โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ขยายผล-ยึดทรัพย์กว่า 50 ล้าน ‘ร.ต.ต.’ ป้ายแดง! ร่วมกับพวกขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด

เดลินิวส์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 11.35 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 04.25 น. • เดลินิวส์
“เลขาฯ ป.ป.ส.” สั่งขยายผลทรัพย์สิน “ร.ต.ต.” ป้ายแดง สังกัดศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 8 หลังร่วมขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด ถูกจับคาด่าน จ.เชียงราย อายัดทรัพย์แล้ว 50 ล้านบาท “เงินสด-ทองคำแท่ง-รถ-โฉนดที่ดิน” ประกาศกร้าว ขรก.เอี่ยวยาเสพติด ต้องเฉียบขาด พร้อมยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินไม่มียกเว้น

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งขยายผลจากปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดขั้นเด็ดขาดของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในการทำลายเครือข่ายและตัดวงจรทางการเงินของผู้ค้ายาเสพติด

โดย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 68 โดยการบูรณาการกำลังระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส., กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายณรงค์เดช (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี, นายสนธยา (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี และ นายโกมล (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 5,000,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.เชียงราย จากการสืบสวนพบว่า นายณรงค์เดช ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร้อยตำรวจตรี (ร.ต.ต.) สังกัดศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 8 และเพิ่งสำเร็จการฝึกอบรมมาได้เพียง 3 เดือน ก่อนจะร่วมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงได้สั่งการให้ สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 8 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและยึดทรัพย์สินโดยทันที

“ผลการตรวจค้นบ้านพัก 2 แห่งในแฟลตตำรวจศูนย์ฝึกฯ จ.สุราษฎร์ธานี สามารถอายัดทรัพย์สินไว้เพื่อตรวจสอบได้เป็นจำนวนมาก อาทิ เงินสด 200,000 บาท, ทองคำแท่ง 5 บาท, โฉนดที่ดิน 3 แปลง เนื้อที่รวม 44 ไร่, รถยนต์ 2 คัน และบัญชีธนาคารอีก 8 เล่ม รวมมูลค่าทรัพย์สินเบื้องต้นกว่า 50 ล้านบาท”

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เน้นย้ำถึงกรณีนี้ว่า ได้สั่งการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่ซุกซ่อนไว้ทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดอายัดเพิ่มเติม และขอย้ำเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน หากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะในฐานะผู้ค้า ผู้ลำเลียง หรือผู้ให้การสนับสนุน จะไม่มีการละเว้น จะถูกดำเนินคดีอาญาอย่างเฉียบพลัน มีโทษสถานหนัก และทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด จะถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินทั้งหมด เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดให้สิ้นตามนโยบายของรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า การจับกุมดังกล่าว เกิดขึ้นในคืนวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ นปส.เชียงราย (กก.2 บก.ปส.3) นำโดย พ.ต.ท.วีรศักดิ์ รัตนประยูร สว.กก.2 บก.ปส.3 จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี คือ นายณรงค์เดช และนายสนธยา พร้อมของกลาง นอกจากยาบ้า 2,500 มัด จำนวน 25 กระสบ จำนวนยาบ้าประมาณ 5,000,000 เม็ดแล้ว ยังมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Toyota สีขาว ทะเบียน กร 5432 เชียงราย (สำหรับใช้บรรทุกยาเสพติด) และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เจ้าหน้าที่ตั้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน อันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

สำหรับพฤติการณ์ เจ้าหน้าที่มีการสืบสวนขยายผลกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มาส่งให้กลุ่มลูกค้าในพื้นที่ ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ต่อมาวันที่ 14 มิ.ย. เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบความเคลื่อนไหวกลุ่มบุคคลในเครือข่ายโดยใช้รถยนต์หลายคัน เดินทางจากพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยใช้เส้นทางบ้านแม่สลัก อ.แม่สรวย อ.แม่ลาว อ.เมืองเชียงราย จึงได้วางกำลังเพื่อสังเกตการณ์ เวลาประมาณ 21.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถเก๋ง ยี่ห้อ Toyota ทะเบียน กร 5432 เชียงราย ได้วิ่งแยกออกจากกลุ่มผู้ต้องสงสัย มุ่งหน้าเข้า อ.เมืองเชียงราย

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า เป็นรถยนต์เช่าจากร้านรถเช่าหน้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย โดยรถคันดังกล่าว ลักษณะบรรทุกสิ่งของมีน้ำหนักจำนวนมาก กระทั่งเวลา 21.50 น. ชุดสืบสวนจึงได้แสดงตัวสกัดรถยนต์เพื่อตรวจสอบที่บริเวณใกล้แยกไฟแดงสวนดอก ต.แม่กรณ์ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย จึงพบว่า นายณรงค์เดช เป็นผู้ขับ และมีนายสนธยา เป็นผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมทั้งได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหา จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ไปยัง นปส.เชียงราย เพื่อทำบันทึกจับกุม ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีและขยายผลเครือข่ายตามกฎหมายต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...