โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กินเจอย่างไรให้ถูกวิธี? วิธีกินเจให้ครบ 5 หมู่ ได้ทั้งบุญ-ได้ทั้งสุขภาพ

UndubZapp

เผยแพร่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 08.00 น. • อันดับแซ่บ

จุดประสงค์ของผู้ที่กินเจอาจแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่จะกินเพื่อละเว้นการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น และดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม กับกินเพื่อเหตุผลด้านสุขภาพ อาทิ ขับพิษของเสียคั่งค้าง ฟื้นฟูระบบย่อยอาหาร ปรับสภาวะสมดุลภายในร่างกาย เนื่องด้วยการกินเจไม่ถูกหลัก อาจทำร้ายสุขภาพได้โดยไม่รู้ตัว เพราะร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นบางอย่าง UndubZapp จึงได้รวบรวมเทคนิคกินเจอย่างถูกวิธี กินเจให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์จะกินเจได้ทั้งบุญได้ทั้งสุขภาพเต็มๆ

1.อาหารหมู่ 1 : โปรตีน (เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว)

การงดรับประทานเนื้อสัตว์ส่งผลให้ร่างกายขาดสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย รวมถึงขาดแร่ธาตุนานาชนิด โดยเฉพาะเหล็กกับฟอสฟอรัส ในขณะที่โปรตีนจากพืชมีกรดอะมิโนไม่ครบถ้วน และมีวิตามินบี 12 น้อย ? การกินเจให้ได้สารอาหารหมู่ 1 หรือ โปรตีน อย่างครบถ้วน ทำได้โดยการรับประทานโปรตีนจากพืชให้เพียงพอ แหล่งโปรตีนในพืช ได้แก่ เต้าหู้ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วลันเตา ถั่วแดง ถั่วเปลือกแข็ง ธัญพืช งา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดเจีย เนยถั่ว บร็อคโคลี่ ถั่วแระญี่ปุ่น ข้อดีของการกินโปรตีนจากพืชคือ ปริมาณไขมันน้อยกว่าเนื้อสัตว์ ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่เหลือเป็นส่วนเกิน อาจกินวิตามินบี 12 สังเคราะห์ซึ่งเป็นเม็ดยาที่ใช้เสริมด้วย หรือกินธาตุเหล็กวันละ 1 เม็ด เพื่อป้องกันให้ไม่ซีด ป้องกันโลหิตจาง

2.อาหารหมู่ 2 : คาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน)

อาหารเจส่วนใหญ่นิยมใช้แป้งและน้ำมันในการประกอบอาหารอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยน่าเป็นห่วงว่าจะขาดสารอาหารหมวดนี้สักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม การกินคาร์โบไฮเดรตปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นพรวดพราดได้ จึงต้องเลือกกินให้ดี ? การกินเจให้ได้สารอาหารหมู่ 2 หรือ คาร์โบไฮเดรต อย่างครบถ้วน ทำได้โดยการเปลี่ยนจากการกินข้าวขาว มากินข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ หรือข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี เนื่องจากเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน อุดมไปด้วยกากใยอาหาร มีวิตามินบีที่ช่วยบำรุงสมองและตับ ทำให้ร่างกายได้สารอาหารครบถ้วน วิตามินบีในข้าวยังช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดี ช่วยขัดขวางการดูดซึมไขมัน  

3.อาหารหมู่ 3 : เกลือแร่/แร่ธาตุ (ผัก)

การถือศีลกินเจเน้นกินพืชผักอยู่แล้ว ซึ่งก็ถือว่าดี เพราะเส้นใยในผักช่วยขับของเสียและชำระล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายได้ชะงัด และยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่อย่าลืมว่าต้องทานผักให้หลากหลาย   ? การกินเจให้ได้สารอาหารหมู่ 3 หรือ เกลือแร่ อย่างครบถ้วน ทำได้โดยการกินผักสดหลากสีสัน เพื่อชำระล้างของเสียในระบบต่างๆ ภายในร่างกาย หลีกเลี่ยงการกินผักดองไว้จะดีที่สุด เพราะผักดองมีปริมาณโซเดียมสูง แล้วก็อย่าลืมละเว้นการกินผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม กุยช่าย หัวหอม หลักเกียว ใบยาสูบ เชื่อกันว่าผักเหล่านี้ส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของผู้กินเจ ควรงด

4.อาหารหมู่ 4 : วิตามิน (ผลไม้)

ผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินและเบต้าแคโรทีนที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ต่อต้านอาการอักเสบภายในร่างกาย ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ โดยมาก ผู้ที่กินเจมักจะไม่ขาดสารอาหารประเภทนี้ กระนั้น ก็ต้องเลือกประเภทให้ดีๆ   ? การกินเจให้ได้สารอาหารหมู่ 4 หรือ วิตามิน อย่างครบถ้วน ทำได้โดยการกินผลไม้ในสัดส่วนที่พอเหมาะ ไม่ต้องกินเยอะ เพราะการเน้นรับประทานอาหารผลไม้อย่างเดียว ส่งผลให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป เนื่องด้วยผลไม้หลายชนิดมีน้ำตาลตามธรรมชาติปริมาณมาก มีเปอร์เซ็นต์สูงว่าน้ำตาลจะถูกสะสมช่วงที่ไม่ได้ใช้พลังงาน เสี่ยงระดับน้ำตาลในเลือดสูงตามมา

5.อาหารหมู่ 5 : ไขมัน (ไขมันจากพืช)

ปกติร่างกายจะได้รับไขมันจากเนื้อสัตว์ เนย นม และการกินอาหารทั่วไปที่ต้องผัดๆ ทอดๆ ช่วงระหว่างเทศกาลกินเจนี้ สามารถกินสลัดผักราดน้ำมันงาหรือน้ำมันมะกอกได้ แต่การกินอาหารที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลายเมนูในมื้อเดียวกัน หรือกระทั่งกินอาหารประเภทผัดหรือทอดเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายได้รับไขมันมากเกินความจำเป็น ทางที่ดีควรลดอาหารประเภทผัด ทอด แล้วบริโภคอาหารประเภทต้ม ตุ๋น อบ นึ่ง ยำแทน สรุปคือหมวดหมู่นี้ไม่ต้องโฟกัสเยอะ เพราะร่างกายไม่ได้ต้องการไขมันมาก ? การกินเจให้ได้สารอาหารหมู่ 5 หรือ ไขมัน อย่างครบถ้วน ทำได้โดยการเลือกใช้น้ำมันพืช ชนิดที่ให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในการประกอบอาหาร อาทิ น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า น้ำมันงา น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดทานตะวัน หรือจะกินถั่วที่ช่วยเพิ่มไขมันดีก็ได้เช่นกัน อาทิ ถั่วลิสง อัลมอนด์ วอลนัท พีแคน หรือจะกินเมล็ดมะม่วงหิมพานต์แทนก็ได้  

Don’t forget to: ดื่มน้ำวันละ 6 - 8 แก้ว

แม้ว่าการกินพืชผักเป็นหลักจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี เพราะผักมีประสิทธิภาพในการขจัดของเสีย เนื่องจากเต็มไปด้วยใยอาหาร ซึ่งมีคุณสมบัติในการกวาดของเสียออกจากร่างกาย แต่ถ้ากินผักเยอะๆ แล้วดื่มน้ำน้อย ก็อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่า แม้จะรับประทานผักมากก็ตาม เพราะร่างกายต้องการน้ำเข้ามาช่วยผลักของเสียออกไปด้วย ดังนั้น ผู้ที่กินเจจึงจำเป็นต้องดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ลดเสี่ยงอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย และป้องกันท้องผูก

---

อัปเรื่องแซ่บ ฟีดเรื่องมันส์ เม้าท์ทันเพื่อน
Facebook: @UndubZapp
Instagram: @UndubZapp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...