บีโอไอ จับมือ หอการค้าไทย เสริมแกร่ง SMEs รับมือโลกผันผวน แข่งขันได้ในบริบทการค้าโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
BTimes
อัพเดต 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.24 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ( บีโอไอ ) เปิดเผยว่า วานนี้ (26 ก.พ.) ได้นำคณะผู้บริหารบีโอไอเข้าพบและหารือกับ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการหอการค้าไทย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และการทำงานร่วมกันเพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถรับมือกับมาตรการทางการค้า และความท้าทายของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
ตลอดจนการผลักดันการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย ให้เข้าสู่ซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทย และต่างชาติ
โดยปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งจากความตึงเครียดทางการค้า การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี มาตรฐานใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่เป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ โดยมองว่าการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ จะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชน และเติบโตไปพร้อมกันได้ ดังนั้น ความร่วมมือกับหอการค้าไทยในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญในการร่วมกันสร้างกลไกสนับสนุน SMEs ไทยให้ปรับตัว ยกระดับและแข่งขันได้จริงในเวทีโลก
โดยทั้งสองฝ่าย ได้เห็นพ้องแนวทางความร่วมมือ 5 ด้านสำคัญ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย ได้แก่
1. ยกระดับผู้ประกอบการไทย ให้สามารถแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น ระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล AI หรือเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ ควบคู่กับการสนับสนุนสินเชื่อพิเศษจากธนาคารที่เป็นพันธมิตร อีกทั้งจะเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงมาตรการนี้ ผ่านศูนย์ SMEs ของหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศด้วย
2. สร้างบุคลากรไทยทักษะสูง สำหรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ โดยหอการค้าไทย จะช่วยเชิญชวนบริษัทสมาชิกให้ส่งพนักงานเข้ารับการฝึกอบรมทักษะขั้นสูงใหม่ ๆ ในหลักสูตรที่ผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) และเป็นสถาบันฝึกอบรมที่ได้รับการอนุมัติจากบีโอไอ ตามโครงการ Skill Bridge ของรัฐบาล โดยบีโอไอให้เงินสนับสนุนค่าฝึกอบรมสูงสุด 40,000 บาท/คน
3. เชื่อมโยง SMEs ไทย เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายที่บีโอไอส่งเสริมการลงทุนผลิตเพื่อส่งออกไปตลาดโลก เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเปิดตลาดใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย
4. เพิ่มน้ำหนักการส่งเสริมภาคบริการและธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ควบคู่กับ "ภาคการผลิต" อีกทั้งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ และมี SMEs ไทยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีข้อเสนอให้ดึงผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ระบบและให้ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐมากขึ้น
5. เพิ่มความสะดวก และลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ผ่านกลไก Thailand FastPass และความร่วมมือระหว่างบีโอไอ และหอการค้าไทย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มที่เป็นสมาชิกหอการค้าไทย
นายนฤตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บีโอไอ จะทำงานร่วมกับหอการค้าไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในภาคปฏิบัติ พร้อมนำไปสู่การออกแบบมาตรการ และกลไกสนับสนุนที่ตรงจุด โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนใหม่ กับการเสริมความเข้มแข็งของผู้ประกอบการไทย
ด้าน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับความชัดเจน และความต่อเนื่องของนโยบายรัฐ โดยเฉพาะมาตรการที่ช่วยให้ SMEs สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต เข้าถึงตลาดใหม่ และเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้ ซึ่งการหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือเชิงรุกระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีความเข้มแข็ง พร้อมเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว