โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

MIND: ภาวะ ‘เขียนงานไม่ออก’ ต่างจากภาวะ ‘เบิร์นเอาท์’ และมันมีวิธีแก้ด้วยการ ‘เขียนงานแบบปลูกพืชหมุนเวียน’

BrandThink

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 11.00 น.

ในสังคมที่วัฒนธรรมการเขียนเป็นพื้นฐานของสังคม การ ‘เขียนงานไม่ออก’ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และมันเป็นเรื่องใหญ่ระดับที่มีคำบัญญัติมาโดยเฉพาะเรียกว่า Writer’ s Block ซึ่งนั่นก็สะท้อนว่ามันเป็นปัญหาที่มีมายาวนานจริงๆ

ความน่าสนใจคือความเข้าใจว่าภาวะนี้เป็นปัญหาที่มีมานาน มันไม่ใช่ปัญหา ‘เบิร์นเอาท์’ (Burnout) อันเกิดจากหน้าที่การงานของคนยุคใหม่ๆ นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะพื้นฐานการเข้าใจว่ามันคือคนละภาวะกัน ก็นำไปสู่ความเข้าใจใน ‘ทางแก้’ ที่ต่างกันด้วย

เพราะแม้ว่าทั้งสองภาวะมีพื้นฐานปัญหาร่วมกัน ซึ่งคือการ ‘ใส่ความพยายามเท่าไร งานก็ไม่คืบหน้า’ เหมือนเอาความพยายามไปเททิ้งลงท่อระบายน้ำ แต่หนทางแก้มันอาจต่างกันมาก โดยในที่นี้เราจะพูดถึงทางแก้เฉพาะของภาวะเขียนงานไม่ออก

ต้องเข้าใจก่อนว่าทุกคนที่อยู่ในภาวะ ‘เขียนงานไม่ออก’ ก็คือคนในอาชีพ นักเขียน’ ทั้งหมด

ธรรมชาติแบบนี้ก็เลยจะนำไปสู่ประสบการณ์ร่วมของคนทั้งอาชีพว่า คนแทบทั้งหมดที่เลือกเส้นทางนี้ มักจะเริ่มจากการที่ตัวเองเคยมีจินตนาการและไอเดียไหลบ่าอย่างไม่หยุดหย่อน จนสามารถเขียนอะไรได้ลื่นไหลต่อเนื่องยาวนานจนกลายมาเป็น ‘อาชีพ’ ในที่สุด

แต่ในทำนองเดียวกัน มันก็ปกติมากที่ถึงจุดหนึ่งในอาชีพ แทบทุกคนก็จะพบภาวะเขียนงานไม่ออก ซึ่งภาวะนี้ถ้าไม่หายไปมันก็มักจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในชีวิต บางคนอาจเลิกประกอบอาชีพนี้ เพราะคิดว่าในชีวิตนี้ตัวเองคงไม่มีอะไรจะเขียนแล้ว บางคนที่ยังต้องทำต่อเพื่อทำมาหากิน ก็อาจถึงขึ้นต้องพบกับนักบำบัด เพราะเครื่องมือทำมาหากินของเขากำลังพัง

ความน่าสนใจคือ Psychology Today ได้ลงบทความของ ‘นักบำบัด’ ที่เป็น ‘นักเขียน’ ด้วย เกี่ยวกับ ‘เคล็ดลับ’ ที่เขาใช้จัดการทั้งตัวเอง และคนที่มาบำบัดกับเขา

คือเขาให้คิดง่ายๆ ว่า การรีดเค้นความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องเดียวตามประสาคนต้องทำอาชีพเกี่ยวกับการเขียน มันไม่ได้ต่างจากการ ‘ปลูกพืชเชิงเดี่ยว’ คือทำได้ดีแค่ไหน ระยะยาวผลผลิตก็จะน้อยลง เพราะ ‘แร่ธาตุ’ ในดินสำหรับพืชชนิดนั้นมันจะลดลงเรื่อยๆ

แล้ว ‘วิธีแก้’ คืออะไร? เขาบอกว่าให้คิดแบบการทำการเกษตร ที่จะทำให้ได้พืชผลต่อเนื่องแบบยั่งยืนนานๆ สิ่งที่คนโบราณค้นพบนานแล้วคือการปลูกพืชหมุนเวียนซึ่งมันคือการเปลี่ยนพืชไปเรื่อยๆ เพื่อให้แร่ธาตุที่เกิดจากการปลูกพืชหนึ่ง ไปเสริมพืชอีกชนิดหนึ่งที่จะปลูกต่อไป

ในทำนองเดียวกัน การเขียนงานไม่ออกมันอาจแก้ได้ง่ายๆ โดยการไปเขียนเรื่องอื่นที่รู้สึกว่าลื่นไหล เขียนจนไม่รู้จะเขียนอะไร บางทีเรื่องที่เราเขียนไม่ออกมันจะเขียนออกเอง หรือไม่ก็ไปทำอย่างอื่นเลย แล้วกลับมาเขียนงาน ก็ไม่ผิดอะไร

นี่หมายความว่า ถ้าคุณต้องเขียนบทซีรีส์แล้วตัน คุณอาจสลับไปเขียนอะไรเชิงสารคดีก็ได้ หรือคุณอาจพักไปอ่านหนังสือ เล่นดนตรี ดูหนัง วาดรูป หรือเล่นเกมก็ได้ ตามแต่ความชอบ คีย์คือต้อง ‘ขยับความคิดสร้างสรรค์’ ไปใช้กับอย่างอื่นที่ไม่ใช่เรื่องที่คุณจดจ่อจนมัน ‘ตัน’ และผลจากการขยับไปใช้ความคิดสร้างสรรค์ในทางอื่น สุดท้ายมันจะทำให้สิ่งที่เราได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์จนตันก่อนหน้านี้ มันไม่ตันอีก

แนวทางนี้เป็นแนวทางกว้างๆ ในการบริหารความคิดสร้างสรรค์ เพราะบางทีประเด็นมันอาจไม่ใช่เราหมดความคิดสร้างสรรค์ และก็อาจไม่ใช่เพราะเราใจจดใจจ่อมากไป แต่ประเด็นคือเราอาจต้องการการถอยห่าง การเขย่าความคิด หรือกระทั่งวัตถุดิบใหม่ๆ ทางความคิดที่จะหล่อลื่นไอเดียรวมๆ ให้กลับมาลื่นไหล

ทั้งนี้ ภาวะทั้งหมดต่างจาก ‘เบิร์นเอาท์’ แน่ๆ เพราะสุดท้าย พื้นฐานของความเบิร์นเอาท์คือเราไม่เห็นเป้าหมายของสิ่งที่เราทำ จนเราไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม แต่กลับกัน ภาวะเขียนงานไม่ออกเรารู้ว่าเราจะต้องเขียน เราเห็นเป้าหมายชัดๆ ว่าจะเขียนไปทำไม แต่เราแค่ไม่รู้จะเขียนมันออกมายังไง ซึ่งทั้งหมดนี้มันก็เลยทำให้ ‘ทางแก้’ มันต่างกันแบบที่ว่ามา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...