เสี่ยงแต่ได้ผล Netgear ให้เด็กฝึกงานติดต่อมิจฯ จนได้หลักฐานเด็ด
ด้วยการให้นักศึกษาฝึกงานวัย 16 ปี ติดต่อกับเหล่ามิจฉาชีพโดยตรง จนได้หลักฐานสำคัญ เช่น บัญชีธนาคาร ก่อนได้รับคำพิพากษาให้ชนะคดี และยังทำให้มิจฉาชีพถอยห่างจากการหลอกลวงลูกค้าของ Netgear ด้วย
ปัจจุบันแบรนด์เทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค กลายเป็นเป้าหมายของการฉ้อโกงออนไลน์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเว็บไซต์สนับสนุนปลอม การลอกเลียนแบบแบรนด์ และการหลอกลวงทางสังคมสามารถหลอกลวงเงินจากเหยื่อได้เป็นจำนวนมากภายในไม่กี่นาที
ทีมกฎหมายของ Netgear ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายคอมพิวเตอร์ชั้นนำระดับโลกสัญชาติอเมริกัน ประสบกับเรื่องนี้โดยตรง เมื่อมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมให้บริการลูกค้าที่ดูเหมือนจริงมาก และขายแผนการสนับสนุนปลอมต่าง ๆ เมื่อเว็บไซต์ปลอมเพิ่มจำนวนขึ้นเร็วกว่าที่บริษัทจะสามารถดำเนินการลบได้ ทาง Netgear จึงจำเป็นต้องคิดใหม่เกี่ยวกับกลยุทธ์ป้องกันตัวเอง
โดย Netgear ลองทำสิ่งที่แหวกแนว แทนที่จะพึ่งพาแต่บริษัทกฎหมายและนักสืบไซเบอร์เพียงอย่างเดียว ด้วยการรับสมัครวัยรุ่นคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายวัย 16 ปี ที่ฝึกงานกับบริษัท แล้วมอบหมายงานที่เรียบง่ายแต่สุดแสนเสี่ยงอันตราย นั่นก็คือ การติดต่อกับเหล่ามิจฉาชีพโดยตรง
ด้วยการใช้ชื่อปลอม มือถือแบบใช้แล้วทิ้ง ที่อยู่อีเมลไม่ระบุตัวตน เด็กฝึกงานวัย 16 ปี แสร้งทำเป็นผู้ใช้ทั่วไปที่กำลังประสบปัญหา Router เสีย ซึ่งกลอุบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางกฎหมายที่วางแผนโดย Morgan Nickerson ผู้นำในการดำเนินคดีกับผู้ฉ้อโกงของ Netgear โดยสิ่งที่ Netgear ต้องการไม่ใช่ได้ทนายความเพิ่มอีกหนึ่งคน แต่เป็นคนที่เชี่ยวชาญในวัฒนธรรมออนไลน์ ที่สามารถคิดและเคลื่อนไหวได้เร็วเท่าเหล่ามิจฉาชีพ
ในตอนแรก แผนการหลอกลวงของไม่สำเร็จ มิจฉาชีพจับได้ทันทีว่าเด็กฝึกงานขาดความรู้ด้านเทคนิค เพราะไม่สามารถแสดงหมายเลขรุ่น (หมายเลขซีเรียล) ได้ แต่ความพยายามไม่สูญเปล่า เมื่อได้เรียนรู้บทพูดและกลยุทธ์ของสแกมเมอร์ จากนั้นเด็กฝึกงานก็เริ่มรวบรวมหลักฐานดิจิทัลต่าง ๆ ที่มีค่า เช่น ใบแจ้งหนี้ปลอมที่ส่งไปยังอีเมลปลอมที่เผยให้เห็นบัญชี PayPal และที่อยู่อีเมลซึ่งเชื่อมโยงกับบันทึกบัญชีธนาคารจริง
เบาะแสเหล่านี้ เป็นพื้นฐานของการฟ้องร้องคดีในศาลรัฐบาลกลางที่รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทีมกฎหมายของ Netgear ใช้หมายเรียกเพื่อติดตามเส้นทางการเงิน ย้อนกลับไปที่บัญชีในประเทศอินเดีย ภายในเดือนธันวาคม 2025 Netgear ได้รับคำพิพากษาให้ชนะคดีมูลค่ากว่า 860,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากบริษัทหลายแห่งที่ใช้เป็นช่องทางในการส่งต่อเงินที่ได้จากการฉ้อโกง
การชนะครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องการเงินเท่านั้น ความพยายามนี้แสดงให้เห็นว่าการผสมผสานเครื่องมือทางกฎหมายเข้ากับการสืบสวนทางดิจิทัลที่ไม่ธรรมดา สามารถยับยั้งมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการตอบโต้แบบตั้งรับ เมื่อช่องทางรายได้ถูกตัดขาด มิจฉาชีพก็ถอยห่างจากการหลอกลวงลูกค้าของ Netgear
ทั้งนี้ Netgear ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ประสบปัญหาเช่นนี้ ในปี 2024 ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตของ FBI บันทึกคดีฉ้อโกงผู้บริโภคเกือบ 860,000 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เช่นนี้ การทดลองของ Netgear จึงเป็นตัวอย่างที่หาได้ยากของการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : techspot
ตรวจสอบข่าวปลอมคัดกรองข่าวจริงกับ Thai PBS Verify