โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

5,000 เที่ยวบินในสหรัฐฯ ชะงัก เหตุหิมะถล่มชายฝั่งตะวันตก

Amarin TV

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พายุพัดถล่มสหรัฐฯ ทำให้เกิดหิมะตกหนักทำลายสถิติ ไฟดับกระทบผู้คนกว่า 600,000 หลังคาเรือน มีเที่ยวบินยกเลิกแล้วมากกว่า 5,000 เที่ยว

23 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเหตุพายุพัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ทำให้มีหิมะตกหนักทำลายสถิติ กระทบผู้คนหลายล้านและมีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 5,000 เที่ยว

เมื่อเกิดพายุหิมะในแต่ละครั้ง การเดินทางในสหรัฐฯ ถือว่าเป็นเรื่องยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นทัศนวิสัยบนท้องถนนที่อาจทำให้รถเสียหลัก หรือหิมะทับถมหนาทำให้สัญจรไม่ได้ หลายครั้งรัฐบาลกลางและท้องถิ่นต้องสั่งห้ามการเดินทางเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

อีกส่วนคือการยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งการระงับเที่ยวบินในสหรัฐฯ ส่งผลต่อเที่ยวบินทั่วโลก เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ อาจทำให้ผู้โดยสารที่เดินทางจากเอเชียหรือยุโรปเพื่อไปต่อเครื่องยังจุดหมายอื่นต้องติดค้าง

ยิ่งเมื่อคำนึงว่า เครื่องบินหนึ่งลำมักถูกใช้ในหลายเส้นทางต่อวัน อาจทำให้เกิดผลกระทบเป็นโดมิโน และไม่ใช่แค่เครื่องบินพาณิชย์ การขนส่งสินค้าก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

สถานการณ์หิมะ

สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติกล่าวว่า บางพื้นที่ของรัฐโรดไอแลนด์ และรัฐแมสซาชูเซตส์มีหิมะตกสูงเกือบ 37 นิ้ว หรือราว 94 เซนติเมตร และในเซ็นทรัลพาร์คของนิวยอร์กก็มีหิมะตกหนากว่า 19 นิ้ว

ทางการนิวยอร์กเตือนว่า การเดินทางในนิวยอร์กตอนนี้นั้นแทบจะเรียกได้ว่ามหาโหด หิมะที่ตกหนายังทำให้บ้านเรือนและธุรกิจกว่า 600,000 แห่งตลอดแนวชายฝั่งด้านตะวันออกเผชิญเหตุไฟดับ รัฐที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ นิวเจอร์ซีย์และแมสซาชูเซตส์ นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายรัฐที่มีการแจ้งเตือนพายุฤดูหนาว ตั้งแต่รัฐนอร์ทแคโรไลนา ยาวไปทางตอนเหนือจนถึงรัฐเมน และยังมีการแจ้งเตือนในประเทศแคนาดาบางส่วน

รัฐโรดไอแลนด์ ซึ่งเป็นรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดของอเมริกา ดูเหมือนจะได้รับหิมะมากที่สุดในช่วงพายุดังกล่าว สื่อท้องถิ่นระบุว่า ในความเป็นจริงแล้ว นี่ได้กลายเป็นพายุหิมะที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยพัดถล่มรัฐนี้มา

ที่เมืองโพรวิเดนซ์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ มีหิมะตก 36 นิ้ว ซึ่งทำลายสถิติเดิมของพายุหิมะที่ใหญ่ที่สุดครั้งเดียวที่เคยทำไว้ 28.6 นิ้ว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1978

มีการประกาศห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็นในรัฐโรดไอแลนด์และในรัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งเป็นรัฐใกล้เคียง ต่อมาในวันเดียวกัน มอร่า ฮีลีย์ ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ ก็ได้สั่งห้ามการเดินทางเช่นกัน

ด้านสำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติระบุว่า หิมะจะยังคงตกต่อเนื่องตลอดทั้งวันจันทร์ โดยบางพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่า จะมีหิมะสะสมรวม 1 ถึง 2 ฟุต (61 เซนติเมตร) ภายในเช้าวันอังคาร

หิมะหนาทำลายสถิติ กระทบผู้คนวงกว้าง

แคนดิซ เฮรนเซซิน นักอุตุนิยมวิทยาจากสำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติในบอสตันกล่าวกับสำนักข่าว The New York Times ว่า หิมะครั้งนี้ทำลายสถิติทีเดียว

"มัน [หิมะตกครั้งนี้] ทำลายสถิติเดิมราบคาบ […] เราเองก็ตกใจมากพอๆ กับทุกคน" เธอกล่าว

หิมะที่ตกหนาเป็นประวัติการณ์ ทำให้ประชาชนเกือบ 300,000 รายในรัฐแมสซาชูเซตส์ไม่มีไฟฟ้าใช้ อ้างอิงจากรายงานของ poweroutage.us

ทางการนิวยอร์กสั่งห้ามเดินทางในนครนิวยอร์ก ทำให้เมืองที่มีประชากรมากกว่า 8 ล้านคน ถนน ทางหลวง และสะพานทั้งหมดถูกปิดทำการ ทำให้เมืองทั้งเมืองหยุดชะงัก ก่อนที่จะมีการยกเลิกคำสั่งเมื่อเวลาเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่น

ในรัฐคอนเนตทิคัตและรัฐนิวเจอร์ซีย์ มีความกังวลว่าต้นไม้และกิ่งไม้ที่หักโค่นอาจนำไปสู่สภาพถนนที่อันตรายและไฟฟ้าดับเพิ่มขึ้น

ในเมืองโพรวิเดนซ์ ยานพาหนะมากกว่า 300 คันถูกลากจูงเนื่องจากจอดกีดขวางทางรถกวาดหิมะ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงบ่ายของวันจันทร์ การปฏิบัติการลากจูงได้หยุดลง และคนขับรถลากได้เปลี่ยนไปช่วยเหลือผู้คนที่รถยนต์ติดหล่มหิมะแทน

เที่ยวบินนับพันยกเลิก

ตามรายงานของเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน FlightAware มีเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกทั้งภายในประเทศ ขาเข้า และขาออกจากสหรัฐฯ กว่า 5,706 เที่ยวบิน

98% ของเที่ยวบินออกจากสนามบินลากวาร์เดียของนิวยอร์กถูกยกเลิก และ 91% ของเที่ยวบินจากเจเอฟเค (JFK) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสนามบินหลักของนครนิวยอร์กที่โดยปกติจะมีผู้โดยสารมากกว่า 335,000 คนต่อวัน

สนามบินนานาชาติโลแกนของบอสตันยกเลิกเที่ยวบินขาออก 92% เมื่อวันจันทร์ ในขณะที่สนามบินนูอาร์ก ลิเบอร์ตี้ ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ยกเลิก 92% และสนามบินนานาชาติฟิลาเดลเฟียตัดเที่ยวบินออก 80%

ภูมิภาคนี้จะยังคงได้รับผลกระทบจากหิมะอย่างต่อเนื่องในวันอังคาร ซึ่งคาดว่าจะมีเที่ยวบินเข้าหรือออกจากสหรัฐฯ อีกมากกว่า 2,000 เที่ยวบินที่จะถูกยกเลิก โดยสนามบินในบอสตันและนิวยอร์กจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...