โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้แทนการค้าสหรัฐเผยบางประเทศจ่อโดนขึ้นภาษีไม่ต่ำกว่า 15%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) กล่าวในรายการ “Mornings with Maria” ทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อซ์บิสสิเนสเมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่ตั้งใจขึ้นภาษีสินค้าจีนเหนือระดับปัจจุบัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางไปจีนในไม่กี่สัปดาห์นี้

“ตอนนี้ เรามีภาษี 10% อาจขึ้นเป็น 15(%) กับบางประเทศ และอาจสูงกว่านั้นสำหรับประเทศอื่นๆ ผมคิดว่าจะเป็นไปตามชนิดของภาษีอย่างที่เราเคยเห็นมา” นายกรีเออร์กล่าว และเผยกับบลูมเบิร์กทีวีในเวลาต่อมาว่า ทำเนียบขาวกำลังเตรียมการประกาษขึ้นภาษีชั่วคราวเป็น 15% “เมื่อเหมาะสม” ซึ่งจะช่วย “อำนวยความสะดวก” ให้กับประเทศที่มีข้อตกลงการค้าแล้ว แต่ไม่ได้เผยรายละเอียด

USTR กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลต้องการมั่นใจว่าการขึ้นภาษีเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายอันเหมาะสม

“ทุกครั้งที่เราเก็บภาษีก็จะมีกลุ่มผลประโยชน์ต่างชาติต้องการล้มล้างภาษีนั้น ดังนั้นจึงมีคนฟ้องร้องเรา”

  • ภาษีใหม่สอดคล้องเทรดดีล

นายกรีเออร์กล่าวกับฟ็อกซ์บิสสิเนสว่า รัฐบาลมีแผนใช้ภาษีใหม่แทนที่ภาษีฉุกเฉินที่ถูกศาลฎีกาคว่ำ เช่น การเก็บภาษีชั่วคราวในอัตรา 10% ตามมาตรา 122 กฎหมายการค้าปี 1976 ที่มีผลเมื่อวันอังคาร (24 ก.พ.) ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงการค้าที่มีอยู่ หรือการสอบสวนทำการค้าไม่เป็นธรรมตามมาตรา 301 กฎหมายฉบับเดียวกันจะเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการนี้ พุ่งเป้าประเทศที่ผลผลิตอุตสาหกรรมล้นเกิน, บังคับใช้แรงงานในห่วงโซ่อุปทาน, เลือกปฏิบัติต่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐ หรืออุดหนุนข้าว อาหารทะเล และสินค้าอื่นๆ

นายกรีเออร์กล่าวว่า ตนและนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยกประเด็นเรื่องผลผลิตอุตสาหกรรมล้นเกินมาคุยกับทางการจีนบ่อยครั้งพร้อมเสริมว่าบริษัทจีนที่ขาดทุนยังคงได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการและผลิตต่อไปได้ด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาล

“ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะแก้ปัญหาได้เต็มที่ และนั่นเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งว่าทำไมเราถึงจำเป็นต้องเก็บภาษีเวียดนาม จีน และประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหานี้”

เมื่อถามว่ารัฐบาลตั้งใจเก็บภาษีสินค้าจีนรอบใหม่สูงลิบลิ่วซึ่งอาจทำลายการสงบศึกการค้าอันเปราะบางหรือไม่

“เราไม่ตั้งใจทำให้เลยเถิดไปกว่าอัตราที่มีอยู่ตอนนี้ เราตั้งใจยึดมั่นกับดีลที่เราทำกับพวกเขาจริงๆ” นายกรีเออร์กล่าวและว่าการสอบสวนตามมาตรา 301 สามารถเป็นกลไกเสริมสำหรับข้อตกลงการค้าที่รัฐบาลทำไปช่วงไม่กี่เดือนที่ไม่มา เช่น ข้อตกลงกับอินโดนีเซีย ซึ่งเห็นชอบให้สหรัฐเก็บภาษี 19% และเปิดตลาดให้กับสินค้าสหรัฐ

USTR จะเปิดการสอบสวนตามมาตรา 301 เกี่ยวกับแนวทางการค้าของอินโดนีเซีย เพื่อวิเคราะห์กำลังการผลิตทางอุตสาหกรรมและการอุดหนุนด้านการประมงผลการสอบสวนจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับมาตรการที่อินโดนีเซียกำลังดำเนินการเพื่อแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐและพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

"จากนั้นเราจึงตัดสินใจว่าจะเก็บภาษีแบบไหนเราคาดหวังว่าข้อตกลงทางการค้าของเราจะยังคงสอดคล้องกับแนวทางที่เราใช้อยู่แล้ว”

นายกรีเออร์กล่าวกับฟ็อกซ์บิสสิเนสด้วยว่า กฎหมายที่เก่าแก่เกือบร้อยปี อย่างมาตรา 338 กฎหมายภาษี 1930 “ยังเป็นกฎหมายที่ดี” และอาจมีประโยชน์ในสถานการณ์ที่มีประเทศเลือกปฏิบัติทางการค้ากับสหรัฐมากกว่าประเทศอื่น มาตรานี้เปิดช่องให้เก็บภาษีนำเข้าจากบางประเทศได้มากถึง 50%

แต่เบื้องต้นจะเน้นไปการสอบสวนประเทศตามมาตรา 301 และการสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติตามมาตรา 232 ก่อน ซึ่งเก็บภาษีได้ “ยั่งยืนมาก”

“พวกมันผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายมาแล้วในอดีต และตอนนี้ก็จะผ่านเช่นกัน” นายกรีเออร์กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...