มติครม. ปรับแผนก่อหนี้ใหม่ อีก 5.2 หมื่นล้าน พร้อมจ่ายหนี้เพิ่ม ปีงบ 69
น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1 ประกอบด้วย 1. แผนการก่อหนี้ใหม่ ปรับเพิ่มสุทธิ 52,076.12 ล้านบาท จากเดิม 1,207,306.75 ล้านบาท เป็น 1,259,382.87 ล้านบาท และ 2. แผนการชำระหนี้ ปรับเพิ่มสุทธิ 30,469.30 ล้านบาท จากเดิม 503,056.95 ล้านบาท เป็น 533,526.25 ล้านบาท
สาระสำคัญของเรื่องนี้ คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 และมีมติเห็นชอบการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1 โดยมีการปรับเพิ่มวงเงิน 2 แผน ได้แก่ 1. แผนการก่อหนี้ใหม่ปรับเพิ่ม 52,076.12 ล้านบาท และ 2. แผนการชำระหนี้ปรับเพิ่ม 30,469.0 ล้านบาท พร้อมปรับลดวงเงิน 1 แผน ได้แก่ แผนการบริหารหนี้เดิม ปรับลด 232,484.05 ล้านบาท
สำหรับการปรับปรุงแผนฯ ในครั้งนี้ มีสาระสำคัญแยกเป็นเรื่อง ดังนี้
1. เงินกู้ในประเทศปรับเพิ่ม 33,222.66 ล้านบาทเพื่อรองรับความก้าวหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และรถไฟฟ้าชานเมือง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 8 โครงการ รวมวงเงิน 28,920 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.)
2. เงินกู้ต่างประเทศปรับเพิ่ม 18,853.46 ล้านบาท จากการบรรจุโครงการใหม่ในแผนฯ ให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานได้แก่ โครงการสร้างเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV และห้องปฏิบัติการวงเงิน 12,359.46 ล้านบาท และโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน วงเงิน 6,494 ล้านบาท
3. การปรับเพิ่มแผนการชำระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) จำนวน 35,486 ล้านบาท
4. การปรับลดวงเงินการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้รัฐบาลที่ครบกำหนดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงิน 226,972.88 ล้านบาท และการปรับเพิ่มวงเงินบางส่วนสำหรับการบริหารความเสี่ยงหนี้เงินกู้รัฐบาลที่ครบกำหนดในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 - 2573 เพื่อกระจายภาระหนี้และรองรับการออกพันธบัตรรัฐบาลในอนาคต
นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนา โครงการ และรายการที่ขอบรรจุเพิ่มเติมและต้องเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี 18 โครงการ/รายการ และมีรัฐวิสาหกิจ จำนวน 1 แห่ง ที่มีสัดส่วนความสามารถในการหารายได้เทียบกับภาระหนี้ของกิจการ ต่ำกว่า 1 เท่า ได้แก่ รฟท. (0.48 เท่า) ที่ต้องเสนอขออนุมัติการกู้เงินต่อครม. และมีรัฐวิสาหกิจ 19 แห่ง ที่ต้องขออนุมัติการกู้เงินของรัฐวิสาหกิจเพื่อลงทุนในโครงการพัฒนา และการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ต่อคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่า ระดับประมาณการหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศภายหลังการปรับปรุงแผนฯ จะอยู่ที่ร้อยละ 68.48 (กรอบไม่เกินร้อยละ 70) และยังอยู่ภายในกรอบกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง