โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อียู คว่ำบาตรรัสเซียครั้งที่ 18 กดดันทำข้อตกลงพักรบ ยูเครน

JS100

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 05.13 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 03.55 น. • JS100:จส.100
อียู คว่ำบาตรรัสเซียครั้งที่ 18 กดดันทำข้อตกลงพักรบ ยูเครน

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นางอัวร์ซูลา ฟอนเดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศเมื่อวานนี้(10 มิ.ย.) ถึงมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งที่ 18 นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2565 เพื่อตัดเส้นทางสร้างรายได้ของรัสเซียจากการส่งออกน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ แต่กลุ่มสหภาพยุโรป(อียู)จะต้องเสนอมาตรการนี้ให้ 27 ประเทศสมาชิกอียูรับรองก่อน จึงจะมีผลบังคับอย่างเป็นทางการ

ภายใต้มาตรการนี้ กลุ่มอียู จะจำกัดเพดานราคารับซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียลงมาเหลือ 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ห้ามผู้ประกอบการจากกลุ่มอียูทำธุกรรมกับธนาคาร 22 แห่งของรัสเซีย รวมถึงธนาคารในประเทศที่ 3 ที่ช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร

นอกจากนี้ กลุ่มอียูห้ามผู้ประกอบการในยุโรปทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการพื้นฐานพลังงานของรัสเซีย เช่น ท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม(Nord Stream)เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียมากขึ้น และห้ามส่งออกวัสดุและเทคโนโลยีที่อาจจะช่วยให้รัสเซียพัฒนาอาวุธ

นางฟอนเดอร์ เลเยน ย้ำจุดยืนของกลุ่มอียูในการสนับสนุนแก่ยูเครนและจะเดินหน้าคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมไปจนว่ารัสเซียจะยอมทำข้อตกลงสันติภาพกับยูเครน ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกี เรียกมาตรการคว่ำบาตรนี้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการกดดันให้รัสเซียยอมเจรจาสันติภาพกับยูเครน ระบุว่า รายได้จากการส่งออกน้ำมัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้รัสเซีย สามารถทำสงครามกับยูเครนอย่างต่อเนื่อง พร้อมวิจารณ์รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่ไม่ยอมประกาศคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มข้นเท่าๆ กับกลุ่มอียู ทำให้รัสเซียไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการเจรจาสันติภาพกับยูเครน

#อียู

#คว่ำบาตรรัสเซีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...