โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ปัญหา AI หลอนไม่พัก อาจแก้ได้ด้วย 'Neuro-symbolic AI'

BT Beartai

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 06.19 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 05.23 น.
ปัญหา AI หลอนไม่พัก อาจแก้ได้ด้วย 'Neuro-symbolic AI'

ปัญหาที่คนใช้ AI เจ้าใหญ่ ๆ อย่าง ChatGPT, Gemini หรือตัว Llama พบเจอ คือ AI เหล่านี้ชอบหลอนบ่อย ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเรื่องความหลอนจนสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงคนมากมาย ซึ่งแม้ว่าภายหลังจะมีคำเตือนแจ้งไว้ว่าให้ไปเช็กข้อมูลเพิ่มเติมเอง แต่ก็ยังหนีไม่พ้นปัญหานี้อยู่ดี แล้วยิ่งกว่าคือจะแก้ปัญหาอย่างไรในเมื่อเราไม่สามารถตามแทร็กย้อนหาข้อผิดพลาดนี้ได้ ?

ปัญหาที่ตามมาแน่ ๆ คือเมื่อปัญหา AI หลอนยังถูกแก้ไม่ได้ การเข้ามาของ Agentic AI มันจะน่าเชื่อถือได้มากแค่ไหนกัน เพราะ Agentic AI เป็น AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสเกลพรอมต์ที่ใหญ่กว่า เช่น จองโรงแรม จองตั๋ว จัดการการเงิน ซึ่งหากยังไม่สามารถแก้ประเด็น AI Hallucination หรือ AI หลอนก็จะมีปัญหาตามมาที่มากกว่าแค่ข้อความผิดเพี้ยนจากความจริง แต่ยังเป็นความผิดพลาดทางการเงินด้วย

ปัญหาของ AI ปัจจุบัน : ข้อมูลเทียมและควบคุมยาก

โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ใช้เทคนิค ‘Deep Learning’ ในการเก็บเอาข้อมูลเยอะ ๆ และรูปแบบการเดาสถานการณ์ต่าง ๆ แบบมนุษย์มาไว้ใช้งาน แต่ปัญหาคือพอเป็นแบบนี้ข้อมูลที่ได้อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดได้ง่ายขึ้นมาก เพราะความสามารถในการเดาไปก่อน ไม่ใช่การเข้าใจอย่างแท้จริง

ตอนนี้ AI ถูกวิจารณ์เรื่องการใช้พลังงานมากเกินไป และยังเสี่ยงต่อการให้ข้อมูลผิด ๆ ถึงแม้จะใช้มนุษย์ควบคุมเพื่อตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่ก็ยังแก้ปัญหาเรื่องข้อมูลเท็จไม่ได้อยู่ดี

โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ต้องใช้ข้อมูลฝึกฝนมหาศาล จึงต้องเริ่มใช้ ‘ข้อมูลสังเคราะห์’ (Synthetic Data) ซึ่งก็คือข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นเอง ปัญหาคือข้อมูลสังเคราะห์นี้อาจไปก๊อบปี้และขยายข้อผิดพลาดเดิม ๆ ทำให้ AI รุ่นใหม่รับจุดอ่อนมาจากรุ่นเก่า ๆ ด้วย ส่งผลให้การปรับแก้โมเดลหลังการฝึกมีค่าใช้จ่ายสูงลิบลิ่ว ! แถมโปรแกรมเมอร์ยังตรวจสอบยากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าอะไรผิดพลาด เพราะขั้นตอนการคิดของ AI ซับซ้อนขึ้นมาก

Neuro-symbolic AI : ทางออกที่น่าสนใจ

แนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Neuro-symbolic AI” พยายามรวมจุดแข็งของ AI สองแบบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • การเรียนรู้เชิงคาดการณ์ (Predictive learning) แบบโครงข่ายประสาท (Neural networks)
  • การสอนกฎเกณฑ์ที่เป็นทางการ (Formal rules) เหมือนที่มนุษย์เรียนรู้ในการอนุมาน เช่น กฎตรรกะ เช่น A : ถ้าฝนตก = B : ทุกอย่างข้างนอกมักจะเปียก เมื่อออกเป็นกฎคณิตศาสตร์ ถ้า A=B และ B=C แล้ว A=C รวมถึงความหมายของคำ ศัพท์ และสัญลักษณ์ต่าง ๆ

กฎเหล่านี้จะถูกป้อนเข้าไปในระบบ AI โดยตรง หรือ AI ก็จะเรียนรู้และดึงข้อมูลเหล่านี้ออกมาเองจากชุดข้อมูลฝึกฝน

ข้อดีของ Neuro-symbolic AI

  • ไม่หลอน เพราะมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนมาควบคุม
  • เรียนรู้เร็วและฉลาดขึ้น จัดระเบียบความรู้เป็นส่วน ๆ ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ง่าย ทำให้ไม่ต้องเก็บข้อมูลทุกตัวอย่าง เช่น เมื่อ AI รู้กฎว่า “ถ้าฝนตก ทุกอย่างข้างนอกมักจะเปียก” ก็ไม่จำเป็นต้องจำทุกครั้งที่เห็นว่าอะไรเปียกบ้างเมื่อฝนตก แต่สามารถนำกฎนี้ไปใช้กับวัตถุใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้
  • ประหยัดพลังงาน ไม่ต้องเก็บข้อมูลมากเท่าเดิม
  • ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้งานควบคุมและเข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า AI ได้ข้อสรุปอย่างไร
  • ยุติธรรมมากขึ้น สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ล่วงหน้าได้ เช่น “ไม่ว่า AI จะตัดสินใจอะไร ผลลัพธ์ต้องไม่ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติหรือเพศของบุคคล”

วิวัฒนาการของ AI : จาก Symbolic สู่ Neuro-symbolic

  • คลื่นลูกแรก (ยุค 80) : Symbolic AI เน้นการสอนกฎเกณฑ์ให้คอมพิวเตอร์นำไปใช้
  • คลื่นลูกที่สอง (ยุค 2010) : Deep Learning เน้นการเรียนรู้จากข้อมูลปริมาณมหาศาล
  • คลื่นลูกที่สาม : Neuro-symbolic AI เป็นการผสมผสานทั้งสองแนวทาง

ปัจจุบัน Neuro-symbolic AI เริ่มถูกนำมาใช้ในงานเฉพาะทางที่กฎเกณฑ์ชัดเจน เช่น Google’s AlphaFold (ทำนายโครงสร้างโปรตีน) และ AlphaGeometry (แก้ปัญหาเรขาคณิต) สำหรับ AI ที่ใช้งานได้หลากหลายขึ้น ยังต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้ AI สามารถดึงกฎเกณฑ์ทั่วไปออกมาได้ดีขึ้น

แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าผู้พัฒนา LLMs จะมุ่งไปทิศทางนี้มากแค่ไหน แต่แนวคิดนี้ชี้ให้เห็นว่า หาก AI จะก้าวหน้าต่อไปได้ เราจำเป็นต้องมีระบบที่สามารถปรับตัวกับสิ่งใหม่ ๆ ได้จากข้อมูลเพียงเล็กน้อย สามารถตรวจสอบความเข้าใจตัวเองได้ สามารถทำงานหลายอย่างได้ และที่สำคัญคือสามารถใช้ความรู้ซ้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูล และให้เหตุผลได้อย่างน่าเชื่อถือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...