โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ย้อนรอย "ซานติก้า-เมาน์เทนบี" กับทางหนีไฟ บทเรียนสู่โรงเบียร์ลาดพร้าวที่ไม่เคยถูกแก้ไข

Thai PBS

อัพเดต 54 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2569 เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรง ณ โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว 1 เขตจตุจักร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้นจำนวน 27 คน และบาดเจ็บ 63 คน (ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 22 คน) ข้อมูลจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ของเจ้าหน้าที่พบว่า เพลิงได้ปะทุขึ้นในช่วงดึกขณะที่มีผู้เข้าใช้บริการหนาแน่นและลุกลามผ่านฝ้าเพดานอย่างรวดเร็ว

จุดที่น่าเศร้าใจคือการพบร่างผู้เสียชีวิตกระจุกตัวรวมกันในห้องน้ำและทางเดินแคบ ๆ เนื่องจากไฟฟ้าดับและขาดป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจน รายงานเบื้องต้นระบุว่าร้านดังกล่าวมีทางเข้าออกหลักเพียงทางเดียวที่แคบเกินไป และประตูหนีไฟไม่สามารถใช้งานได้จริงในขณะเกิดเหตุ ซึ่งเป็นรูปแบบความผิดพลาดที่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในอดีตอย่างน่าตกใจ

ซานติก้าผับ พ.ศ.2552 : บทเรียนราคาแพงจากพลุไฟ-วัสดุไวไฟ

ย้อนกลับไปในคืนวันที่ 1 ม.ค.2552 เหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ บริเวณเอกมัย ซ.9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของความล้มเหลวด้านความปลอดภัย ต้นเพลิงเกิดจากการใช้เอฟเฟกต์พลุไฟภายในอาคารปิดที่มีเพดานบุด้วยวัสดุไวไฟ ในขณะเกิดเหตุมีผู้เข้าใช้บริการมากกว่า 1,000 คน ซึ่งเกินกว่าขีดความสามารถในการรองรับของอาคารที่จำกัดเพียง 500 คนถึง 2 เท่า

รายงานการสอบสวนและคำพิพากษาของศาลในเวลาต่อมาระบุชัดเจนว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสูงเป็นประวัติการณ์เกิดจากตัวอาคารมีประตูทางออกหลักสำหรับนักท่องเที่ยวเพียงประตูเดียวที่มีขนาดแคบจนเกิดลักษณะ "คอขวด" เมื่อกระแสไฟฟ้าดับลงและระบบไฟสำรองฉุกเฉินไม่ทำงาน นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงเบียดเสียด ล้มทับ และติดค้างอยู่บริเวณหน้าประตู

นอกจากนี้ ภายในอาคารยังมีการบุฝ้าเพดานด้วยโฟมและสารเคมีไวไฟเพื่อใช้เก็บเสียง ซึ่งเมื่อเกิดการเผาไหม้ได้กลายเป็นตัวปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซพิษร้ายแรง ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติและเสียชีวิตจากการสูดดมควันพิษก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามมาถึง เหตุการณ์นี้คร่าชีวิตผู้คนไป 67 คน และบาดเจ็บ 222 คน นำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้บริหารและผู้ติดตั้งพลุไฟ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายควบคุมอาคารครั้งใหญ่

เมาน์เทน บี พ.ศ.2565 : 13 ปีที่ผ่านไปกับข้อผิดพลาดที่ซ้ำรอยเดิม

แม้จะมีการปรับปรุงกฎหมายหลังปี 2552 แต่เหตุการณ์ที่เมาน์เทน บี (Mountain B) ตั้งอยู่บริเวณ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จั.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2565 กลับตอกย้ำว่าบทเรียนไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติจริง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงกลางดึกขณะที่วงดนตรีสดกำลังทำการแสดง ชนวนเหตุเกิดจากระบบกระแสไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณฝ้าเพดาน ก่อนที่เปลวไฟจะทำปฏิกิริยากับฉนวนโฟมรังไข่ซับเสียงราคาถูกที่บุไว้ทั่วผนังและเพดานอาคาร โศกนาฏกรรมครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 26 คน บาดเจ็บอีก 50 คน

จากรายงานการถอดบทเรียนอุบัติภัยของหน่วยงานภาครัฐระบุว่า อาคารดังกล่าวถูกดัดแปลงสภาพจากร้านอาหารทั่วไปให้กลายเป็นสถานบันเทิงแบบปิดทึบคล้ายกล่องสี่เหลี่ยมที่ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ เมื่อเกิดเพลิงไหม้ ควันไฟและขี้เถ้าหนาทึบจึงสะสมอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 3 นาที

ซ้ำร้ายตรวจสอบพบว่า ประตูหนีไฟฉุกเฉินที่อยู่บริเวณด้านหลังเวทีถูกล็อกปิดตายด้วยแม่กุญแจและมีสิ่งของวางกีดขวาง ทำให้นักดนตรีและพนักงานภายในไม่สามารถหลบหนีออกไปได้ ส่งผลให้ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ต้องวิ่งย้อนมารวมกันที่ประตูทางออกด้านหน้าเพียงทางเดียว จนเกิดเหตุการณ์ล้มทับและถูกไฟคลอกเสียชีวิตในที่สุด

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เจ้าของร้านถูกตัดสินจำคุก 5 ปี 4 เดือน และมีการย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องฐานปล่อยปละละเลยในการตรวจสอบ

ย้อนรอย

ชนวนเหตุและปัจจัยร่วมแห่งความล้มเหลว

จากข้อมูลของ สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ แห่งสหรัฐอเมริกา (National Institute of Standards and Technology - NIST) พบว่า "วัสดุไวไฟ" และ "ระบบทางหนีไฟ" คือ 2 ปัจจัยหลักที่ตัดสินความเป็นความตายเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ในสถานบันเทิง

  • พอลิยูรีเทนโฟมที่มักถูกใช้เพื่อประหยัดต้นทุนในการซับเสียง มีคุณสมบัติในการลามไฟที่รวดเร็วมาก NIST ระบุว่าวัสดุประเภทนี้สามารถลุกไหม้ได้เต็มที่ภายในเวลาไม่ถึง 45 วินาที
  • ระบบระบายอากาศที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน NFPA มักก่อให้เกิดปรากฏการณ์ "Backdraft" หรือการระเบิดของกลุ่มแก๊สเมื่อมีออกซิเจนเข้าไปเติมในพื้นที่ปิด
  • ในส่วนของทางหนีไฟ กฎกระทรวงปี 2555 กำหนดให้สถานบริการที่มีคน 201-400 คน ต้องมีทางออกอย่างน้อย 3 แห่ง และประตูต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 0.84 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง แต่ในความเป็นจริง ผู้ประกอบการมักเลือกปิดตายทางออกที่เหลือเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานรักษาความปลอดภัย

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำรอยเหล่านี้ นำมาซึ่งคำถามสำคัญจากสังคมและภาคประชาชนว่า เหตุใดกฎหมายที่มีอยู่อย่าง กฎกระทรวงกําหนดประเภทและระบบความปลอดภัย ของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ.2555 ซึ่งกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและแนวทางปฏิบัติของสถานบันเทิงไว้อย่างชัดเจน จึงยังไม่สามารถหยุดยั้งโศกนาฏกรรมในลักษณะเดิมได้ และระบบการตรวจสอบในปัจจุบันมีช่องโหว่ตรงไหนที่ปล่อยให้เกิดการลักลอบดัดแปลงอาคารหรือมองข้ามสิ่งกีดขวางบริเวณทางหนีไฟซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร จะต้องปรับเปลี่ยนจากเพียงการ "ถอดบทเรียน" มาเป็นการกวดขันตรวจสอบระบบความปลอดภัยเชิงรุกและปูพรมเอกซเรย์สถานประกอบการแบบ 100% อย่างต่อเนื่อง เพื่อแปรเปลี่ยนความสูญเสียในอดีตให้กลายเป็นการป้องกันที่ทำงานได้จริงในทางปฏิบัติ ก่อนที่สังคมจะต้องเผชิญกับบทเรียนราคาแพงเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มาข้อมูล : Fire investigation report of club "Santika" in Bangkok, RECONSTRUCTING THE STATION NIGHTCLUB FIRE – MATERIALS TESTING AND SMALL-SCALE EXPERIMENTS, กฎกระทรวง กําหนดประเภทและระบบความปลอดภัย ของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ. ๒๕๕๕

อ่านข่าวอื่น :

เปิดคลิปนาทีระทึกเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ลูกค้าวิ่งหนีโกลาหล

การ์ดโรงเบียร์ เล่านาทีไฟไหม้ เผยไม่มีสปริงเกอร์ดับเพลิง - ทางหนีไฟ 4 จุด

ไทม์ไลน์เพลิงไหม้ โรงเบียร์ลาดพร้าว ผู้ประสบภัย 90 คน เสียชีวิต 27 คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

อัปเดตเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ยอดเจ็บ 71 คน เสียชีวิต 27 คน สูญหาย 45 คน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ส่อง "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ใครรับผิดชอบ "โศกนาฏกรรม" กลางเมือง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ปลัดฯ มท.ระบุชี้ชะตา 5 พันคน คะแนนไม่ตรงประกาศ 15 ก.ค.นี้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผู้รอดชีวิต เล่านาทีควันลอยจากหลังคา ก่อนไฟไหม้โรงเบียร์ สูญเสียเพื่อน 2 คน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว อาชญากรรม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...