‘กรณ์’ ชู ‘นครศรีฯ-สงขลา’หัวใจประชาธิปัตย์ พลังในการกำหนดทิศทางรัฐบาลให้เป็นไปตามอุดมคติของพรรค
3 ก.พ.2569- เมื่อคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ลานสมเด็จย่า อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ช่วย นายจอมไกร สวัสดิวงศ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่ามกลางประชาชนที่หลั่งไหลเข้าร่วมรับฟังอย่างคึกคัก นายกรณ์กล่าวบนเวทีว่า พรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่าจะมีบทบาทสำคัญในการ “คุมเกมรัฐบาล” หลังการเลือกตั้ง โดยย้ำว่า รัฐบาลใดที่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมอยู่ด้วย และมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคเป็นผู้กำกับทิศทาง จะไม่ปล่อยให้การเมืองออกนอกลู่นอกทาง การทุจริตคอร์รัปชันจะไม่เกิด และจะไม่ทำสิ่งใดที่สุ่มเสี่ยงต่อการสร้างความขัดแย้งในสังคม
วันนี้ สิ่งที่พรรคต้องการคือคะแนนเสียงที่เพียงพอ เพื่อทำหน้าที่คุมเกมให้การเมืองไทยเป็นการเมืองสุจริต รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังชี้ให้เห็นกระแสความเชื่อมั่นที่กลับคืนสู่พรรค โดยระบุว่า ตนเป็น สส.กรุงเทพมหานครสมัยแรกเมื่อปี 2548 และวันนี้คนกรุงเทพฯ หันกลับมามองพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง เพราะเห็นภาพคนภาคใต้ที่อ้าแขนต้อนรับ พรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่า หัวใจของบทบาทพรรคหลังเลือกตั้งอยู่ที่สองจังหวัดหลักคือ สงขลา และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 9 เขต รวม 18 เขต เมื่อบวกกับคะแนนบัญชีรายชื่อ กรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัด รวมถึงภาคเหนือ หากเป็นไปตามโพล พรรคประชาธิปัตย์จะมีพลังเพียงพอในการกำหนดทิศทางรัฐบาลให้เป็นไปตามอุดมคติของพรรค
นายกรณ์กล่าวด้วยว่า เหลือเวลาเพียง 5 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องช่วยโทรบอกลูกหลาน ญาติพี่น้อง ออกมาใช้สิทธิเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมกันผลักดันการเมืองที่สุจริต โปร่งใส และยึดประโยชน์ประชาชนเป็นศูนย์กลาง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังเปิดเผยถึงการจัดทำนโยบาย ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดูแลโดยใช้เวลากว่า 2 เดือน คัดกรองจากกว่า 100 ข้อ เหลือเป็นนโยบายสำคัญ 27 ข้อ ในส่วนที่ตอบโจทย์พื้นที่ภาคใต้ มีแกนหลักคือ “การท่องเที่ยว” และ “เกษตร” ควบคู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่รวดเร็ว เพื่อเพิ่มการเคลื่อนย้ายคนและสินค้า สร้างการหมุนเวียนเงิน และยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจ
นายกรณ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ย้ำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมภาคใต้อย่างครบทุกมิติ ทั้งทางราง ถนน ทะเล และอากาศ ตั้งแต่มอเตอร์เวย์สายใต้เชื่อมนราธิวาส–กรุงเทพฯ การผลักดันรถไฟรางคู่และอัปเกรดเป็นรถไฟไฟฟ้าความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ครอบคลุมเส้นชุมพร–นครศรีธรรมราช–ชายแดนมาเลเซีย รวมถึงแนวคิดรถไฟความเร็วสูงสายใต้ที่เคยเริ่มศึกษาในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เพื่อผลักดันภาคใต้สู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์ เชื่อมการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้านการเกษตร พรรคฯ มุ่งเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูปจากฐานราก ควบคู่การดูแลราคาด้วยนโยบายประกันรายได้ที่พัฒนาให้ดีกว่าเดิม ตั้งเป้าดันราคายางพาราให้อยู่ในระดับที่เกษตรกรอยู่ได้จริง พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ชุมชนถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ด้านสวัสดิการ พรรคประชาธิปัตย์เสนอการดูแลตลอดช่วงชีวิต ตั้งแต่ผู้สูงอายุ 60 ปี รับเงิน 1,000 บาทต่อเดือน โครงการปรับปรุงบ้านปลอดภัย วงเงิน 50,000 บาท การศึกษาฟรีอย่างแท้จริง เน้นสิทธิพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษ จัดครูเจ้าของภาษาให้เด็กตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 4 วันละ 1 ชั่วโมง รวมถึงการออมภาคบังคับและสมัครใจ เพิ่มเงินสมทบจากรัฐ และเปิดบัญชีออมให้เด็กแรกเกิดสะสมเงินรายเดือนจนถึงอายุ 18 ปี เพื่อเป็นทุนการศึกษาและพัฒนาศักยภาพ นอกจากนี้ พรรคยังเสนอ “หวยจังหวัด” ใบละ 50 บาท คืนเงินออมเข้าบัญชีผู้ซื้อ พร้อมโอกาสถูกรางวัลระดับจังหวัด สร้างเศรษฐีใหม่อย่างทั่วถึง โดยไม่ใช้งบประมาณภาษีฟุ่มเฟือย
“นโยบายทั้งหมดผ่านการคิดอย่างรอบคอบ วางแผนพร้อมปฏิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และโอกาสของพี่น้องชาวใต้ พร้อมขอแรงสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อผลักดันภาคใต้ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนภายใต้การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์” นายกรณ์ กล่าว.