ประชากร 1 ใน 3 "ตูวาลู" ยื่นขอวีซ่าออสเตรเลีย ก่อนบ้านเกิดหายไปกับทะเล
วันนี้ (26 มิ.ย. 68) สำนักข่าวต่างประเทศ ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ประชาชนเกือบหนึ่งในสามของประเทศตูวาลู ซึ่งเป็นชาติหมู่เกาะเล็ก ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก กำลังยื่นขอวีซ่าภายใต้โครงการวีซ่าสภาพภูมิอากาศของออสเตรเลีย เพื่อย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นคุกคามชายฝั่งอันเต็มไปด้วยต้นปาล์มของประเทศ ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เอเอฟพีได้รับ
รัฐบาลออสเตรเลียเปิดให้พลเมืองตูวาลูได้วีซ่าจำนวน 280 คนต่อปี ภายใต้ข้อตกลงด้านการอพยพเนื่องจากสภาพภูมิอากาศ ซึ่งแคนเบอร์ราเรียกว่าเป็น “ข้อตกลงฉบับแรกของโลกในลักษณะนี้” โดยมีชาวตูวาลูกว่า 3,000 คนลงทะเบียนเพื่อขอวีซ่าชุดแรกนี้แล้ว คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศ
ตูวาลูถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุดในโลก นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ตูวาลูอาจไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไปภายใน 80 ปีข้างหน้า และปัจจุบัน แนวปะการัง 2 ใน 9 เกาะของตูวาลูจมหายไปใต้น้ำเกือบทั้งหมดแล้ว
กระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียกล่าวกับ เอเอฟพี ว่า “ออสเตรเลียตระหนักดีถึงผลกระทบร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อการดำรงชีวิต ความมั่นคง และความเป็นอยู่ของประเทศและประชาชนที่เปราะบางต่อสภาพอากาศ โดยเฉพาะในภูมิภาคแปซิฟิก”
ทั้งนี้ ออสเตรเลียและตูวาลูได้ลงนามในข้อตกลงสหภาพฟาเลปิลี อันถือเป็นหมุดหมายสำคัญในปี 2024 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของออสเตรเลียในการสกัดกั้นอิทธิพลของจีนที่ขยายตัวในภูมิภาคภายใต้ข้อตกลงนี้ ออสเตรเลียได้เปิดหมวดหมู่วีซ่าใหม่โดยเฉพาะ สำหรับพลเมืองตูวาลูที่เป็นผู้ใหญ่
ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า มีชาวตูวาลู 3,125 คนลงทะเบียนเข้าร่วมการจับสลากแบบสุ่มภายในเพียง 4 วันหลังจากโครงการเปิดตัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการอาจมีผู้สมัครล้นหลาม
อย่างไรก็ตาม ตูวาลูมีประชากรทั้งหมด 10,643 คน ตามสถิติสำรวจประชากรเมื่อปี 2022 ค่าสมัครเข้าร่วมโครงการนี้อยู่ที่ 25 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 16 ดอลลาร์สหรัฐฯ) และการรับลงทะเบียนจะสิ้นสุดในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้