หนูลุยอีสาน150เสียงน้อยไป
“อนุทิน” ลาราชการตลอดทั้งวัน ลงพื้นที่อีสานขึ้นเวทีปราศรัยอ้อนชาวนครพนม เลือก “ภูมิใจไทย” ยกจังหวัด บอกโพลประเมินได้ 150 ที่นั่งต่ำไป ยันสู้ทุกเขตไม่มีแบ่งพื้นที่พรรคร่วมฯ-คู่แข่ง “จุลพันธ์” นำทีมไป “พิจิตร-นครสวรรค์” โว “ดร.เชน” กระแสนิยมดีขึ้นทุกวัน ชี้ถ้าเลือก “เพื่อไทย” ได้ย้ายนายกฯ หนูออกแน่ “ปิยบุตร” ลั่นหากอยากเห็น “ปชน.” เป็นรัฐบาล ต้องได้ที่ 1 กวาด สส.เกิน 250 ที่นั่ง “ปชป.-กธ.-รทสช.” ลุยหาเสียงคึกคัก “นายกฯ” รับทราบจากข่าวนักการเมือง “ท.” พัวพันยาเสพติด ยันไม่เกี่ยวรัฐบาล-ภท. เป็นอำนาจ ขรก. “ชัยชนะ” โวยโดนโยงเอี่ยวยาเสพติด แจงผู้ต้องหาค้ายาแค่นามสกุลเดียวกันแต่ไม่รู้จัก ยันไม่มี ตร.มาค้นบ้านตามลือ เชื่อหวังดิสเครดิตการเมือง
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ลาราชการเพื่อใช้เวลาตลอดทั้งวันลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานครั้งแรก ใน อ.นาแก, อ.นาหว้า, อ.ศรีสงคราม, อ.บ้านแพง, อ.เมืองฯ จ.นครพนม ช่วยผู้สมัคร สส.นครพนม พรรค ภท.ทั้ง 4 เขตหาเสียง ประกอบด้วย น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ เขต 1, นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ เขต 2, นายอลงกต มณีกาศ เขต 3 และนายชูกัน กุลวงษา เขต 4
จุดแรกเวลา 10.43 น. นายอนุทินพร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เดินทางถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม ช่วยหาเสียงให้กับนายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 4 โดยเมื่อเดินทางถึงชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองคล้องคอและผ้าขาวม้าผูกเอวต้อนรับตามธรรมเนียมภาคอีสาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยนายอนุทินขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งถามชาวบ้านว่า อยากให้เปิดด่านชายแดนหรือไม่ ชาวบ้านตอบทันทีว่าไม่ พร้อมย้ำว่า ผลประโยชน์แฝง ที่ทำให้รัฐบาลยังไม่ยอมเปิดด่านคือข้าวผิดกฎหมายก็ไม่เข้ามา ทำราคาข้าวในประเทศสูงขึ้น ข้าวเถื่อนไม่เข้ามา พืชผลการเกษตรไม่เข้ามา แล้วรัฐบาลนี้ก็เอาข้าวไปขายได้อีก 600,000 ตัน ทำให้ข้าวราคาดีขึ้น
“รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจกับรายได้ของประชาชน ช่วงไหนพอมีงบประมาณที่จะทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัว เกิดความคล่องตัว มีเงินหมุนเวียนให้จับจ่ายใช้สอย เราก็คิดต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัส โอเคไหมล่ะ ถึงแม้จะ 50:50 แต่ไม่ใช่การนำเงินมาไล่แจกให้พี่น้อง เราไม่ใช่วณิพก อยู่ดีๆ ให้คนเอามาใส่ให้ เราเป็นประชาชนมีศักดิ์ศรี เราต้องดูแลอยากให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วม จึงออกคนละครึ่งพลัส พรรค ภท.ถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ เฟสหนึ่งเสร็จแล้ว จริงๆ จะออกเฟสสอง แต่ดันยุบสภาเสียก่อน เพราะฉะนั้นหากพ่อแม่พี่น้องอยากได้เฟสสอง ก็ขอให้เลือก ภท.กลับไปเป็นรัฐบาล นายกฯ คนนี้ได้ทำสิ่งเหล่านี้ให้กับท่านแล้ว เราทำให้โลกรับรู้ศักดิ์ศรีของประเทศเรา ทำให้ประเทศเราสามารถไปต่อรองเจรจาการค้ากับต่างชาติได้ เราทำให้คนเขาเห็นคุณค่าสินค้าการเกษตรของไทย ทำทุกอย่างให้กับพ่อแม่พี่น้อง และเมื่อกลับเข้าไปเราก็จะผลักดันคนละครึ่งพลัสเฟสสองเข้ามาให้พ่อแม่พี่น้อง” นายอนุทินกล่าว
ช่วงหนึ่งนายอนุทินอ่านโพยและกล่าวว่า มีข่าวดี ด้วยความต้องการของพ่อแม่พี่น้องที่ต้องการโรงพยาบาลนาแก ที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงมากขึ้น ผู้สมัครของพรรครับฟังความต้องการของพ่อแม่พี่น้อง เข้าไปพูดในสภา และที่ประชุมของพรรค นาแกต้องมีโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ งบประมาณปี 70 กว่า 200 ล้านเพื่อโรงพยาบาลนาแก ดังนั้นชาวนาแกมีโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานสูงแน่นอน งบเข้าแล้ว สธ.เห็นชอบแล้ว แต่ต้องให้สภาเห็นชอบ แล้วใครจะต้องเข้าไปเห็นชอบ ดังนั้นพี่น้องชาวนครพนม ถ้าเลือกก็เลือกภูมิใจไทยให้ยกพรรคเลย นครพนมมี สส. 4 คน ก็ให้เลือกทั้ง 4 พรรคเดียว
หนูขึ้นเวทีลั่นปักธงนครพนม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังลงจากเวทีปราศรัยนายอนุทินได้เดินเข้าไปทักทายชาวบ้าน ซึ่งได้มีคุณยายนำสายสิญจน์มาผูกข้อมือให้กับนายอนุทินตามประเพณีคนอีสาน รวมถึงได้เดินเข้าไปทักทายผู้สูงอายุ
นายอนุทินกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยประกาศจะตีที่นั่ง จ.นครพนมจาก ภท.ว่า เชื่อว่าไม่ได้ตีหรอก เป็นธรรมดาในการแข่งขันทุก พรรคต้องใช้ศักยภาพของตัวเองสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่เป็นโหวตเตอร์ให้เต็มที่ แต่ ภท.ก็ใกล้ชิดกับประชาชนชาวนครพนม จึงตั้งเป้าว่าน่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนครบทุกเขต
ถามกรณีผลสำรวจนิด้าโพลคาดผลคะแนนการเลือกตั้ง 2569 พรรค ภท.มาอันดับ 1 จะได้ 150 ที่นั่ง เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต่ำกว่าเป้าหมาย พร้อมกับหัวเราะ ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าต้องการ 500 ที่นั่งเลยใช่หรือไม่ นายอนุทินถามกลับว่า “ใช่ไหมล่ะ” พร้อมกล่าวต่อว่า เป้าหมายของทุกคนต้องการเท่าไหร่ ก็ต้องเกิน 150 แต่ผลสำรวจก็เอาไว้เป็นตัวชี้วัด และเป็นเครื่องมือในการประเมินว่าเราได้ทำงานไปในระดับไหน ถ้าตรงกับสิ่งที่คิดก็ไม่ต้องสงสัย และเดินหน้าต่อได้ แต่หากไม่ตรงกับที่คิดก็ต้องมานั่งทบทวนแก้ไข
ถามย้ำว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่มีการแบ่งพื้นที่ให้กับคู่แข่งใช่หรือไม่ นายอนุทินถามกลับว่า แบ่งพื้นที่แปลว่าอะไร ก่อนย้ำว่า เราสู้ทุกเขตอยู่แล้ว ทุกคนในพรรคภูมิใจไทยลงไปช่วยกันขอเสียงจากประชาชน ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าพรรครัฐบาลเดิมได้มีการติดต่อขอแบ่งในบางพื้นที่หรือไม่ นายอนุทินยืนยันว่า ไม่มี พร้อมถามกลับว่าเล่นกอล์ฟเป็นหรือไม่ ก่อนกล่าวว่า การแข่งขันต้องแข่งกันตามกติกา แข่งขันด้วยความสามารถของตนเอง ไม่มีใครมาขอได้ และไม่มีใครยอมได้
เวลา 14.00 น. นายอนุทินเดินทางต่อมาที่โรงเรียนบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม ขึ้นเวทีปราศรัยที่ 2 กล่าวตอนหนึ่งถึงเรื่องชายแดนว่า เราทำให้ลูกหลานเห็นว่าประเทศนี้ไม่ได้อยากมาคุกคามเมื่อไหร่ก็มาได้ กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย เรารักษาอธิปไตย ไม่มีอะไรต้องกลัว เราไปรุกรานเขาก่อนหรือไม่ ก็ไม่เคย ไปรุกรานดินแดนหรือไม่ ก็ไม่เคย หรือยิงใส่ก่อนหรือไม่ ก็ไม่เคย เขาทำเราก่อนทั้งนั้น พอเราสู้บ้างกลับบอกว่าเรารุนแรง เราไม่ให้ใครเข้ามาย่ำยีเราแม้แต่นิดเดียว เรายอมไม่ได้ ต้องเลิกเกรงใจเขา พอต่างชาติไปบอกให้เขาหยุด แต่กับคนไทยไม่เกรงใจได้อย่างไร
นอกจากนี้ นายอนุทินลงพื้นที่หาเสียงตลาดสดศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรค ภท. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ผู้สมัคร สส.นครพนม พรรค ภท.เขต 1 หาเสียง
ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค ภท. กล่าวถึงกรณีที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้สนับสนุนพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงถึงนายเนวิน ชิดชอบ เกี่ยวกับเหตุการณ์การเลือกตั้งเมื่อปี 2538 ว่ามีการบุกค้นบ้านน้องสาวและน้องเขยของนายเนวินที่จังหวัดบุรีรัมย์ และพบของกลางธนบัตรใบละ 100 และ 20 บาท เย็บติดกับใบแนะนำตัวหาเสียงของนายเนวินจำนวนมากว่า เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยในข้อเท็จจริงแล้วไม่เคยมีการตรวจค้นบ้านของนายเนวินเอง ของน้องเขยหรือน้องสาวของนายเนวิน เนื่องจากนายเนวินไม่มีน้องสาว จึงไม่มีน้องเขย ข้อความดังกล่าวถือเป็นการหมิ่นประมาทและใส่ร้ายป้ายสีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ขอเตือนไปยังผู้ที่แชร์ข้อความดังกล่าวต่อจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วยเช่นกัน
พรรคเพื่อไทย (พท.) แกนนำพรรคนำโดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยนายพงษ์ศักดิ์ เหลืองวิจิตร ผู้สมัคร สส.พิจิตร เขต 1 หาเสียง ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีมวลชนเข้ามาร่วมฟังเป็นจำนวนมาก จากนั้นช่วงเย็นเดินทางที่ อ.พยุหะคีรี และ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ พรรค พท.ทั้ง 6 เขต
ชูเลือกพท.ย้าย ‘นายกฯ อนุทิน’
นายจุลพันธ์กล่าวตอนหนึ่งระหว่างขึ้นเวทีปราศัย จ.พิจิตร ว่า วันนี้ไปไหนมาไหนตนมีความสุขมากเป็นพิเศษ ดูหุ่นของตนสิ มาพิจิตรได้มะขามแก้ว อันนี้ถูกใจมากเป็นพิเศษ เรื่องของพวงมาลัยเดี๋ยวนี้ครีเอตกันไปทุกวันๆ พวงมาลัยหมูแดงก็เจอมาแล้ว ขณะนี้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคคะแนนนิยมขึ้นทุกวันๆ ล่าสุดไปดีเบตมามีการทำโพล โดยให้ประชาชนโหวตเข้าไปนายยศชนันมาอันดับ 1 แล้ว ซึ่งคนนี้เป็นคนคนเดียวในแวดวงการเมืองที่ไม่เคยทะเลาะกับใคร ไม่มีสาดโคลน ไม่มีป้ายสี พรรคการเมืองอื่นสาดโคลนกัน ด่ากันว่ากัน แต่เชน ยศชนัน มีหน้าที่ในการเอานโยบายไปมอบให้กับประชาชน คนคนนี้จะนำประเทศไทยออกจากความขัดแย้ง และเดินหน้าประเทศไทยไปสู่ความเจริญ
“การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ พรรคการเมืองมันแข่งกัน 3 สีหลักๆ ไม่แดงก็น้ำเงิน ก็ส้ม ซึ่งทั้ง 3 สีมีจุดเด่นมีจุดแข็งก็ว่ากันไป วันนี้พรรคเพื่อไทยยืนหยัดว่าเป็นพรรคการเมืองเดียวที่เดินหน้าด้วยนโยบาย พรรคการเมืองหนึ่งสีน้ำเงินอยู่เป็นรัฐบาลมา 2 เดือน ท่านเห็นผลงานแล้ว น้ำท่วมหาดใหญ่คนตายหลายร้อย ทั้งเรื่องของการจัดกีฬาซีเกมส์ แต่วันนี้เดินหน้าอย่างเดียวคือการย้ายข้าราชการ ดังนั้นขอโอกาสพรรค พท. ถ้าเลือก พท.ทั้ง 2 ใบ พวกผมไม่ย้ายข้าราชการให้เหนื่อย แต่จะย้ายนายกฯ ออก 1 คน อนุทินออกได้แล้ว” นายจุลพันธ์กล่าว
พรรคประชาชน (ปชน.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. ขึ้นปราศรัยที่ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองชัยภูมิ อ.เมืองฯ จ.ชัยภูมิ ตอนหนึ่งระบุว่า พรรคพวกเราถูกยุบมาสองครั้ง ถูกตัดสิทธิ์มาหลายคน เราเลือกตั้งได้ที่หนึ่งแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล ถามว่าเราท้อแท้กับเรื่องนี้ไหม ไม่ครับ เราเดินหน้าต่อสู้ต่อ เพราะเราเชื่อว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าประเทศไทยของเรามีศักยภาพไปได้ดีกว่านี้ จึงถือโอกาสมาช่วยหาเสียงเพื่อชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.มีความสำคัญต่อชีวิตประชาชนทุกคนอย่างไรบ้าง
“เขาไม่อยากให้เราเป็นรัฐบาลจริง ดังนั้นการได้ สส.บางเขตหรือแม้แต่ สส.ชัยภูมิยกจังหวัดก็อาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะเราต้องได้ที่ 1 ต้องมี สส.ให้เกิน 250 ที่นั่งเลยจะยิ่งดี ครั้งนี้เอาอีกครั้ง เลือกตั้ง 8 ก.พ. เอาให้เกิน 250 เสียง คะแนนรวมทั้งประเทศเกิน 20 ล้านเสียง ไม่มีใครขวางการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้อีก” นายปิยบุตรระบุ
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชป. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส.เขตลาดพร้าว-บึงกุ่ม หมายเลข 8 ของพรรค โดยนายชวนได้พบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดรวมโชคและตลาดเจ้าแม่กวนอิม ท่ามกลางเสียงเชียร์และแรงสนับสนุนอย่างท่วมท้น พร้อมเน้นย้ำว่ามาช่วยนายภาณุพงศ์ ผู้สมัครเบอร์ 8 เนื่องจากเคยเป็นผู้ช่วย สส.ของตนมาก่อน และเป็นหลานชายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.
“เขตนี้ไม่ได้เป็นตัวเก็งเลยนะ แต่ได้ทราบจากคนที่ช่วยบอกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ จึงขอถือโอกาสขอร้องพี่น้องว่า นอกจากเลือกเบอร์ 27 ของพรรคแล้ว ก็กรุณาช่วยเบอร์เขตด้วย เขาเป็นคนมีความรู้พื้นฐานดีพอที่จะเป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติได้ ที่สำคัญที่สุดคือเขามีความเชื่อมั่นในเรื่องการเมืองสุจริต ซึ่งเป็นเรื่องที่บ้านเมืองเราต้องการมากที่สุดในขณะนี้” นายชวนกล่าว
ถามถึงสถานการณ์การหาเสียงในขณะนี้ นายชวนกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าระบบการใช้เงินรุนแรงมาก ต้องแนะนำประชาชน และต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญ คิดว่าไม่สูญเปล่า อาจจะได้ไม่ร้อยทั้งร้อย แต่ว่าไม่สูญเปล่าหรอก อย่าไปเชื่อว่าพรรคการเมืองไหนประกาศเรื่องซื่อสัตย์สุจริต แต่วิธีปฏิบัติเป็นอีกแบบหนึ่ง บางเรื่องเป็นเรื่องที่พูดไปส่งเดช แต่เวลาปฏิบัติก็ไม่ปฏิบัติ อย่างเช่นเราเห็น ตั้งแต่ตัวดูด สส. ที่ไปส่วนใหญ่ไม่ได้ไปทางอุดมการณ์พรรค ที่ไปบางทีก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรเลย แต่ตัวเงินดึงไป เพราะฉะนั้นการใช้เงินยังคงมีแรง” นายชวนกล่าว พร้อมกับเพิ่มเติมอีกว่า อยากให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งได้ เฝ้าบอก กกต.ด้วย ทำอย่างไรให้ กกต.ขยับ เพราะ กกต.ก็จะบอกว่าถ้ามีหลักฐานค่อยส่งมา แต่ความจริงแล้วมีคนบอกว่าต้องให้ กกต.หาหลักฐานเองด้วย
“การเมืองที่ไม่ค่อยสุจริตก็มี เราก็รู้อยู่ การเมืองประเภทที่ไม่มีตรงไปตรงมา ใช้วิธีซื้อเสียงใช้วิธีสกปรก การเมืองพวกนี้จะมี แต่การเมืองจริงๆ อย่างพวกผมนี่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีอะไรที่พิเศษนอกจากต้องอาศัยสื่อ อาศัยประชาชนให้มากยิ่งขึ้น มาร่วมต่อต้านการซื้อเสียง อย่าไปติดกับดักเพียงว่าใครได้ ใครชนะ ไม่งั้นตัวเลขจะตามมา” นายชวนกล่าว
พรรคกล้าธรรม (กธ.) นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.) ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค กธ. พร้อมด้วยนายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ และคณะผู้สมัคร สส.กทม. ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี โดยนางปวีณากล่าวฝากนโยบายของพรรค กธ.ทั้งแก้ปัญหายาเสพติด พร้อมบำบัดดูแล 1 ปี ให้กลับสู่สังคมได้ตามปกติ เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แก้ปัญหาที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดครุฑแดง ให้คนจนมีที่ดินทำกิน คนจนมีสิทธิ์ มุ่งเน้นนโยบายด้านการศึกษา ผลักดันให้คนพิการมีอาชีพมากขึ้น และมีสิทธิ์เท่าเทียมคนทั่วไป เป็นต้น
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช.และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค รับเรื่องร้องเรียนจากตัวแทนสหภาพคนทำงานภาครัฐแห่งประเทศไทยและตัวแทนสหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย กรณีร้องขอความเป็นธรรมด้านสวัสดิการและค่าตอบแทนจากการทำงาน เนื่องจากที่ผ่านมาสหภาพทั้งสองแห่งผลักดันเรื่องดังกล่าวมาอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยนายพีระพันธุ์ ยืนยันนโยบายของพรรต้องการผลักดันให้มี “1 ตำบล 1 ทุนแพทย์กลับถิ่นฐาน” เพื่อพลิกโฉมด้านสาธารณสุขและแก้ไขปัญหาการทำงานหนักของบุคลากรทางการแพทย์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป
‘แทน’ โวยโดนโยงเอี่ยวยาเสพติด
วันเดียวกัน นายอนุทิน ในฐานะนายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA ออกมาเปิดเผยถึงนักการเมืองอักษรย่อ “ท.” รองหัวหน้าพรรคสีฟ้าคนดังภาคใต้ พัวพันขบวนการค้ายาเสพติดว่า ตำรวจยังไม่ได้รายงาน แต่ทราบมาจากข่าว ยืนยันว่าไม่ใช่ “ทิน” เมื่อถามว่าขณะนี้นักการเมือง “ท.” มองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้เกิดจากพรรค ภท. และไม่ได้เกิดจากการเป็นรัฐบาล และนายกฯ ฝ่ายข้าราชการได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องและเต็มที่ เพราะขณะนี้รัฐบาลมีอำนาจจำกัดเพราะอยู่ในช่วงยุบสภา ซึ่งทุกวันนี้ตนไปหาเสียงก็ไม่มีรถนำขบวน ผู้ว่าฯ และนายอำเภอก็ไม่กล้ามาต้อนรับ ซึ่งตนก็ไม่กล้าให้เขามาด้วย เพราะถ้าหากเขามาเดี๋ยวตนซวย ตอนนี้ตนได้ทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ส่วนการบริหารราชการแผ่นดินในเรื่องของการปฏิบัติ เป็นเรื่องของข้าราชการประจำ ก็ทำหน้าที่ของเขาไป
ซักว่า รมว.กระทรวงที่ทำได้รายงานหรือไม่ถึงกรณี 10 นักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์และยาเสพติดอยู่พรรคใดบ้าง นายอนุทินย้ำว่า ตนใช้นโยบายปิดชื่อถือพฤติกรรม ตอนนี้ตนไม่ถามใครทั้งสิ้น เปิดมาเจอใครก็เป็นคนนั้นไม่มีข้อยกเว้น ตนไม่ถามแต่แค่สั่งการ ให้ดำเนินการกับผู้ทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่ต้องรายงานตนว่าเป็นใคร และไม่ต้องมาถามว่าเป็นคนนี้แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ และตนก็ยึดถือแนวทางนี้มาตลอด
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช หรือ แทน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ปิดล้อมจับกุมนายจักรกฤษ เดชเดโช หรือ ซัน ทุ่งจีน อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ช่วงเย็นวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีสื่อออนไลน์บางเพจพยายามเชื่อมโยงอ้างว่าตำรวจเตรียมเข้าตรวจค้นบ้านนักการเมืองรายหนึ่ง ใช้อักษรย่อชื่อ “ท.” ว่า ขอยืนยันอย่างหนักแน่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายดังกล่าว ทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย ซึ่งหากผู้ใดมีหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการเงิน หรือหลักฐานการติดต่อที่เชื่อมโยงว่าเขาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ขอให้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือยื่นต่อพนักงานสอบสวนได้ทันที โดยตนพร้อมให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่
“นามสกุลเดชเดโช มีผู้ใช้อยู่จำนวนมาก ไม่สามารถนำมาเหมารวมได้ ผมขอยืนยันด้วยเกียรติว่าไม่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารายนี้ และหากมีหลักฐานใดที่เชื่อมโยงว่าผมเกี่ยวข้อง ขอให้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือยื่นต่อพนักงานสอบสวนได้ทันที ผมยินดีให้ตรวจสอบทุกประการ ซึ่งการปล่อยข่าวโยงผมเข้ากับคดียาเสพติดในช่วงใกล้การเลือกตั้ง เป็นการพยายามหวังผลทางการเมือง และผมขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนและพรรค รวมทั้งขอร้องให้นักการเมืองทุกฝ่ายทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แข่งขันกันด้วยนโยบาย มากกว่าการโจมตีใส่ร้ายกัน” นายชัยชนะระบุ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ตามกระแสดังกล่าว ขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว ตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างรอบคอบ แยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอม เพื่อไม่ให้การเมืองเข้ามาบิดเบือนการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วน.