นแต่ละวัน จนคลอกทหารและชาวบ้านเขมรที่หนีไม่ทันตายไปแล้วก็มี
เดี๋ยวนี้ มันโกหกกันได้ซะที่ไหน เพราะทุกอย่างมีภาพถ่ายทางดาวเทียมบอกชัด ใครจุด-ใครเผา
กระทั่งการล้อมรั้วลวดหนาม การวางตู้คอนเทนเนอร์ มันล้ำเขตหรืออยู่ในเขต ภาพถ่ายดาวเทียมมันชี้พิกัดชัด ไม่ต้องเถียงให้เปลืองยาอมตราตะขาบห้าตัว
มองอีกมุม ผมว่าพฤติกรรมการเคลมของเขมรนี่ มันก็สร้างความบันเทิงคลายเครียดได้ดีนะ
อย่างวันก่อน….
“ข่าวเชียงใหม่” เอาข้อมูลจาก “laotiantimes” มาเผยแพร่ว่า
“ลาบ” อาหารประจำชาติของลาว กําลังจะเข้าร่วมรายการ “มรดกทางวัฒนธรรม” ที่จับต้องไม่ได้ของ “องค์การยูเนสโก”
โดยคาดว่า จะมีการตัดสินอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้
อาหารแบบดั้งเดิม ที่สะกดว่า Laab หรือ Laap
มีความหมายในวัฒนธรรมลาว แปลว่า "โชค" และ "ความมั่งคั่ง" ในภาษาลาว
อาหารจานนี้ยังมีบทบาทสำคัญในงานแต่งงาน วันเกิด พิธีชุมชน และ Pi Mai Lao (ปีใหม่ลาว)
โดยทั่วไปแล้ว “ลาบ” จะประกอบด้วยเนื้อสับมือ เนื้อวัว หมู ไก่ เป็ด หรือปลา ไม่ว่าจะดิบหรือปรุงสุก
ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และบางครั้งก็เป็นน้ำปลาร้า มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ข้าวคั่ว หอมแดง สะระแหน่ ผักชี และพริกป่น
เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวและผักสด
ในช่วงต้นปี 2025 “สมาคมสตรีนักธุรกิจลาว” เป็นหัวหอกในการริเริ่ม โดยส่งข้อเสนออย่างเป็นทางการสําหรับ Larb ไปยังยูเนสโก ผ่าน “กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”
ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ
“ลาบ” จะกลายเป็นองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่สี่ของลาวที่ได้รับการยอมรับจากยูเนสโก”
เออ…ผมก็กินลาบ จนลาภไหลมา-เทมาไม่หยุดไม่หย่อน ยังนึกว่าเป็นอาหารทางภาคอีสานหรือทางเหนือซะอีก
โง่มาซะตั้งนาน เพิ่งฉลาดวันนี้เองว่า….
“ลาบ” เป็นอาหารประจำชาติของลาว เพื่อนบ้านที่น่ารักของเรานี่เอง
แต่ทันทีที่ลาวยื่นขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรม “ลาบ” ของลาว ถูกเขมร “ขัดลาภ” ทันที!
คือเขมรเขาโวยว่า “ลาบ” เป็นอาหารของเขมร แต่ถูกลาวนำไปตู่เป็นของลาว!?
(กู) ว่าแล้ว!
ในโลกนี้ มีอะไรบ้างล่ะ ที่ไม่ใช่ของเขมร แม้กระทั่งศิวลึงค์ เขมรบอกของเขาทั้งนั้น ชาติอื่นๆ มาเคลมเอาของเขาไปทั้งนั้น!
เรื่อง “ลาบ” นี่ เขมรจะฟ้องลาวต่อ “ศาลโลก” หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ
ไม่แค่ “ลาบ” ที่เขมรเคลมว่าเป็นของเขา
“ปลาร้า” เขมรก็เคลมว่าเป็นของเขาไปแล้วอีกเหมือนกัน
“แหม่มโพธิ์ดำ” โพสต์เฟซวันก่อนว่า….
“รมต.วัฒนธรรมเขมร” ไม่พอใจอย่างแรง ที่คนไทยกินปลาร้า และขายปลาร้าจนร่ำรวย!!
“เขมร” อ้างว่า “ปลาร้า” เกิดจากพระยาขอม เป็นผู้คิดค้นจนได้สูตรปลาร้ามา!!
ต่อจากนี้ไป “เสียมห้ามกินปลาร้าเด็ดขาด”
ถ้าเตือนไม่ฟัง และยังกินต่อ จะฟ้องศาลโลกทันที!
อ้าว…ซวยละซี…กู
ไอ้เหมน..มึงห้ามกูกินปลาร้า มึงมารบกะกูตัวต่อตัวให้ตายกันไปซะข้างเลยเป็นไง
หน็อย…มาห้ามคนไทยกินปลาร้า ต่อให้มึงไปฟ้องพ่อศาลโลกกูก็ไม่กลัว เพราะพ่อประธานศาลโลก
เขาชอบกินส้มตำไทยใส่ปลาร้าโว้ย…ฮ่า!
แต่เรื่องนี้ น่าจะสืบเนื่องจากข่าวที่ PPTV รายงานเมื่อปีที่แล้ว คือ
"นายซวง นอย" รองประธานอาวุโสคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการส่งเสริมโครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ของเขมร
โพสต์คลิปลง TikTok มีเนื้อหาเกี่ยวกับการไปเยี่ยมชมตลาดกัมพูชาในเมืองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ
นายซวง นอย ไปพบ “ปลาฮก” หรือปลาร้ากัมพูชา ที่ทำจากปลากราย ซึ่งฉลากเขียนว่าเป็น “Product of Thailand” หรือมาจากประเทศไทย และบริษัทที่ส่งออกอยู่ในกรุงเทพฯ
แต่กลับใช้ตราสินค้า “ปลาฮกเสียมเรียบ”(Prahok Siem Reap) ซึ่งเป็นชื่อที่กัมพูชาขึ้นทะเบียนไว้แล้ว
โดยกระปุกเล็กขายในราคาประมาณ ๒๐ ดอลลาร์สหรัฐ (ราว ๖๕๐ บาท)
หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป “นายไฮ ลี เอียง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอนไฟเรล บริษัทแปรรูปอาหารชื่อดังของกัมพูชา
ออกมาแสดงความเห็นว่า ประเทศไทยไม่สามารถใช้ตราสินค้า “ปราฮกเสียมเรียบ” ของกัมพูชาในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศได้
เนื่องจากกัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เรียบร้อยแล้ว
นายไฮ ลี เอียง ให้สัมภาษณ์กับ Fresh News ว่า “ปราฮกเสียมเรียบเป็นสินค้าที่ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
ดังนั้น ประเทศไทยจึงไม่สามารถส่งออกได้
หากไทยส่งออก กัมพูชามีสิทธิ์ฟ้องร้อง”
เขาย้ำว่า ตั้งแต่เดือน เม.ย.68เป็นต้นไป ประเทศไทยจะไม่มีสิทธิ์ส่งออกสินค้าที่มีตราสินค้า “ปราฮกเสียมเรียบ” ที่ผลิตในประเทศไทยไปยังตลาดต่างประเทศ
“เฉพาะสินค้าที่ผลิตในกัมพูชาเท่านั้น ที่มีสิทธิ์ส่งออก”
Fresh News ระบุว่า เมื่อวันที่ 5พ.ค.68กัมพูชาได้เปิดตัว “ปลาฮกเสียมเรียบ” ในฐานะแบรนด์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
เพื่ออนุรักษ์ประเพณีและส่งเสริมชุมชนท้องถิ่นที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของกัมพูชา เช่นเดียวกับพริกกำปอด น้ำตาลโตนดกำปงสปือ และน้ำผึ้งป่ามณฑลคีรี
นี่มันคนละเรื่องกันเลย ที่จะห้ามคนไทยกินปลาร้า!
“ปลาฮกเสียมเรียบ” หรือ “ปลาร้าเสียมเรียบ” ที่ส่งออกนอก นั่นก็ไปว่ากันไปเรื่องสิทธิทางธุรกิจ
จะเอามาปนกับเรื่องธุรกินปลาร้าในไทย เดี๋ยวก็ถูกตื้บ!
จะว่าไปแล้ว เรื่องอาหารการกิน
ไม่ว่าลาบหรือปลาร้า มันเป็นวัฒนธรรมการกินร่วมกันทั้ง ลาว ไทย เขมร โดยมีสูตรและรสชาติที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น
มีแต่เขมรบ๊องนี้เท่านั้นแหละที่เคลมทุกอย่างเป็นของตัวเองหมด ทั้งที่ตัวเอง ดั้งเดิมเป็นพวกกุลีขนหินให้ขอมสร้างปราสาท
ต่อมาก็เนรคุณเป็น “กบฏทาส” ยึดอำนาจขอม
ดังนั้น พวกกุลีขนหิน มันจะมีอารยวัฒนธรรมอะไรเป็นของตัวเองได้ซักเท่าไหร่เชียว
ด้วยปมด้อยนั้น มันจึงเคลมของเขาทั่วไปหมด
นี่อีกหน่อย คงเคลมตะกวด ว่าเป็นวัฒนธรรมทางเผ่าพันธุ์เหี้ยด้วยกันละก็ ยุ่งตายห่ะ!
นี่ผมก็คุยฉุ่ยไปเรื่อย เพราะขี้เกียจคุยเรื่องการบ้าน-การเมือง และการเลือกตั้งที่ กกต.ยังประดิษฐ์บรรจงไม่ลงตัว
แต่ดูตามพิมพ์เขียวคร่าวๆ ผมว่าการเมืองจากการเลือกตั้งครั้งนี้ จะสร้างคุณภาพให้ระบบรัฐสภาเป็นที่น่าเชื่อถือได้ดีทีเดียว
เพราะฝ่ายรัฐบาลก็แข็ง ขนาดยังไม่เป็นตัว-เป็นตน เพียงแค่ว่า ภูมิใจไทยเป็นฝ่ายตั้งรัฐบาล มีนายกฯ อนุทินเป็นนายกฯ ต่อ
และมี ๓ ทหารเสือ “สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ” ดูแลเศรษฐกิจการคลัง-การต่างประเทศ
ความเชื่อมั่นในรัฐบาลภูมิใจไทยมาล้นตั้งแต่วันรุ่งขึ้นของวันเลือกตั้ง ดูได้จาก “ตลาดหุ้น” ที่พะงาบๆ ตั้งแต่รัฐบาลเพื่อไทย
พอรู้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล….
ตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภา.จนถึงเมื่อวาน หุ้นขึ้นกว่า ๒๐๐ จุดแล้วมั้ง ใกล้ทะลุ ๑,๕๐๐ จุด รอมร่อ!
ดูทางฝ่ายค้าน พรรคประชาชน กระทั่งพรรคกล้าธรรม ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าพะยี่ห้อ “พรรคประชาธิปัตย์” อยู่ในซีกฝ้ายค้านด้วยละก็
รับรองได้ ถึงแม้ประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นแกนนำฝ่ายค้าน แต่เมื่อมีคุณอภิสิทธิ์ มีอดีตนายกฯ ชวน ทำหน้าที่ตรวจสอบ-ถ่วงดุลรัฐบาล
รับรอง “ประเทศชาติ-ประชาชน” จะได้ประโยชน์เต็มร้อย
ยังไงๆ ก็ จะเป็นตัว-เป็นตนกัน ก็หลังสงกรานต์นั่นแหละนะ
ตอนนี้ ดู “รัฐบาลรักษาการ” เขาคัดท้ายบ้านเมืองไปพลางๆ ก่อน
แต่ก่อนจะมีรัฐบาลตัวจริง
น่าจะมีอะไร “คั่นรายการ” ให้สนุกก่อนตรุษสงกรานต์กันบ้างแหละ
เตรียม “ตีตั๋วรอ” ได้เลย!.
-เปลว สีเงิน
๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
คนปลายซอย