“จีน” ยืนยันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ หลัง “ทรัมป์” ประกาศความคืบหน้า
กระทรวงการต่างประเทศจีนเผย “จีนรักษาคำมั่น” หลังผู้นำสองชาติเห็นพ้องโทรศัพท์เคลียร์ทางการค้า พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้าตามข้อตกลงเจนีวา
วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 14.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่าได้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐ ตามที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศไว้ พร้อมเน้นย้ำว่าทั้งสองฝ่ายควรปฏิบัติตามฉันทามติร่วมกัน และจีนเองก็รักษาคำพูดเสมอ
นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า "จีนรักษาคำพูดและปฏิบัติตามข้อตกลงมาโดยตลอด …เมื่อมีฉันทามติแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ควรปฏิบัติตาม"
การพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากข้อตกลงเบื้องต้นที่เจนีวาต้องหยุดชะงัก โดยหลังการพูดคุย ทั้งสองฝ่ายได้จัดการเจรจาเพิ่มเติมที่กรุงลอนดอน
ก่อนหน้านี้ข้อตกลงดังกล่าวเผชิญปัญหาเมื่อจีนยังคงควบคุมการส่งออกแร่หายาก (rare earths) ซึ่งทำให้รัฐบาลทรัมป์ตอบโต้ด้วยการควบคุมการส่งออกซอฟต์แวร์ออกแบบชิป เครื่องยนต์เจ็ตสำหรับเครื่องบินที่ผลิตในจีน และสินค้าอื่น ๆ ไปยังจีน
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธว่า เขาพอใจกับข้อตกลงดังกล่าวมาก โดยระบุใน Truth Social ว่า"ข้อตกลงกับจีนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขึ้นอยู่กับการอนุมัติขั้นสุดท้ายระหว่างผมกับประธานาธิบดีสี"
"แม่เหล็กครบชุด รวมถึงแร่หายากที่จำเป็น จะถูกส่งมอบล่วงหน้าจากจีน ขณะที่เราก็จะให้ในสิ่งที่ตกลงไว้ รวมถึงการให้นักเรียนจีนสามารถเรียนต่อในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย สหรัฐจะเก็บอัตราภาษีรวม 55% ส่วนจีนจะเก็บ 10%"
อย่างไรก็ตามรายละเอียดของข้อตกลงใหม่นี้และแนวทางการดำเนินการจริงยังคงไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า อัตราภาษี 55% ที่ทรัมป์กล่าวถึงนั้น มาจาก 3 ส่วนรวมกัน ได้แก่ อัตราภาษีพื้นฐาน 10% ที่เรียกเก็บกับเกือบทุกประเทศคู่ค้าของสหรัฐ ภาษี 20% กับสินค้านำเข้าจากจีน อันเนื่องมาจากข้อกล่าวหาว่าจีนไม่ควบคุมการส่งเฟนทานิลเข้าสหรัฐ และภาษีเดิม 25% ที่เรียกเก็บกับสินค้าจีนตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยแรก
อ้างอิง : reuters.com