โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เตือนภัย สาวจีนวัย 25 ตื่นมาปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท เพียงแค่นอนเป่าพัดลม

Thaiger

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 17.59 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 15.30 น. • Thaiger ข่าวไทย

สาวจีนวัย 25 ปี ตื่นมาปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก หลังนอนเป่าพัดลมตรงหน้า เผยพฤติกรรมสุดอันตรายที่หลายคนมองข้าม เสี่ยงเส้นประสาทใบหน้าเสียหายถาวร

ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยสำหรับคนที่ชอบนอนเปิดพัดลมหรือแอร์เป่าหน้าโดยตรง เมื่อสื่อต่างประเทศรายงาน เรื่องราวของหญิงสาวชาวจีนวัย 25 ปี ที่ต้องเผชิญกับฝันร้ายไม่คาดคิด หลังจากงีบหลับกลางวันไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตื่นมาอีกทีก็พบว่าปากของตัวเองเบี้ยวผิดรูป และตาข้างหนึ่งปิดไม่สนิท ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นอาการ โรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy) โดยมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมที่หลายคนทำเป็นประจำจนมองข้ามไป

พัดลมไฟฟ้าคือเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับทุกครอบครัวในวันที่อากาศร้อนจัด แต่เมื่อไม่นานมานี้ กรณีที่เกิดขึ้นในประเทศจีนได้สร้างความตระหนกไปทั่วโซเชียล และแสดงให้เห็นว่าการใช้พัดลมที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัย อาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ ถึงขั้นทำให้ใบหน้าเป็นอัมพาตได้

ภาพจาก: SOHA

จากรายงานของ สำนักข่าวจีนแห่งหนึ่ง หญิงสาวแซ่ซือ (Shi) วัย 25 ปี ได้ประสบเหตุไม่คาดฝันหลังจากงีบหลับกลางวันในห้องที่เปิดพัดลม เธอเล่าว่าได้เปิดพัดลมในโหมดส่ายและใช้ลมเบา ๆ ระหว่างที่พักผ่อนกลางวันที่บ้าน หลังจากหลับสนิทไปราว 3-4 ชั่วโมง คุณซือก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปากเบี้ยวไปข้างหนึ่ง และตาขวาไม่สามารถปิดให้สนิทได้

วันต่อมา อาการกลับแย่ลงกว่าเดิมเมื่อใบหน้าซีกหนึ่งของคุณซือผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด การกินดื่ม และการพูดจาก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เมื่อไปถึงโรงพยาบาล คุณซือจึงถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัมพาตใบหน้า

ภาพจาก: SOHA

เมื่อพูดถึงขั้นตอนการรักษา คุณซือเล่าว่าเธอต้องใช้วิธีรักษาร่วมกันหลายอย่าง ทั้งการฝังเข็ม การประคบยา การทานยา และการทำกายภาพบำบัด อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก การใช้ชีวิตประจำวันสำหรับคุณซือ กลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง “ทั้งน้ำและอาหารจะไหลออกมาจากปากตลอดเวลา ใบหน้าครึ่งหนึ่งของฉันไม่สามารถควบคุมได้เลย”

นายแพทย์หวัง เสี่ยวเฟิง รองผู้อำนวยการแผนกประสาทวิทยาของโรงพยาบาลระดับสูงแห่งหนึ่ง ได้อธิบายถึงสาเหตุของอาการดังกล่าวว่า การสัมผัสกับกระแสลมเย็นโดยตรงจากพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน สามารถทำให้หลอดเลือดและเส้นประสาทบริเวณใบหน้าเกิดการหดตัวเฉียบพลัน นำไปสู่ภาวะขาดเลือดเฉพาะที่ อาการบวมน้ำ ซึ่งจะเข้าไปกดทับเส้นประสาทและทำให้เกิดภาวะใบหน้าอัมพาตในที่สุด

นายแพทย์หวัง กล่าวเสริมว่า อากาศเย็นไม่ใช่เป็นเพียงปัจจัยกระตุ้นทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังทำให้ภูมิคุ้มกันเฉพาะที่อ่อนแอลง ซึ่งเป็นการสร้างสภาวะให้ไวรัสที่แฝงตัวอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไวรัสเริม (Herpes Virus) กลับมาทำงานอีกครั้งและทำให้เกิดการอักเสบที่เส้นประสาทใบหน้า

ไม่ใช่แค่คนหนุ่มสาวอย่างคุณซือเท่านั้น นายแพทย์อวี้ โจวเหว่ย หัวหน้าแผนกประสาทวิทยาอีกท่านหนึ่งชี้ว่า หญิงตั้งครรภ์ คือหนึ่งในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้ โดยมีอัตราเสี่ยงสูงกว่าคนปกติถึง 3 เท่า ความเสี่ยงนี้จะสูงเป็นพิเศษในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์และสัปดาห์แรกหลังคลอด เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง

ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และทันท่วงที ผู้ป่วยโรคอัมพาตใบหน้าชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic) ประมาณ 70% สามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 3-6 เดือน

ที่มา: SOHA

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...