โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

CIB สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาไอซ์ได้ถึง 200 กิโลกรัม

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาไอซ์ได้ถึง 200 กิโลกรัม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดยาไอซ์ได้ถึง 200 กิโลกรัม

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรศักดิ์ นามเขต สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สกัดจับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ได้แก่

1. นายณัทกฤช (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี - คนขับรถ

2. นายประสงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี - ผู้โดยสาร

ในความผิดฐาน "ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยไม่ได้รับอนุญาต"

พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้

1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดสีขาวขุ่น จำนวน 195 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 214 กิโลกรัม

2. รถยนต์กระบะ สีเขียว ทะเบียน บุรีรัมย์ จำนวน 1 คัน

3. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง

4. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 1 เล่ม

โดยสามารถจับกุมที่บริเวณสะพานแห่งหนึ่ง ถนนสาย (พรชัย-เซกา) พื้นที่ ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

พฤติการณ์ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. ได้ตระหนักถึงภัยร้ายของการแพร่ระบาดยาเสพติด ในพื้นที่ จากการนำเข้ายาเสพติดของกลุ่มผู้ค้า และผลกระทบของต่างๆ ของกลุ่มผู้เสพ ที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหาทะเลาะวิวาทภายในครอบครัว คลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกายบุพการี จนเป็นปัญหาสังคม จึงได้สั่งการให้ชุดสกัดกั้น ยาเสพติด กก.3 บก.ป. เฝ้าติดตามกลุ่มผู้ค้าบริเวณชายแดน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ สืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ทั้งกลุ่มนายทุนต่อไป

ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรศักดิ์ นามเขต สว.กก.3 บก.ป. จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนทำการลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว ทำการสืบสวน และทราบเบาะแสจากสายลับ แจ้งว่าจะมีการลักลอบ ส่ง-รับ ยาเสพติดให้โทษกันในพื้นที่ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ ถึงพื้นที่ อ.บุ่งคล้า จว.บึงกาฬ จึงได้ร่วมกับตำรวจทางหลวง (ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล.), เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ฉก.ทพ.2108 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดสกัดกั้นยาเสพติดได้ออกตรวจพื้นที่เส้นทางลำเลียงยาเสพติดถนนหมายเลข 212 สาย (บึงกาฬ-บุ่งคล้า) ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งทราบ มาว่ากลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดคนไทยกับคนลาว โดยกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าวจะทำการลักลอบ ส่ง-รับ ยาเสพติด จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อได้วางแผนทำการจับกุมต่อไป

กระทั่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการดักซุ่ม เฝ้าสังเกตุที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในพื้นที่ดังกล่าว พบมีเรือมาจอดเทียบฝั่งพร้อมทั้งโยนห่อพัสดุจำนวนหลายห่อลงจากเรือแล้วขี่ข้ามฟากไปทางฝั่งลาว จากนั้นได้มีชาย จำนวน 2 คน แบกห่อพัสดุขึ้นบนรถยนต์และขับขี่ออกไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ส่งสัญญาณให้อีกชุดที่ทำการดักซุ่มอยู่ระหว่างทางให้เตรียมตัว ทั้งแจ้งตำหนิรถยนต์ให้ทราบ เมื่อถึงบริเวณถนนหมายเลข 212 สาย (บึงกาฬ-บุ่งคล้า) เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวแจ้งให้รถยนต์คันดังกล่าวหยุดรถ แต่ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวไม่ยอมหยุด ทั้งยังเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม และได้สกัดจับผู้ต้องได้ที่บริเวณสะพานแห่งหนึ่ง ถนน สาย (พรชัย-เซกา) พื้นที่ ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จว.บึงกาฬ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 คน ดังนี้1.นายณัทกฤชฯ อายุ 53 ปี คนขับรถ 2.นายประสงค์ฯ อายุ 59 ปี ผู้โดยสารคนนั่งข้างคนขับรถ พร้อมด้วยของกลางดังกล่าวข้างต้น

จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง นายณัทกฤช และนายประสงค์ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการจ้างจากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดทางภาคใต้ จ้างให้มารับยาเสพติดที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งน่าเชื่อว่ามีการประสานจากประเทศเพื่อนบ้านฝั่ง สปป.ลาว เพื่อไปส่งให้ตามจุดที่สั่งการ ชุดจับกุมสามารถตรวจพบข้อความการสนทนา สั่งการ จุดรับ-ส่งของกลาง ทั้งมีการโอนจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่กลุ่มผู้ต้องหา และจะได้ขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...