โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ศาลสูงสหรัฐ” อนุญาต “ทรัมป์” เดินหน้าแผนปรับโครงสร้างรัฐบาลกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 04.52 น.

รัฐบาล ทรัมป์ ยื่นคำร้องให้ศาลสูงเข้ามาแทรกแซง หลังผู้พิพากษาในรัฐแคลิฟอร์เนียมีคำสั่งระงับแผนลดจำนวนพนักงาน-ปรับโครงสร้างหน่วยงานรัฐบาลกลาง

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 วลา 03.28 น. สำนักข่าว NBC รายงานว่า ศาลสูงสหรัฐ (U.S. Supreme Court) มีคำสั่งเมื่อวันอังคาร อนุญาตให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้าแผนลดจำนวนพนักงานและปรับโครงสร้างหน่วยงานรัฐบาลต่าง ๆ ได้เป็นการชั่วคราว

คำสั่งดังกล่าวเป็นการพักคำพิพากษาทางปกครอง (administrative stay) ตามคำร้องของฝ่ายบริหารทรัมป์ โดยมีผู้พิพากษา เคทันจิ บราวน์ แจ็กสัน (Ketanji Brown Jackson) เพียงคนเดียวที่เขียนคำแย้งเห็นต่างอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นจากคำตัดสินของผู้พิพากษาซูซาน อิลล์สตัน แห่งศาลแขวงในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ตัดสินเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า แม้ประธานาธิบดีสามารถเสนอการเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบริหารได้ แต่หากเป็นการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ต้องได้รับความร่วมมือจากรัฐสภา

อิลล์สตันระบุไว้ในคำพิพากษาว่า “หน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถปรับโครงสร้างหรือลดกำลังคนขนานใหญ่ โดยละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐสภาอย่างโจ่งแจ้ง และประธานาธิบดีก็ไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์กรฝ่ายบริหารครั้งใหญ่โดยไม่ร่วมมือกับรัฐสภาได้”

อย่างไรก็ตามคำสั่งของศาลสูงในครั้งนี้ไม่ได้ชี้ขาดว่าการปรับโครงสร้างหรือการลดพนักงานของหน่วยงานใดถูกกฎหมายหรือไม่ แต่พิจารณาเฉพาะความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งฝ่ายบริหารของทรัมป์และบันทึกแนวทางบริหารบุคลากรที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ในคำแย้งผู้พิพากษาแจ็กสันเขียนว่า“คำตัดสินนี้ไม่เพียงแต่น่าเสียใจอย่างยิ่ง แต่ยังสะท้อนถึงความเย่อหยิ่งและไร้เหตุผลอีกด้วย”

การตัดสินดังกล่าวมีผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐบาลกลาง 19 แห่ง รวมถึงสำนักงานบริหารและงบประมาณ (OMB), สำนักงานบริหารงานบุคคล (OPM) และหน่วยงานบริการภาครัฐ (U.S. DOGE Service) ที่อยู่ภายใต้การบริหารของทำเนียบขาว

D. John Sauer ผู้ดำรงตำแหน่ง Solicitor General แถลงต่อศาลว่า คำพิพากษาของอิลล์สตันมีพื้นฐานจากแนวคิดที่ไร้หลักการว่าประธานาธิบดีต้องได้รับอนุมัติจากรัฐสภาในการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติในมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญ

“การบริหารจัดการบุคลากรในหน่วยงานรัฐบาลกลางถือเป็นหัวใจสำคัญของอำนาจฝ่ายบริหาร …รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดให้ประธานาธิบดีต้องได้รับอนุมัติจากรัฐสภาเพื่อใช้อำนาจหลักตามมาตรา 2”

ทำเนียบขาวแถลงยกย่องคำตัดสินในคืนวันอังคาร โดยโฆษก Harrison Fields กล่าวว่า“คำตัดสินของศาลสูงในวันนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีและฝ่ายบริหาร เป็นการปฏิเสธความพยายามโจมตีอำนาจฝ่ายบริหารตามรัฐธรรมนูญของประธานาธิบดีโดยผู้พิพากษาสายเสรีนิยมที่ต้องการขัดขวางความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐบาลกลาง”

คำร้องคัดค้านนโยบายนี้นำโดยสหภาพแรงงานและกลุ่มไม่แสวงหากำไรหลายแห่ง รวมถึงสหพันธ์แรงงานภาครัฐของรัฐและท้องถิ่นแห่งอเมริกา (AFSCME) รวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นของนครชิคาโกและบัลติมอร์

ทนายของฝ่ายคัดค้านเตือนว่า หากศาลอนุญาตให้ฝ่ายบริหารของทรัมป์เดินหน้าแผนนี้โปรแกรม หน่วยงาน และภารกิจต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองโดยกฎหมายจะถูกยุบหรือถูกลดขนาดอย่างมาก และเรียกร้องให้ศาลรอให้การดำเนินคดีสิ้นสุดก่อนตัดสินว่าจะให้ทรัมป์ดำเนินแผนหรือไม่

กลุ่มพันธมิตรคัดค้านออกแถลงการณ์ว่า คำตัดสินนี้เป็นผลกระทบร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตย และทำให้บริการสาธารณะที่ชาวอเมริกันพึ่งพาตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างยิ่ง

“คำตัดสินนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่ชัดเจนว่า การปรับโครงสร้างราชการและปลดพนักงานจำนวนมากโดยไม่มีการอนุมัติจากรัฐสภา เป็นสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ”

อ้างอิง : nbcnews.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...