เทคโนโลยีสมอง เมดอินไชน่า จุดประกายความหวังรักษา ‘เด็กออทิสติก’
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 09.41 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 09.22 น. • The Bangkok Insightเทคโนโลยีสมอง เมดอินไชน่า จุดประกายความหวังรักษา "เด็กออทิสติก"
เด็กชายแซ่เฉิน วัย 5 ขวบจากมณฑลกานซู่ กำลังหัวเราะด้วยความดีใจ เมื่อเห็นตัวการ์ตูนตัวโปรดโบกมือตอบกลับ ปฏิกิริยานี้ อาจดูธรรมดาสำหรับเด็กส่วนใหญ่ ทว่ากลับเป็นเหมือนปาฏิหาริย์ สำหรับครอบครัวของ เฉิน เพราะมันเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากสัญญาณสมองที่ถอดรหัสผ่านชุดหูฟังในห้องบำบัดของ บริษัท เฉิงตู ซินหน่าว เทคโนโลยี จำกัด ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ซึ่งเป็นบริษัทที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีส่วนต่อประสานสมอง กับคอมพิวเตอร์ (BCI) เพื่อใช้กับการบำบัดโรคออทิสติก
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่าเมื่อปี 2023 สหพันธ์คนพิการแห่งประเทศจีนรายงานว่าจีนมีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกสเปกตรัม (ASD) ถึง 13 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้รับการบำบัดที่เป็นมาตรฐาน เนื่องจากขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญและมีต้นทุนการรักษาที่สูง ขณะที่ทั่วโลกมีผู้ป่วยออทิสติกสเปกตรัมราว 80 ล้านคน ต้องใช้ชีวิตอยู่กับการบำบัดแบบดั้งเดิมที่มักต้องอาศัยการฝึกพฤติกรรมที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานานหลายปี และผลลัพธ์จากการรักษามักจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
อย่างไรก็ดี เฝิงรุ่ย ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ซึ่งเป็นวิศวกรชีวการแพทย์วัย 45 ปี ได้ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการและตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงสมการนี้ เฝิงเปรียบระบบประสาทของสมอง เหมือนกับระบบทางหลวงขนาดใหญ่ โดยในเด็กที่เป็นออทิสติก จะมีเส้นทางบางสายขาดการเชื่อมต่อ ขณะที่บางสายมีการจราจรหนาแน่น ที่แออัดไปด้วยสัญญาณมากเกินไป สิ่งเหล่านี้รบกวนความสามารถในการประมวลผล เรื่องปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ภาษา และการรับรู้ทางประสาทสัมผัส
ทีมงานของเฝิง กำลังทำงานเพื่อแก้ไขต้นตอของปัญหาโดยร่วมพัฒนาแนวทางกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศจีน (UESTC) ในเฉิงตู เพื่อมุ่งเป้าจัดการกับเส้นทางการเชื่อมต่อของระบบประสาทในสมองที่ผิดปกติ โดยเน้นไปที่การระบุตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเฉพาะของออทิสติกในกิจกรรมของระบบประสาทผ่านการวิเคราะห์ที่ไม่รุกล้ำร่างกายและขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)
เฝิงระบุว่า หัวใจสำคัญของนวัตกรรมนี้คือ ชุดหูฟังสำหรับตรวจวินิจฉัยรุ่นควิก-20อาร์ (Quick-20r) ที่ติดตั้งอิเล็กโทรดแบบยืดหยุ่นจำนวน 19 ตัวเพื่อบันทึกคลื่นสมองแบบเรียลไทม์ที่ต่างจากระบบตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองแบบเปียก (wet EEG) แบบเดิมที่ต้องใช้เจลและต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ โดยเซ็นเซอร์แบบแห้งของพวกเขาสามารถจับรูปแบบ “การจราจรของระบบประสาท” ได้ในขณะที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ซึ่งสัญญาณเหล่านี้จะถูกส่งเข้าสู่อัลกอริธึมที่ผสานการเรียนรู้เชิงลึกกับการถ่ายภาพทางประสาทวิทยา เพื่อระบุวงจรที่ถูกรบกวนที่เชื่อมโยงกับการสื่อสารทางสังคม
เครื่องกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะ (TMS) ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสร้างแผนที่วงจรประสาทที่ผิดปกติ ก่อนปล่อยคลื่นแม่เหล็กอย่างแม่นยำเพื่อปรับแต่งเส้นทางเหล่านั้น คล้ายกับการซ่อมถนนที่เสียหายในระบบประสาทให้กลับมาสอดคล้องกันและเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างปกติ
นอกจากอุปกรณ์ต่างๆ แล้ว ทางบริษัทยังได้จัดห้องบำบัดหลายห้องที่มีเจ้าหน้าที่ให้การบำบัดเพิ่มเติมด้วยวิธีการทางภาษา การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และดนตรีสำหรับเด็กออทิสติกอีกด้วย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เวียดนาม ยกเลิก 'นโยบายลูก 2 คน' แก้ปัญหาประชากรลด
- 'ประชากรญี่ปุ่น' ลดลง 14 ปีติด ซ้ำเติมปัญหา 'ขาดแคลนแรงงาน'
- 'จีน' แต่งงานต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ปี 67 ซ้ำเติม 'วิกฤติประชากร'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X: https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg