โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จระเข้ ลุยปลูกป่าชายเลนปี 2 มุ่งขึ้นทะเบียน T-VER สู่เป้าคาร์บอนเป็นกลาง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 16.41 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 00.07 น.

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เร่งขับเคลื่อนนโยบายความยั่งยืนผ่านโครงการ “Jorakay Green Earth: พาหัวใจสีเขียวไปร่วมปลูกป่า” ปีที่ 2 ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยลงพื้นที่ปลูกป่าชายเลนใน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง บนพื้นที่กว่า 62.5 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเข้าสู่กระบวนการขึ้นทะเบียนกับโครงการ T-VER หรือโครงการลดก๊าซเรือนกระจกโดยสมัครใจของประเทศไทย เพื่อให้สามารถสร้างคาร์บอนเครดิตที่นำไปใช้จริงได้ในระบบอย่างเป็นทางการ

โครงการดังกล่าวเกิดจากการริเริ่มของ นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ต้องการให้การปลูกป่าโกงกางใน จ.ตรัง บนพื้นที่ 62.5 ไร่ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 สามารถวัดผลด้านการกักเก็บคาร์บอนและสร้างคาร์บอนเครดิตที่จับต้องได้จริง พร้อมตั้งเป้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2065

นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์

นายศุภพงษ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการจัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการเข้าสู่กระบวนการทวนสอบจากหน่วยงานภายนอก (VVB) เพื่อเดินหน้าขึ้นทะเบียน T-VER ให้แล้วเสร็จ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการแปลงความตั้งใจด้านสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นผลลัพธ์จริง เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคาร์บอนเครดิตที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในตลาดระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นแผนในระยะยาว โดยการดูแลป่าชายเลนจะดำเนินต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี

“เราวางแผนดูแลป่าอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ปลูกแล้วจบ และจะทำให้เกิดคาร์บอนเครดิตที่จับต้องได้จริงในตลาด โดยคาดว่าจะชดเชยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดโครงการ” นายศุภพงษ์กล่าว

โครงการนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปลูกต้นไม้ แต่ยังสร้างกลไกที่เชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เครือข่าย Thailand Mangrove Alliance และชุมชนในพื้นที่ ซึ่งในปีแรกบริษัทได้ใช้งบประมาณกว่า 77% ไปกับการจ้างงานชุมชน ทั้งเพาะกล้า กำจัดวัชพืช และดูแลแปลงปลูก ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ในพื้นที่ควบคู่กับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

“เรามองว่าป่าชายเลนคือคำตอบของการแก้ปัญหาคาร์บอนอย่างยั่งยืน เพราะสามารถดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบนบกถึง 4 เท่า ซึ่งพื้นที่เพียง 1 ไร่ดูดซับได้เฉลี่ย 9.4 ตันต่อปี และยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ เสริมความมั่นคงชายฝั่ง และสร้างรายได้ทางอ้อมให้ชุมชนในระยะยาว” นายศุภพงษ์กล่าวเสริม

นายศุภพงษ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียง CSR แต่เป็นแผนงานผูกพันระยะยาวขององค์กร ที่นำรายได้จากการจำหน่าย “ถุงกรีนแพ็ก” บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกที่พัฒนาร่วมกับซัพพลายเออร์ มาใช้ในการสนับสนุนการปลูกและดูแลป่าโกงกาง 10 ปี โดยถุงดังกล่าวผลิตจากกระดาษ ลดหมึกพิมพ์ และสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ โดยแม้จะมีข้อจำกัดด้านอายุการจัดเก็บในช่วงแรกที่ใช้บรรจุภัณฑ์นี้ แต่ก็ได้รับการพัฒนาคุณภาพจนสามารถเก็บสินค้าได้นานขึ้นถึง 8 เดือนบนชั้นวางสินค้า

นอกจากการปลูกป่าแล้ว บริษัทฯ ยังเดินหน้าใช้พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง โดยติดตั้งระบบโซลาร์รูฟทั้งที่สำนักงานใหญ่และโรงงานหลักในไทย ซึ่งปัจจุบันสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ถึง 30% ของความต้องการทั้งหมด อีกทั้งยังใช้วัตถุดิบที่ลดการปล่อยคาร์บอน เช่น ปูนไฮโดรเจนแทนปูนพอร์ตแลนด์เดิม และพัฒนาเคมีภัณฑ์และสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบกลยุทธ์ “5SD” เพื่อบรรลุความยั่งยืนในห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด

ทั้งนี้ จระเข้ยังมีแผนเดินหน้าเพิ่มมาตรฐานสินค้าให้สอดคล้องกับความยั่งยืนมากขึ้น โดยล่าสุดได้รับการรับรอง EPD (Environmental Product Declaration) แล้ว 30 รายการ และเตรียมเพิ่มอีก 30 รายการในปีนี้ พร้อมตั้งเป้าขยายสัดส่วนสินค้ารักษ์โลกจาก 63% ในปัจจุบันเป็น 65% ของยอดขายรวมในอนาคต

“เราหวังว่าสิ่งที่เราทำจะเป็นตัวอย่างของภาคธุรกิจที่ลุกขึ้นมาสร้างมาตรฐานคาร์บอนเครดิตอย่างเป็นระบบ ซึ่งลงทำมือจริง สามารถวัดผลได้ และสร้างประโยชน์ให้กับสิ่งแวดล้อม ชุมชน และธุรกิจไปพร้อมกันในระยะยาว” นายศุภพงษ์กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...