โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์พรรคกล้าธรรม

สยามรัฐ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ

รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า

การเลือกตั้งครั้งนี้ หนึ่งในพรรคที่สร้างเสียงฮือฮามากที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้น “พรรคกล้าธรรม” ที่ได้เสียงสส.ไปมากกว่า 50 เสียงจนเรียกได้ว่า “หักปากกาเซียน” กันถ้วนหน้า เพราะบรรดาเซียนทั้งหลายล้วนวิเคราะห์พรรคกล้าธรรมว่าจะได้ไม่เกิน 30-40 เสียงเท่านั้น วันนี้เรามาวิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้กันครับ

พรรคกล้าธรรมถือได้ว่าเป็นพรรคใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นพรรคที่เข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปแบบเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก แม้จะมีเวลาอยู่ในวงการเมืองมาสักพักในช่วงที่ผ่านมา แต่ด้วยตัวผู้นำอย่าง ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเปรียบเสมือนแม่เหล็ก ที่ดูดทั้งคนและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง จึงเป็นหนึ่งในพรรคที่ถูกมองในทางลบเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้หลายๆคนมองพรรคนี้เป็นเพียงตัวประกอบ

แต่การจะวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งของพรรคการเมืองจากภาพลักษณ์ คงจะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องสักเท่าไร โดยเฉพาะการเลือกตั้งในการเมืองไทย

เพราะถ้ามองกันอย่างเป็นกลาง ตัดความรู้สึกส่วนตัวออก จะพบว่าพรรคกล้าธรรม “ไม่ธรรมดา”

ประการแรก ตัวผู้นำอย่าง ร้อยเอก ธรรมนัส ไม่ใช่มือใหม่ทางการเมืองอย่างที่หลายๆคนคิด อาจจะเป็น “นักการเมือง” หน้าใหม่ ที่อยู่หน้าฉากได้ไม่นาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร้อยเอก ธรรมนัส อยู่กับวงการการเมืองมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญ เป็นแม่ทัพใหญ่ที่ทำงานการเมืองแบบ On ground ให้หลายพรรคการเมืองที่ประสบความสำเร็จในอดีต ดังนั้น ผู้กองจึงมีทั้งประสบการณ์และเทคนิคการทำการเมืองแบบ on ground อย่างแพรวพราวถึงขั้นเรียกว่า หาตัวจับได้ไม่ง่าย

ประการที่สอง สืบเนื่องจากเทคนิคการทำการเมือง on ground ที่ผู้กองถนัด ทิศทางของพรรคกล้าธรรมจึงชัดเจน เน้นเดินเท้า ติดดิน ใต้ดิน และเกาะอยู่กับประชาชนชาว “รากหญ้า” ไม่เน้นหวือหวา ไม่เน้นเทคโนโลยี และโลกออนไลน์ เพราะผู้กองน่าจะอ่านออกว่า “ทะเล” ของคะแนนเสียงอยู่ที่ไหน และอะไรคือจุดที่ตนถนัด จึงทำให้เสียงคราวนี้ออกมาชัดเจน ว่าได้สส.จากภาคชนบทเสียเป็นหลัก และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ผู้กองหวงกระทรวงเกษตรเป็นที่สุด เพราะมันเข้าถึงประชาชน ช่วยประชาชนคนรากหญ้าได้เป็นรูปธรรม ซึ่งจะผันไปเป็นคะแนนเสียงจำนวน “มหาศาล” ในการเลือกตั้ง

อย่าลืมว่า ในการเลือกตั้ง “จำนวน” สุดท้ายก็ยังเป็นตัวตัดสินชัยชนะ

และอย่าลืมว่า แม้ว่าจะผ่านมานานเท่าไร คนยากคนจนในประเทศไทยก็ยังเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

วิธีการหาเสียง เทคนิคการทำการเมืองของพรรคกล้าธรรมวันนี้ ทำให้นึกย้อนกลับไปถึงการเมืองสมัยก่อน ย้อนกลับไปสัก 20 ปี ตอนนี้สื่อโซเชียลยังไม่ได้มีอิทธิพลมากขนาดนี้ การเมือง on ground คือทุกสิ่ง และใช้ได้ผลมากที่สุด…หรือวันนี้ เรากำลังเห็นภาพเก่าๆย้อนกลับมาอีกครั้ง

หรือ Online อาจจะไม่ได้มีมนต์ขลังมากขนาดนั้น ก็เป็นประเด็นที่น่านำไปขบคิดกันต่อ

หลังจากนี้ เชื่อได้ว่าพรรคกล้าธรรมจะต้องพยายามเข้าร่วมรัฐบาลให้ได้ เพื่อให้มีอำนาจรัฐในการทำการเมืองต่อไปในอนาคต เพราะแม้วันนี้จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เชื่อว่าพรรคกล้าธรรมก็รู้ดี ว่าวันนี้ยังยึดครองใจคน ยึดครองพื้นที่ได้ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ดูได้จากคะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์ ที่ประชาชนยังรักพี่เสียดายน้องปันใจไปเลือกปาร์ตี้ลิสต์ให้พรรคอื่นอยู่ จะยึดได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็เมื่อผลลัพธ์ออกมาว่าเป็นสีเขียวทั้งสองเบอร์…นี่อาจจะเป็นการบ้านที่ต้องทำต่อ

แต่แน่นอน หลังเลือกตั้งงวดนี้จบลง คนที่เคยเป็นมิตรอาจจะไม่ใช่มิตรอีกต่อไป เพราะวันนี้เชื่อว่าทุกพรรคการเมืองเห็นได้ชัดแล้ว ว่าพรรคกล้าธรรม “มีอนาคต” และนั่นเป็นสิ่งที่ทุกพรรคการเมืองไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู

การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นบทเรียนให้พรรคการเมืองและนักวิเคราะห์การเมืองอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นที่คนทั่วไปมักคิดว่า “ภาพลักษณ์” จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะถูก แต่อาจจะถูกแค่ครึ่งเดียว หรือถูกเป็นบางพื้นที่ สำหรับคนเมืองที่เสพสื่อตลอดเวลา เรื่องนี้อาจถูก แต่สำหรับพี่น้องประชาชนในชนบทที่ไม่ได้เสพสื่อตลอดเวลา และมีความต้องการที่แตกต่างจากคนเมือง บุคลิกส่วนตัวของผู้กอง ที่กล้าได้กล้าเสีย นักเลง มีอำนาจ มีเงิน พร้อมที่จะเปย์ช่วยเหลือคนเมื่อเดือดร้อน ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่เอาชนะภาพลักษณ์ลงได้ และนำไปสู่คะแนนเสียง

ส่วนเรื่องอื่นๆ เอาเป็นว่ารู้กัน ว่าเปรียบเสมือน “ช้างในห้อง” ที่แม้จะตัวใหญ่ แต่ไม่มีใครเห็น

จะวิเคราะห์ว่าไม่มีเลย ก็คงไม่กล้า แต่จะบอกว่าเป็นปัจจัยหลักให้คนเลือกไหม ก็คิดว่าไม่ใช่เช่นกัน

เพราะต่อให้เปย์แค่ไหน คนจะเลือกก็เลือก คนจะไม่เลือกก็ไม่เลือก

งานนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง และเซียนการเมืองทุกคน

เอวัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...