โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่ร่ำไห้ตามหา ‘น้องดิน’ นักร้องนำวงทศกัณฐ์ วอนช่วยแจ้งเบาะแส ขอแค่ได้เจอลูก ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด

เดลินิวส์

อัพเดต 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.30 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หัวอกแม่แทบขาด

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นางจันสุดา ตันลา แม่ของนายฐิติวัฒน์ แก้วกัณหา หรือ “น้องดิน” อายุ 27 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญหายจากเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารและโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ได้เดินทางมายังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ครอบครัวยังคงออกตามหาลูกชายอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีใครสามารถยืนยันชะตากรรมของลูกได้ โดยตนพักอาศัยอยู่ย่านคลอง 4 ส่วนน้องดินพักอยู่กับพ่อในซอยเสนานิคม คืนเกิดเหตุลูกชายเดินทางไปทำงานตามปกติ โดยพ่อไม่ทันสังเกตเพราะเข้านอนแล้ว กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. พ่อตื่นขึ้นมาไม่พบลูก จึงโทรศัพท์ไปหา น้องดินรับสายและบอกเพียงว่า “ถึงร้านแล้ว” ซึ่งเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้าย ก่อนจะขาดการติดต่อ

โดยเมื่อคืนดังกล่าว น้องดินมีคิวขึ้นแสดงตั้งแต่ช่วงประมาณ 22.00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน ซึ่งตามข้อมูลทราบว่าเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 10 นาที ก็จะเสร็จสิ้นการแสดง ขณะที่น้องดินถือเป็นพนักงานรุ่นแรกๆ ที่ทำงานกับร้านมาตั้งแต่เปิดกิจการ ซึ่งวันนี้ตนและครอบครัวได้เดินทางมาตรวจสอบข้อมูลที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แต่แพทย์แจ้งว่ายังไม่พบผู้เสียชีวิตที่มีอัตลักษณ์ตรงกับข้อมูลของน้องดิน ทำให้ครอบครัวเตรียมเดินทางไปตรวจสอบยังโรงพยาบาลอีก 2 แห่ง เพื่อค้นหาตัวลูกชายต่อไป

แม่ของน้องดิน ยังเล่าด้วยว่า ลูกชายเรียนไม่จบจากวิทยาลัยอาชีวะอยุธยา แต่เป็นคนกตัญญูและมุ่งมั่นทำงาน เคยบอกกับแม่ว่า “ไม่จำเป็นต้องจบปริญญา ก็เลี้ยงแม่ได้” ก่อนจะเดินตามความฝันในเส้นทางนักร้อง ตระเวนประกวดร้องเพลงและรับงานแสดง จนสามารถนำเงินมาปลดหนี้นอกระบบให้แม่ได้กว่า 3-4 แสนบาท สำหรับจุดสังเกตของน้องดิน คือมีรอยสักรูปฟันเฟืองและคำว่า “อาชีวะอยุธยา” บริเวณกลางหลัง รวมถึงมีรอยสักตามร่างกายหลายแห่ง

นางจันสุดา กล่าวทั้งน้ำตาว่า น้องดินเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัว และขอวิงวอนผู้ที่พบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับลูกชาย ช่วยแจ้งเบาะแสให้ครอบครัวโดยเร็ว เพราะสิ่งที่หวังมากที่สุดในเวลานี้ คือการได้พบลูกชาย ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...