โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กลาโหมกัมพูชายัน ไม่เกี่ยวทหารไทยเหยียบระเบิด ชี้ไทยลาดตระเวนนอกเส้นทางเอง

PPTV HD 36

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 08.25 น.
กระทรวงกลาโหมกัมพูชาแถลง ยันไม่เกี่ยวเหตุทหารไทยเหยียบกับระเบิด ชี้เตือนหลายครั้งให้ไทยลาดตระเวนในเส้นทางที่ตกลงไว้ เหตุยังเหลือทุ่นระเบิดเก่าอีกมาก

วันที่ 20 ก.ค. 68 เมื่อเวลา 14.00 น. กระทรวงกลาโหมกัมพูชาโพสต์แถลงผ่านเพจเฟซบุ๊ก ปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทย จากกรณีทหารไทย 3 นายเหยียบกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ

โดยระบุว่า “พลโท มาลี โสเจียตา ปลัดกระทรวงกลาโหมและโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยต่อกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการบาดเจ็บของทหารไทยจากการเหยียบกับระเบิดขณะลาดตระเวนในเส้นทางที่เพิ่งสร้างขึ้น”

แถลงการณ์ระบุว่า “กระทรวงกลาโหมกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยต่อกัมพูชาอย่างเด็ดขาด เกี่ยวกับการบาดเจ็บของทหารไทย 3 นาย จากเหตุระเบิดทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2568 ณ หมู่บ้านเตโชมรกต ตำบลมรกต อำเภอจวมกสัน จังหวัดพระวิหาร”

“กัมพูชาขอย้ำว่า ได้เตือนฝ่ายไทยหลายครั้งให้ปฏิบัติตามเส้นทางลาดตระเวนที่ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้ยังคงมีทุ่นระเบิดที่ยังไม่ระเบิดจำนวนมาก ซึ่งแม้แต่พลเรือนชาวกัมพูชาก็อาจได้รับอันตราย”

“ในความเป็นจริง ทหารไทยได้ละเมิดข้อตกลงที่ระบุไว้ในบันทึกความเข้าใจปี MOU 2543 โดยเบี่ยงเบนจากเส้นทางลาดตระเวนที่กำหนดไว้ และสร้างเส้นทางใหม่ที่เข้าสู่ดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา”

“ดินแดนนี้ได้รับการยอมรับตามแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งเป็นผลมาจากการกำหนดเขตแดนและการวางเสาหลักระหว่างอินโดจีนและสยาม ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามในปี พ.ศ. 2447 และ พ.ศ. 2450 การรุกรานของพวกเขาส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นสิ่งตกค้างจากสงคราม”

“การเคารพในอำนาจอธิปไตยและกฎหมายระหว่างประเทศต้องแสดงให้เห็นด้วยการกระทำ ไม่ใช่แค่คำพูด ดังนั้น กัมพูชาจึงเรียกร้องให้ฝ่ายไทยปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจปี 2543 อย่างเต็มที่ และใช้กลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ รวมถึงศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพื่อแก้ไขข้อพิพาทเรื่องพรมแดน สันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยวิธีการเช่นนี้เท่านั้น ควบคู่ไปกับการป้องกันการบาดเจ็บหรือการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติมของพลเรือนผู้บริสุทธิ์”

“เหตุการณ์นี้ยังก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับเจตนาของผู้นำกองทัพไทย เหตุใดกองทัพจึงได้รับคำสั่งให้ลาดตระเวนนอกเส้นทางที่ตกลงกันไว้ ทั้งที่พวกเขารู้ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดในช่วงสงคราม และแม้กัมพูชาจะเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่เป็นการกระทำโดยเจตนาเพื่อยั่วยุความตึงเครียดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่?”

“กระทรวงกลาโหมกัมพูชาขอเรียกร้องอีกครั้งให้ฝ่ายไทยยุติการกระทำใด ๆ ที่ละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาโดยทันที และงดเว้นพฤติกรรมใด ๆ ที่คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดน”

“ในฐานะประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากทุ่นระเบิด กัมพูชามีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติตามพันธกรณีในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาที่ห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล กัมพูชาได้รับการยอมรับอย่างสูงจากประชาคมโลก ไม่เพียงแต่ความสำเร็จในการกำจัดและทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคลทุกประเภทเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมของสหประชาชาติในการกำจัดทุ่นระเบิดในประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับความเสียหายหรือยังคงได้รับความเสียหายจากสงครามอีกด้วย”

“ในโอกาสนี้ กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาและกองทัพกัมพูชา ขอยืนยันการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับประเทศไทยด้วยสันติวิธีและบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงการนำข้อพิพาทเกี่ยวกับปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่โดยรอบ ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ)”

“เรายังแสดงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา และให้คำมั่นว่าจะไม่มีการสูญเสียดินแดนของกัมพูชาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ฮุน เซน” แฉ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ความจริงคือ “ฮุน เซน คิด” ต่างหาก

เตือนสติกัมพูชา คดีวางทุ่นระเบิด ต้องขึ้นศาล “ICC” ไม่ใช่ ICJ!

กัมพูชาลั่น มีภาพทหารไทยวางทุ่นระเบิด แนะถ้าอยากฟ้องกัมพูชา ให้ฟ้อง ICJ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลาโหมกัมพูชายัน ไม่เกี่ยวทหารไทยเหยียบระเบิด ชี้ไทยลาดตระเวนนอกเส้นทางเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...