โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ประวัติศาสตร์และความผูกพันระหว่างคนญี่ปุ่นกับม้า

conomi

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • conomi.co

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน “ม้า” คือสัตว์ที่อยู่เคียงข้างมนุษย์มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง แรงงานในการเกษตร หรือพาหนะในสงคราม ในญี่ปุ่นเอง ม้าก็ไม่ได้เป็นแค่สัตว์ทั่วไป แต่คือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง เรามาทำความรู้จักเรื่องราวของม้าตั้งแต่กำเนิด จนถึงบทบาทอันยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่นกันค่ะ!

1. กำเนิดของม้าและการแพร่กระจายไปทั่วโลก

ม้า คนญี่ปุ่น

ต้นกำเนิดของม้าสามารถย้อนกลับไปได้ไกลถึง 55 ล้านปีก่อน โดยบรรพบุรุษของมันมีชื่อว่า Hyracotherium หรือ Eohippus สัตว์เล็กขนาดประมาณ 30 ซม. อาศัยอยู่ในอเมริกาเหนือ มีนิ้วเท้า 4 นิ้วที่ขาหน้า และ 3 นิ้วที่ขาหลัง พวกมันอาศัยอยู่ในป่าและค่อย ๆ วิวัฒนาการแยกสายพันธุ์ไปสู่ยุโรปและที่อื่น ๆ

ต่อมาเมื่อราว 5 ล้านปีก่อน เกิดสายพันธุ์ “Pliohippus” ที่มีลักษณะคล้ายม้าในปัจจุบัน คือมี “กีบเดียว” และสูงกว่าเดิม จากนั้นอีกประมาณ 1 ล้านปีต่อมา “Equus” ซึ่งเป็นต้นตระกูลของม้า ม้าลาย และลาในยุคปัจจุบันก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
ภาพวาดม้าในถ้ำ Lascaux ประเทศฝรั่งเศส แสดงให้เห็นว่าม้าในยุคนั้นเป็นเป้าหมายของการล่าสัตว์ ไม่ใช่พาหนะของมนุษย์ การเลี้ยงม้าเริ่มใน เอเชียกลางประมาณ 3,500 ปีก่อนคริสตกาล เริ่มแรกใช้เพื่ออาหารและลากจูง จนเมื่อมนุษย์ประดิษฐ์สายรัดและล้อได้ ม้าจึงกลายเป็นพาหนะสำหรับเดินทางและทำสงคราม นับเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

2. “ม้าในญี่ปุ่น” การเดินทางข้ามน้ำและบทบาทในยุคโบราณ

ม้า คนญี่ปุ่น

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นเกาะ แต่ในที่สุดม้าก็เดินทางมาถึง โดยเชื่อกันว่าม้าถูกนำเข้าจากคาบสมุทรเกาหลีในช่วง ยุคโคะฟุน (ศตวรรษที่ 3–7) การขุดพบรูปปั้นม้าดินเหนียว ซากม้า และอุปกรณ์เกี่ยวกับม้าในสุสานทั่วประเทศ ทำให้มั่นใจได้ว่าม้าได้รับการใช้อย่างแพร่หลายในช่วงเวลานี้

แม้อาจมีม้าพื้นเมืองในญี่ปุ่นมาก่อน แต่ก็มีจำนวนน้อยและแทบไม่มีหลักฐานชัดเจน การนำเข้าม้าในยุคโคะฟุนทำให้จำนวนม้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของชาวญี่ปุ่นในด้านต่าง ๆ

ต่อมา ม้าได้กลายเป็นส่วนสำคัญใน ระบบการขนส่งของรัฐ โดยเฉพาะหลัง การปฏิรูปไทกะในปีค.ศ. 645 จักรพรรดิเท็นจิทรงประกาศใช้ระบบ “เอกิเด็น” (ม้าไปรษณีย์) เพื่อส่งข่าวและเดินทางระหว่างเมืองหลวงกับภูมิภาค ม้าถูกเลี้ยงไว้ที่สถานีเปลี่ยนม้า (เอคิอุมะ) อย่างเป็นระบบ

ต่อมาใน ยุคกฎหมายไทโฮ (ปีค.ศ. 701) รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดตั้ง “กรมทหารม้า” ภายใต้กระทรวงกิจการทหาร ซึ่งรับผิดชอบการเลี้ยงม้าและฝึกทหารม้า ซามูไรจำนวนมากใฝ่ฝันที่จะทำงานในกรมนี้ เพราะถือว่าเป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติและมีโอกาสก้าวหน้า แม้แต่ซามูไรชั้นล่างก็สามารถสมัครได้หากมีความสามารถหรือจ่ายค่าธรรมเนียม

3. “ม้ากับการสงคราม” การเปลี่ยนแปลงของอาวุธ และตำนานนักรบ

ประวัติศาสตร์การขี่ม้าของคนญี่ปุ่น

เมื่อม้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของสนามรบ เครื่องแต่งกายและอาวุธก็ต้องปรับตามไปด้วย

ดาบตรงแบบดั้งเดิม “โชกุโตะ” ถูกแทนที่ด้วย “ทาจิ” ซึ่งมีลักษณะโค้ง เหมาะสำหรับฟันศัตรูจากหลังม้า ขณะเดียวกันชุดเกราะ “โอโยโรอิ” ก็ถูกพัฒนาขึ้นให้เหมาะกับการขี่ม้า โดยมีส่วนปกป้องไหล่ หน้าอก และส่วนล่างอย่างครบถ้วน
ทักษะการขี่ม้ากลายเป็นทักษะพื้นฐานของซามูไร และการสู้รบมักเป็น “การดวลแบบตัวต่อตัว” โดยนักรบจะประกาศชื่อก่อนเข้าต่อสู้ นี่คือภาพของนักรบบนหลังม้าที่เราคุ้นตาในหนังหรืออนิเมะญี่ปุ่นหลายเรื่อง

หนึ่งในเรื่องเล่าที่โด่งดังที่สุดคือ ยุทธการอิจิโนะทานิ (ค.ศ. 1184)“มินาโมโตะ โนะ โยชิสึเนะ” แม่ทัพอัจฉริยะ ใช้ทหารม้าเพียง 70 นายบุกโจมตีค่ายศัตรูจากทางหน้าผาสูงชัน ด้วยความเชื่อว่า “ถ้ากวางข้ามได้ ม้าก็ข้ามได้” ผลคือศัตรูแตกพ่ายเพราะไม่ทันตั้งตัว—เป็นยุทธวิธีที่เปลี่ยนแนวคิดการรบแบบดั้งเดิมไปอย่างสิ้นเชิง

ม้ายังเป็นเครื่องแสดงสถานะของซามูไร เช่นเดียวกับดาบหรือชุดเกราะ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ “โอดะ โนบุนางะ” ขุนศึกผู้รวมประเทศ เขารักม้าอย่างมาก และใช้ม้าเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ การจัดขบวนพาเหรด “ม้าจักรพรรดิเกียวโต” ในปีค.ศ. 1581 ก็เป็นการแสดงแสนยานุภาพผ่านม้า ซึ่งสร้างความประทับใจและความเกรงขามทั่วทั้งญี่ปุ่น

4. ม้าในพิธีกรรมชินโตและวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม

ประวัติศาสตร์การขี่ม้าของคนญี่ปุ่น

ม้าไม่ได้มีความสำคัญแค่ในสนามรบ แต่ยังเกี่ยวพันกับพิธีกรรมทางศาสนาในญี่ปุ่นมาช้านาน หลายศาลเจ้าที่สำคัญ เช่นศาลเจ้า Ise Jingu และศาลเจ้า Kanda Myojin มีคอกม้าเพื่อใช้เลี้ยง “ชินเมะ” (ม้าศักดิ์สิทธิ์) ซึ่งเป็นม้าของเทพเจ้า หรือใช้ในการประกอบพิธีกรรม พิธีถวายม้าให้เทพเจ้ามีมาตั้งแต่ยุคนารา และยังคงสืบสานจนถึงปัจจุบัน

หนึ่งในพิธีกรรมสำคัญคือ “ยาบุซาเมะ” ศิลปะยิงธนูจากหลังม้าที่วิ่งด้วยความเร็ว นักรบจะยิงธนูใส่เป้าหมายในขณะขี่ม้า ถือเป็นพิธีกรรมชินโตที่ผสมผสานศิลปะการต่อสู้ ยาบุซาเมะมีบันทึกครั้งแรกในสมัยจักรพรรดิเท็นมุ (ปี 680) และได้รับความนิยมโดยเฉพาะในยุคคามาคุระ (ค.ศ. 1185 – 1333) โดยโชกุนโยริโตโมะให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง
ปัจจุบัน ยาบุซาเมะยังคงจัดในเทศกาลต่างๆ ทั้งแบบพิธีและแบบกีฬาทั่วประเทศญี่ปุ่น

อีกพิธีกรรมที่น่าสนใจคือ “พิธีอะเกอุมะ” ในเทศกาลศาลเจ้าทาโดะ จังหวัดมิเอะ ผู้ร่วมพิธีจะขี่ม้าขึ้นเนินชันสูง 2 เมตร โดยใช้จำนวนม้าที่สามารถปีนขึ้นได้สำเร็จเป็นเครื่องทำนายโชคชะตา ผลผลิตทางเกษตร และเศรษฐกิจในปีนั้นๆ ซึ่งสะท้อนว่า ม้ายังคงมีบทบาทสำคัญในจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

ม้าไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่คือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่ม้ากลายเป็นทั้งพาหนะ เครื่องมือสงคราม ตัวแทนแห่งสถานะ และแม้แต่สื่อกลางของศรัทธาทางศาสนา จากถ้ำโบราณในยุโรป สู่หน้าผาสูงชันของอิจิโนะทานิ จากสนามรบสมัยโบราณ สู่พิธีกรรมชินโตในยุคปัจจุบัน เรื่องราวของม้าคือบทหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีชีวิต และบอกเล่าความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้งไม่เสื่อมคลาย

สรุปเนื้อหาจาก : touken-world.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...