โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สัญญาณดี! เบรกสงคราม “อิสราเอล-อิหร่าน” ผ่อนหนักเป็นเบา “น้ำมัน-ทอง-ค่าเงิน” หยุดพุ่ง

สยามรัฐ

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 23.01 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 23.00 น.

ยังคงต้องจับตามองในเรื่องราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้น จากปัญหาความรุนแรงระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน และล่าสุดจะมีการประกาศตกลงที่จะหยุดยิง ยุติสงคราม 12 วัน ที่ผ่านมา แต่ก็จะไว้วางใจได้

ทั้งนี้ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐฯ ได้ประกาศในเรื่องดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง 3% หลังมีการปรับลดลงมากถึง 9% ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน หลังอิหร่านทำการโจมตีใส่ฐานทัพสหรัฐในประเทศกาตาร์ ซึ่งไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรง และส่งสัญญาณว่าได้เสร็จสิ้นการตอบโต้สหรัฐแล้ว ทำให้คลายความกังวลว่าอิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ล่าสุดราคาน้ำมันดิบร่วงหนักกว่า 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ (23 มิ.ย.) โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 5.53 ดอลลาร์ ปิดที่ 68.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ก็ลดลง 5.53 ดอลลาร์เช่นกัน ปิดที่ 71.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านราคาทองคำในตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับขึ้นเล็กน้อย 9.30 ดอลลาร์ หรือ 0.30% ปิดที่ 3,395.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนยังคงถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนระหว่างอิหร่านและอิสราเอล

มิเชลล์ โบว์แมน รองประธานเฟด ระบุว่าถึงเวลาแล้วที่เฟดจะต้องประเมินนโยบายการเงินใหม่ ขณะที่ ออสตัน กูลส์บี ประธานเฟด สาขาชิคาโก ชี้ว่ามาตรการรีดภาษีส่งผลลบต่อเศรษฐกิจมากกว่าที่คาดไว้ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% อย่างน้อยสองครั้งภายในปีนี้ ซึ่งคาดว่าครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน หากไม่มีการดำเนินการเร็วกว่านั้น

ประจันต์ นิวนาฮา นักกลยุทธ์อาวุโสภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ TD Securities ให้ความเห็นว่า ตอนนี้ตลาดมองว่าความเสี่ยงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะลุกลามบานปลายได้เริ่มคลี่คลายลง ทำให้ตลาดเริ่มเปลี่ยนไปให้ความสนใจที่ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า การที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติเร็วกว่าที่คาดการณ์ ทำให้มีความคาดหวังว่าเรื่องภาษีและข้อตกลงการค้าจะได้ข้อยุติเร็วขึ้นเช่นกัน

ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันในบ้านเราที่เชื่อว่าน่าจะได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนสูงขึ้นนั้น พรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลาง ล่าสุดอิสราเอล-อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ ยุติความขัดแย้ง 12 วัน และเป็นการส่งสัญญาณที่น่าจะมีผลทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงจากช่วงที่ผ่านมา เพราะว่าสงครามคงไม่ลุกลาม หรือขยายวงไปมากกว่าที่เป็นอยู่

ด้าน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ วิเคราะห์ราคาน้ำมันโลกต่อการค้าและเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยว่า ราคาน้ำมันโลกเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจการค้าทั่วโลก โดยเฉพาะในกรณีของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (net oil importer) ความผันผวนของราคาน้ำมันจึงไม่เพียงสะท้อนต้นทุนพลังงานเท่านั้น หากยังแทรกซึมสู่ทุกมิติของระบบการค้า ทั้งด้านต้นทุนการผลิต ระบบโลจิสติกส์ ไปจนถึงมูลค่าการนำเข้า รวมถึงดุลการค้าของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานชี้ว่า ในปี 2566 ประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันดิบเฉลี่ยมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่สามารถผลิตได้ภายในประเทศเพียง 70,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 7% ส่วนอีกกว่า 93% จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ความไม่สมดุลด้านโครงสร้างพลังงานดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ และมีผลต่อเสถียรภาพทางการค้าโดยตรงและต่อเนื่อง

สถานการณ์ปัจจุบันและผลกระทบต่อตลาดโลกในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2568 โลกต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านราคาน้ำมันอีกครั้ง จากเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ราคาน้ำมันดิบพุ่งแตะระดับ 74 – 77 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 10% จากเดือนก่อน ท่ามกลางความกังวลว่า หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 – 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในระยะเวลาอันสั้น เพื่อบรรเทาความตึงเครียด

ด้านอุปทาน กลุ่ม OPEC+ ได้ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตอีก 400,000 บาร์เรลต่อวัน ขณะที่ซาอุดีอาระเบียแสดงความพร้อมเพิ่มปริมาณการผลิตเพิ่มเติม หากสถานการณ์ยังคงตึงเครียด เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดและลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความพยายามของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในการควบคุมเสถียรภาพด้านราคาท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

แม้สัญญาณความรุนแรงระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน จะหยุดลง!

แต่ก็ยังต้องติดตามความวุ่นวายที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง!!

โปรดอย่าพึ่งเบาใจ!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...