วิเคราะห์ความเป็นไปได้ อะไรทำให้ Air India ตกใน 30 วินาที?
อุบัติเหตุเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ของเครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ของสายการบินแอร์อินเดีย (Air India) เที่ยวบินที่ AI171 ซึ่งกำลังจะเดินทางจากเมืองอาห์เมดาบัดของอินเดีย ไปยังสนามบินลอนดอนแกตวิก แต่ประสบตกหลังขึ้นบินได้ไม่ถึงนาที จนมีผู้เสียชีวิต 241 รายบนเครื่อง และอีกจำนวนหนึ่งบนพื้นดิน ทำให้เกิดคำถามที่ทั่วโลกอยากรู้ว่า อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง?
โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เครื่องบินโบอิ้ง 787-8 ดรีมไลเนอร์ประสบเหตุตกจนมีผู้เสียชีวิต นับตั้งแต่เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2011
สำนักข่าวบีบีซีได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบินและนักบินในอินเดียซึ่งคุ้นเคยกับเครื่องบิน 787-8 เพื่อวิเคราะห์สาเหตุว่า ปัจจัยใดบ้างที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจครั้งนี้
เครื่องยนต์ดับทั้งสองเครื่อง?
ผู้บังคับเครื่องบิน 787-8 ลำที่เกิดเหตุคือ กัปตัน สุมีต ซาบาร์วัล นักบินหลัก มีประสบการณ์บิน 8,200 ชั่วโมง ส่วนนักบินผู้ช่วย ไคลฟ์ คุนดาร์ มีประสบการณ์การบิน 1,100 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าทั้งคู่มีประสบการณ์สูง ปัญหาจึงไม่น่ามาจากตัวนักบิน
อมิต ชาห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของอินเดีย กล่าวว่า ขณะกำลังไต่ระดับขึ้นจากเมืองอาห์เมดาบัด เครื่องบินลำดังกล่าวบรรทุกเชื้อเพลิง 100 ตัน
ทันทีที่เครื่องขึ้น ห้องนักบินได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมายังหอบังคับการบิน ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลการบินของอินเดียกล่าวว่า เครื่องบินไม่ได้ตอบรับใด ๆ หลังจากนั้น และไม่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมาในทีแรก แต่ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวของเครื่องบินลำดังกล่าวได้บอกกับสื่อของอินเดียว่า เขาได้ยินเสียงดังปังขณะที่เครื่องบินพยายามไต่ระดับความสูง
ภาพวิดีโอที่ได้รับการยืนยันแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินลอยอยู่ในอากาศเป็นเวลาประมาณ 30 วินาทีเท่านั้น โดยเครื่องบินบินต่ำเหนือย่านที่อยู่อาศัย ข้อมูลที่ส่งมาครั้งสุดท้ายแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินบินไปถึงระดับความสูง 625 ฟุต หรือราว 190 เมตร ก่อนที่จะค่อย ๆ ลดระดับลงและตกลงส่พื้นจนเกิดการระเบิดครั้งใหญ่
จากวิดีโอที่เผยแพร่ออกมา พบว่าเครื่องบินดูพยายามอย่างมากเพื่อยกตัวขึ้นจากพื้น โดยดูเหมือนว่าจะเป็นเพราะแรงขับหรือกำลังที่ลดลง
นักบินคนหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า “เขาคงไม่มีเวลาตอบสนองหากเครื่องยนต์ดับทั้งสองเครื่อง”
สาเหตุหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนคาดเดากันก็คือ ความเป็นไปได้ที่เครื่องยนต์สองเครื่องขัดข้องพร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
นอกจากนี้ มีคำถามเกิดขึ้นว่า เครื่องบินได้ติดตั้ง Ram Air Turbine (RAT) ซึ่งเป็นกังหันสำรองฉุกเฉินที่ทำงานเมื่อเครื่องยนต์หลักไม่สามารถผลิตพลังงานให้กับระบบสำคัญ ๆ ได้ไว้หรือไม่
แทบจะไม่มีใครเคยได้ยินเรื่องเครื่องยนต์ขัดข้องสองเครื่องพร้อมกันเลย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดสุดคือ “ปาฏิหาริย์บนแม่น้ำฮัดสัน” ในปี 2009 เมื่อเครื่องบินแอร์บัส A320 ของสายการบินยูเอสแอร์เวย์สเสียเครื่องยนต์ทั้งสองเครื่องจากเหตุนกพุ่งชนเพียงไม่นานหลังจากขึ้นบินจากสนามบินลากวาร์เดียในนิวยอร์ก แต่เครื่องบินสามารถร่อนลงจอดได้อย่างปลอดภัย
นักบินอาวุโสคนหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า เครื่องยนต์ขัดข้องสองเครื่องอาจเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อเพลิงหรือการอุดตันได้เช่นกัน เครื่องยนต์ของเครื่องบินต้องอาศัยระบบวัดเชื้อเพลิงที่แม่นยำ หากระบบดังกล่าวเกิดการอุดตัน อาจทำให้ขาดเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ดับได้
โมฮัน รังกานาธาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน กล่าวกับบีบีซีว่า เครื่องยนต์ขัดข้องสองเครื่องจะ “เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก ๆ”
นกชนเครื่องบิน?
ผู้เชี่ยวชาญในอินเดียบางคนเสนอแนะว่า อุบัติเหตุอาจเกิดจากการที่นกชนเครื่องยนต์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเครื่องบิน ในกรณีร้ายแรง เครื่องยนต์อาจสูญเสียพลังงานหากดูดนกเข้าไป เช่นที่เคยเกิดขึ้นกับเครื่องบินเจจูแอร์ของเกาหลีใต้ที่คร่าชีวิตผู้คนไป 179 รายเมื่อ ธ.ค. 2024
ผู้เชี่ยวชาญและนักบินที่คุ้นเคยกับสนามบินอาห์เมดาบัดบอกกับบีบีซีว่า สนามบินแห่งนี้ “ขึ้นชื่อเรื่องมีนกจำนวนมาก”
รังกานาธานกล่าวว่า “นกมักจะอยู่แถวนั้นเสมอ” สอดคล้องกับนักบินชาวอินเดียอย่างน้อย 3 คนที่ให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกัน
รัฐคุชราต ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองอาห์เมดาบัด มีรายงานเหตุการณ์นกชนเครื่องบิน 462 ครั้งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่สนามบินอาห์เมดาบัด ตามข้อมูลของกระทรวงการบินพลเรือนที่เสนอต่อรัฐสภาในเดือน ธ.ค. 2023
รายงานของ Times of India ในเดือน ก.ย. 2023 ระบุว่า มีเหตุการณ์นกชนเครื่องบิน 38 ครั้งในปี 2022–2023 ในเมืองอาห์เมดาบัด เพิ่มขึ้น 35% จาก 12 เดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม นักบินอาวุโสคนหนึ่งกล่าวว่า การถูกนกชนนั้นไม่ค่อยจะร้ายแรงนัก “เว้นแต่จะส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ทั้งสองเครื่อง”
หรือปัญหาจะอยู่ที่แฟลป?
ผู้เชี่ยวชาญ 3 คนที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้อาจเกิดขึ้นเนื่องจาก “แฟลป” (Flap) หรือแผ่นบริเวณปีกของเครื่องบินมีบทบาทสำคัญในระหว่างการขึ้นบิน ช่วยให้เครื่องบินสร้างแรงยกสูงสุดที่ความเร็วต่ำ อาจไม่ได้ถูกกางออกระหว่างการขึ้นบิน
หากแฟลปไม่ได้รับการกางออกอย่างเหมาะสม เครื่องบินที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มลำ ซึ่งบรรทุกเชื้อเพลิงหนักสำหรับเที่ยวบินระยะไกล และต้องต่อสู้กับสภาพอากาศร้อน จะประสบปัญหาในการขึ้นบิน
ในเมืองอาห์เมดาบัดมีอุณหภูมิในวันเกิดเหตุอยู่ที่เกือบ 40 องศาเซลเซียส โดยอากาศที่เบาบางลงจะต้องใช้การตั้งค่าแฟลปที่สูงขึ้นและแรงขับของเครื่องยนต์ที่มากขึ้น นักบินคนหนึ่งบอกกับบีบีซีว่า ในสภาวะเช่นนี้ แม้แต่ข้อผิดพลาดในการตั้งค่าเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลร้ายแรงได้
อย่างไรก็ตาม นักบินและนักวิเคราะห์หลายคนคัดค้านข้อสันนิษฐานนี้ โดยชี้ว่า หากเครื่องบินขึ้นบินโดยที่พับแฟลปเอาไว้ไม่ได้กางออก ระบบเตือนการกำหนดค่าการบินขึ้นของ 787 จะส่งสัญญาณเตือนไปยังลูกเรือว่าไม่ปลอดภัย
ชาน (นามสมมติ) อดีตนักบิน บอกกับบีบีซีวว่า ภาพที่หลุดออกมาจนถึงตอนนี้ยากเกินกว่าที่จะระบุได้อย่างแน่ชัดว่า แฟลปถูกกางออกหรือไม่ แต่เขากล่าวว่าข้อผิดพลาดดังกล่าว “ผิดปกติอย่างยิ่ง”
“นักบินจะตั้งค่าแฟลปเองก่อนขึ้นบิน และมีรายการตรวจสอบและขั้นตอนต่าง ๆ มากมายในการตรวจสอบการตั้งค่า นั่นอาจชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดของมนุษย์หากไม่ได้ตั้งค่าแฟลปอย่างถูกต้อง” ชานกล่าว
ทั้งนี้ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการวิเคราะห์และข้อสันนิษฐานเท่านั้น ยังไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่า สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุสายการบินแอร์อินเดียเกิดจากอะไรกันแน่ และเป็นสิ่งที่ต้องรอผลการตรวจสอบโดยละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญต่อไป
เรียบเรียงจาก BBC
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เหตุเครื่องบิน Air India ตก ผู้โดยสารรอดปาฏิหาริย์ 1 คน!
เครื่องบิน Air India ตกในประเทศอินเดีย ขณะกำลังมุ่งหน้าไปลอนดอน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิเคราะห์ความเป็นไปได้ อะไรทำให้ Air India ตกใน 30 วินาที?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com