ไม่ใช่แค่ชาเขียว! ผลวิจัยสหรัฐฯ อวยอีก “1 น้ำ” ที่คนไทยดื่มประจำ ยืดอายุผู้ป่วยโรคไตได้จริง
เผยเคล็ดลับไตแข็งแรง! งานวิจัย 20 ปีพบว่า 'ชาดำ' คือเครื่องดื่มสุดคุ้มค่า ที่ช่วยยืดอายุผู้ป่วยเรื้อรัง ลดเสี่ยงเสียชีวิต 11%
ใครจะคิดว่าเครื่องดื่มธรรมดาๆ อย่าง "ชา" จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีอายุยืนยาวขึ้น! ผลการศึกษาใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ Renal Failure ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าทึ่งสำหรับผู้ที่กำลังดูแลสุขภาพไต
เจาะลึกงานวิจัย: ดื่มชาช่วยต่อชีวิต
ทีมนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 17,575 คน ที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง (เฉลี่ยอายุ 62.3 ปี) โดยติดตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตนานถึง 20 ปี ผ่านข้อมูลจาก National Health and Nutrition Examination Survey ของสหรัฐฯ และพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ดังนี้:
ผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 1-2 ที่ดื่มชาประมาณ 4 แก้วต่อวัน (แก้วละ 240 มล.) มีอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ ลดลงถึง 11%
"ชาดำ" (Black Tea) คือพระเอกของงานวิจัยนี้ เพราะให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในการลดความเสี่ยงเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยระยะเริ่มต้น
ทำไมต้อง "ชาดำ"? เมื่อเทียบกับชาเขียว
แม้ชาเขียวจะขึ้นชื่อเรื่องสุขภาพ แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตในงานวิจัยนี้พบว่า:
การดื่มชาดำเพิ่มขึ้นเพียงวันละ 1 แก้ว สัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงเสียชีวิตลงประมาณ 10%
หากเปลี่ยนจากการดื่มชาเขียวมาเป็นชาดำ วันละ 1 แก้ว จะช่วยลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลง 8% และลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ถึง 11%
3 เหตุผลที่ "ชาดำ" ดีต่อสุขภาพและอายุขัย
อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: ชาดำมีสาร Polyphenols สูง ช่วยลดการอักเสบเรื้อรังและปกป้องเซลล์ในร่างกาย
ตื่นตัวแต่ไม่กระสับกระส่าย: ในชาดำมี L-theanine กรดอะมิโนที่ช่วยลดผลกระทบของคาเฟอีน ทำให้คุณมีสมาธิดีขึ้นโดยไม่รู้สึกใจสั่นเหมือนดื่มกาแฟ
เสริมสร้างหัวใจ: เมื่อหัวใจแข็งแรง สุขภาพโดยรวมและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตก็จะดีขึ้นตามไปด้วย
คำแนะนำในการดื่มให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ปริมาณที่เหมาะสม: นักวิจัยแนะนำให้ดื่มไม่เกิน 4 แก้วต่อวัน
สูตรที่ดีที่สุด: ควรเป็น "ชาไม่ใส่น้ำตาล" เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความหวาน
ข้อควรระวัง: เนื่องจากชามีคาเฟอีน ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายตัวเอง