โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปราบยาเสพติดฉบับภูมิธรรม “ไล่ออก–ติดคุก–ไม่ละเว้น” ข้าราชการมีเอี่ยว?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 13.23 น.
“ภูมิธรรม” รักษาราชการแทนนายกฯ ลั่นเดินหน้าเข้มนโยบายปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศผ่านปฏิบัติการ SEAL STOP SAFE ข้าราชการเกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดีเด็ดขาด

ปลุกกลไกมหาดไทย ปราบยาเสพติดให้สิ้นซาก

ในรายการ “โอกาสไทย” ตอนที่ 6 ที่ออกอากาศเมื่อเช้าวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้แถลงแนวทางสำคัญของรัฐบาลในการเร่งปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ ภายใต้ปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า “SEAL STOP SAFE” โดยมุ่งหวังให้กลไกราชการ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง

นายภูมิธรรมระบุว่า ปัญหายาเสพติดไม่ใช่เพียงเรื่องของอาชญากรรม แต่คืออุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพราะทำลายกำลังคนที่ควรจะมีบทบาทในการพัฒนา นอกจากนี้ยังบั่นทอนสถาบันครอบครัวและชุมชนทั่วประเทศ

ชี้ชัด “เจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่เกี่ยวข้อง”

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาประชาชนรู้ว่าปัญหายาเสพติดอยู่ที่ไหน ใครทำ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายกลับไม่ลงมือจัดการ ทั้งที่มีอำนาจทางกฎหมายอย่างเต็มที่ เขาย้ำว่า หากพบเจ้าหน้าที่คนใดละเลย ปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เพียงแต่จะถูกย้ายพ้นพื้นที่ แต่ยังจะต้องเผชิญการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มข้น

รัฐบาลยังเปิดให้ประชาชนเป็นกำลังสำคัญในการแจ้งเบาะแส โดยเฉพาะจุดพักยาที่พบในหลายจังหวัด เช่น ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และกาญจนบุรี ซึ่งช่วยให้สามารถจับกุมได้จริง และยังประสานกับองค์กรต่างประเทศ เช่น INTERPOL เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายนอกประเทศอีกด้วย

“SEAL STOP SAFE” คำมั่นจากชายแดนสู่ชุมชน

แผนการ SEAL STOP SAFE มุ่งเน้นที่การปิดล้อมชายแดนไม่ให้ยาเสพติดหลุดเข้าประเทศ โดยยึดหลักว่า ไทยไม่ใช่แหล่งผลิต แต่เป็นทางผ่านจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหมายความว่า หากสามารถปิดชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปราบปรามในประเทศจะง่ายขึ้น และผู้เสพที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดจะกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างปลอดภัย

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะใช้กลไกท้องถิ่นตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปจนถึงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่มีจำนวนมากถึงกว่า 700,000 คน ให้มีบทบาทในการรายงานเบาะแส และเป็นสายตาของรัฐในทุกชุมชน

ปรับยุทธศาสตร์ใหม่ เดินหน้าสู่ระยะที่ 2 และ 3

แม้การดำเนินงานในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา จะมีสถิติดีขึ้น แต่รัฐบาลประเมินว่า ยังไม่เพียงพอ จึงมีแผนจะเดินหน้าสู่ระยะที่ 2 และ 3 ที่จะเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยขยายการปฏิบัติการจาก 14 จังหวัดชายแดน ไปสู่กรุงเทพฯ และทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเห็นผลเป็นรูปธรรม และรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

นายภูมิธรรมยังเปิดเผยว่า ตนพร้อมจะลงพื้นที่แบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่ารัฐบาลจะเดินหน้านโยบายนี้เป็นวาระแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง

ข่าวกรองและมวลชน คือหัวใจสำคัญของชัยชนะ

ตอนท้ายของรายการ นายภูมิธรรมเน้นย้ำว่า การปราบปรามยาเสพติดที่ยั่งยืน จำเป็นต้องพึ่งพาข่าวกรองที่แม่นยำและพลังของชุมชนที่เข้มแข็ง เพราะเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียวไม่อาจทำได้ทั้งหมด หากประชาชนร่วมมือให้ข้อมูล และกลไกราชการทำงานด้วยความโปร่งใส ก็จะสามารถลดอำนาจของขบวนการยาเสพติดลงได้อย่างแท้จริง

การเดินหน้าอย่างเข้มข้นในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความมั่นคง แต่ยังเกี่ยวพันกับอนาคตของเศรษฐกิจ สังคม และพลังของคนไทยทั้งประเทศที่จะร่วมกันปิดประตูไม่ให้ยาเสพติดเข้าทำลายอีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...