กู้ซากโศกนาฏกรรมเครนถล่ม! รฟท. ติดป้ายอาลัยข้างโบกี้มรณะ เร่งซ่อมรางคืนชีพเส้นทางสายอีสาน
วันที่ 22 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เครนขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง พังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษ (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 ขณะวิ่งผ่านจุดก่อสร้างพอดิบพอดี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย และบาดเจ็บ 66 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ต่อมา คนงานผู้รับเหมาบริษัทอิตาเลียนไทย ใช้เวลา 6 วัน ปฏิบัติการเก็บกู้ซากเครนยักษ์น้ำหนัก 30 ตัน ทั้งตัวฐานเครนโรลลิ่ง (สีน้ำเงิน) และตัวเครนเมนทัช (สีส้ม) ที่ติดค้างอยู่ด้านบนตอม่อและโครงสร้างรางรถไฟความเร็วสูง ซึ่งอยู่สูงจากพื้น 18 เมตร ลงมาด้านล่างได้ทั้งหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ระดมเครื่องจักรซ่อมแซมรางรถไฟที่ชำรุดเสียหาย เคลียร์ซากชิ้นส่วนวัสดุ ปรับพื้นที่ และติดตั้งรางใหม่ เพื่อทดแทนรางเดิมที่หักงอชำรุด จำนวน 2 ราง รางละ 18 เมตร รวมความยาว 36 เมตร ใช้เวลาเพียงวันเดียวจนแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินความพร้อมก่อนเปิดใช้เส้นทางเดินรถขบวนรถไฟสายอีสานตามปกติโดยเร็วที่สุด
ต่อมา เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เร่งเดินหน้าภารกิจขนย้าย “โบกี้รถไฟ” ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากเหตุเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถไฟ จนเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 30 ราย และผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่การรถไฟร่วมกับบริษัทอิตาเลียนไทย ระดมรถเครนหลายคัน เข้าทำการยกโบกี้รถไฟคันที่ 2 ซึ่งมีสภาพขาดออกเป็น 2 ท่อน ขึ้นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์ซ่อมรถไฟ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
พร้อมกันนี้ มีการติดแผ่นไวนิลไว้ที่ตู้รถไฟ ระบุข้อความว่า “การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอร่วมไว้อาลัยแด่ผู้สูญเสียทุกท่านด้วยความเคารพ” ขณะที่โบกี้อีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งถูกไฟไหม้เสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ได้เร่งปฏิบัติการตัดแยกชิ้นส่วน เพื่อยกขึ้นรถบรรทุกพ่วง ขนย้ายไปเก็บในจุดเดียวกัน
นอกจากนี้ ยังมีขบวนรถพิเศษช่วยอันตราย “บางซื่อ” เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร นำเครื่องจักรและรถเครนขนาดใหญ่ เข้าปฏิบัติการยกโบกี้รถไฟอีกหนึ่งคันขึ้นราง เพื่อลากออกจากจุดเกิดเหตุไปยังศูนย์ซ่อมในตัวเมืองนครราชสีมา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เร่งทำงานตลอดทั้งคืน แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากโบกี้มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและความปลอดภัยสูงสุด โดยเร่งทำงานต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อขนย้ายซากโบกี้รถไฟมรณะทั้ง 2 โบกี้ออกจากพื้นที่ให้ได้โดยเร็ว ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนประเมินความพร้อมและความปลอดภัยบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อพิจารณาแนวทางเปิดเดินรถไฟในเส้นทางปกติโดยเร็วที่สุด