โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คำแนะนำล่าสุดจาก Warren Buffett "ชีวิตดี ไม่ได้อยู่ที่โชค แต่อยู่ที่เพื่อน"

Mission To The Moon

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งในแง่การงาน ความสุข และความมั่งคั่ง?
.
เราหลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะพวกเขาฉลาดกว่า โชคดีกว่า หรือมีพรสวรรค์พิเศษ แต่มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง Warren Buffett กลับมองว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดอยู่ที่การเลือกคบคนรอบตัว คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ไม่ได้เติบโตเพียงเพราะเงินทองหรือความสามารถของตนเอง แต่เพราะพวกเขาเลือกล้อมรอบตัวเองด้วยคนที่ยกระดับพวกเขาให้เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเอง
.
ท่ามกลางอากาศอบอุ่นของการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire Hathaway ที่เพิ่งผ่านไป Warren Buffett มหาเศรษฐีในตำนานได้ทิ้งข้อคิดที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะแทนที่เขาจะพูดถึงหุ้นตัวไหนที่น่าลงทุน หรือกลยุทธ์ทำเงินแบบไหนให้รวยทันใช้ เขากลับบอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ “การเลือกคบหาคนที่ถูกต้องตลอดช่วงชีวิตของเรา”
.
เมื่อมีนักลงทุนหน้าใหม่ถามถึงบทเรียนสำคัญในชีวิตและคำแนะนำสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่ คำตอบของเขาไม่เกี่ยวกับการเลือกหุ้นหรือสินทรัพย์ระยะยาวที่ดีที่สุดแต่อย่างใด เขากลับพูดถึงประเภทของคนที่นักลงทุนควรคบหาตลอดชีวิต
.
.
เพื่อนที่คุณคบ ส่งผลต่อเส้นทางชีวิตของคุณ
.
"คนที่คุณคบหาสำคัญอย่างมหาศาล และอย่าคาดหวังว่าคุณจะตัดสินใจถูกในทุกเรื่อง" Buffett กล่าวอย่างจริงจัง และเขายังกล่าวเพิ่มอีกว่าชีวิตของคุณจะพัฒนาไปในทิศทางเดียวกับคน 3 กลุ่มที่อยู่รอบตัวคุณ ได้แก่ คนที่คุณทำงานด้วย คนที่คุณชื่นชม และคนที่กลายเป็นเพื่อนของคุณ
.
เขายังเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ว่า บนโลกใบนี้มีคนที่ทำให้คุณอยากเป็นคนที่ดีกว่าเดิม และคุณควรอยู่กับคนที่ดีกว่าคุณ และที่คุณรู้สึกว่าพวกเขาดีกว่าคุณ
.
คำแนะนำนี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้เข้าร่วมการประชุมไม่น้อย เมื่อชายวัย 93 ปีผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น "เทพแห่งการลงทุน" กลับไม่พูดถึงการเงินหรือการลงทุนแม้แต่น้อย แต่หันมาให้ความสำคัญกับการเลือกคบคน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเชื่อว่ามีผลต่อความสำเร็จในระยะยาวมากกว่า
.
ในช่วงชีวิตอันยาวนานของ Buffett ทั้งในฐานะนักลงทุนและนักธุรกิจ เขาได้พิสูจน์แล้วว่าคนรอบตัวคือกุญแจสำคัญในความสำเร็จของเขา ตั้งแต่การร่วมงานกับ Charlie Munger ผู้ร่วมงานคนสำคัญที่ช่วยขัดเกลาวิธีคิดของเขา ไปจนถึงการเลือกผู้บริหารที่มีคุณธรรมและความสามารถให้กับบริษัทต่างๆ ในเครือ Berkshire Hathaway
.
พลังของการล้อมรอบตัวเองด้วยคนคุณภาพนั้นสอดคล้องกับกฎที่ว่า "เราเป็นค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด" หากคุณอยู่รายล้อมด้วยคนขี้เกียจ โอกาสที่คุณจะขี้เกียจตามไปด้วยก็มีสูง ในทางกลับกัน หากคุณอยู่ท่ามกลางคนที่มุ่งมั่น สร้างสรรค์ และมีวินัย คุณก็มีแนวโน้มที่จะซึมซับคุณลักษณะเหล่านี้ไปด้วยนั่นเอง
.
.
ไม่ใช่แค่เลียนแบบคนรวย แต่ต้องรายล้อมด้วยคนเก่ง
.
Buffett ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า คำแนะนำของเขาแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการเพียงแค่ติดตามคนที่หาเงินได้มากและพยายามเลียนแบบสิ่งที่พวกเขาทำ เพราะตลอดชีวิตการลงทุน เขาพยายามอยู่รายล้อมด้วยคนฉลาดที่เขาสามารถเรียนรู้ได้ นอกจากนี้ Buffett ยังกล่าวอีกว่าทุกคนควรตอบแทนความช่วยเหลือที่ผู้อื่นมอบให้
.
"การทำเช่นนี้ก็เหมือนกับแนวคิดของการสร้างผลตอบแทนทบต้นในการลงทุน เพราะถ้าคุณรายล้อมไปด้วยคนที่เก่ง ก็จะเกิดการทบต้นของเจตนาที่ดีและพฤติกรรมที่ดี แต่น่าเสียดายที่คุณก็สามารถได้รับสิ่งตรงข้ามในชีวิตได้เช่นกัน"
.
ในยุคที่ "Fake it till you make it" กลายเป็นคติประจำใจของคนรุ่นใหม่ คำแนะนำของ Buffet กำลังพยายามทำให้เราหันกลับมาทบทวนการมองความสำเร็จเสียใหม่ เขาเชื่อในการเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า แทนที่จะเพียงแค่แสร้งทำตัวเลียนแบบพวกเขา
.
ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า Buffett ไม่เคยพยายามคัดลอกกลยุทธ์ของนักลงทุนคนอื่น แต่เขาศึกษาและเรียนรู้จากพวกเขา แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง ตั้งแต่การเรียนรู้จาก Benjamin Graham บิดาแห่งการลงทุนแบบคุณค่า ที่ทำให้เขาพัฒนาวิธีการลงทุนแบบเฉพาะตัวที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์
.
คำแนะนำของเขายังสะท้อนถึงความสำคัญของการมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่ความสำเร็จมักเกิดจากการร่วมมือกัน ไม่ใช่การแข่งขันเพียงอย่างเดียว การสร้างเครือข่ายของคนที่มีค่านิยมและเป้าหมายคล้ายกันสามารถเปิดประตูสู่โอกาสที่ไม่คาดคิดได้มากมาย
.
.
หางานที่ทำแล้วมีความสุข ดีกว่าทุกข์กับงานที่ไม่ชอบ
.
ในขณะที่คนส่วนใหญ่วิ่งตามความมั่งคั่งทางวัตถุ Buffett กลับแนะนำให้หาอาชีพที่คุณจะทำแม้ไม่จำเป็นต้องได้เงิน และเตือนไม่ให้คบหากับคนที่ "บอกให้คุณทำสิ่งที่คุณไม่ควรทำ"
.
เขาเล่าถึงสิ่งที่สังเกตเห็นตลอดหลายทศวรรษในวงการธุรกิจว่า "น่าสนใจมากที่คนทำงานในวงการลงทุนจำนวนมากออกจากธุรกิจหลังจากที่พวกเขาหาเงินได้มากแล้ว คุณควรหาสิ่งที่คุณจะทำต่อไป ไม่ว่าคุณจะต้องการเงินหรือไม่ก็ตาม"
.
คำพูดนี้สะท้อนปรัชญาชีวิตที่ลึกซึ้งของชายผู้ยังคงทำงานที่เขารักแม้ในวัย 93 ปี และมีทรัพย์สินมหาศาลที่ทำให้เขาสามารถเกษียณอย่างสุขสบายได้มานานหลายทศวรรษแล้ว
.
ทฤษฎีความสุขในการทำงานของ Buffett สอดคล้องกับแนวคิด "Ikigai" ของชาวญี่ปุ่น ที่เชื่อว่าความสุขที่แท้จริงเกิดจากการได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตัวเองเก่ง สิ่งที่โลกต้องการ และสิ่งที่เราได้รับค่าตอบแทน การค้นหางานที่ตอบโจทย์ทั้งสี่ด้านนี้คือกุญแจสู่ชีวิตที่มีความหมาย
.
Buffett เองก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคนที่ทำงานด้วยความรัก เขาเคยกล่าวว่ารู้สึกเหมือน "เต้นรำไปสู่ที่ทำงานทุกวัน" และยังคงตื่นเต้นกับการตัดสินใจลงทุนเหมือนกับตอนที่เขาเริ่มต้นธุรกิจในวัยหนุ่ม ความกระตือรือร้นนี้ไม่ได้เกิดจากเงินทอง แต่เกิดจากความหลงใหลในสิ่งที่เขาทำ
.
นอกจากนี้ ในงานประชุมเมื่อมีนักลงทุนสาวรายหนึ่งลุกขึ้นถามว่าเธอควรทำอย่างไรเพื่อให้ได้งานที่ Berkshire Hathaway ในอนาคต คำตอบของ Buffett คือ "รักษาความอยากรู้อยากเห็นไว้ และอ่านหนังสือให้มาก"
.
คำตอบสั้นๆ นี้อาจดูไม่ได้ให้แนวทางที่ชัดเจน แต่มันกลับบอกถึงคุณสมบัติหลักที่ Buffett มองหาในคนที่จะร่วมงานด้วย นั่นคือใจที่เปิดกว้าง พร้อมเรียนรู้ และเสาะแสวงหาความรู้อยู่เสมอ ซึ่งสำหรับการลงทุนจริงๆ เขายืนยันมาตลอดว่าคนไม่ควรเลียนแบบสิ่งที่เขาทำกับพอร์ตการลงทุนของ Berkshire แม้จะมีผู้ติดตามมากมาย และควรนำเงินไปลงทุนในกองทุนดัชนี S&P 500 แทน
.
ความเรียบง่ายในคำแนะนำของ Buffett อาจทำให้หลายคนรู้สึกผิดหวัง โดยเฉพาะผู้ที่คาดหวังจะได้ยินเคล็ดลับลัดสู่ความร่ำรวย แต่มันคือภูมิปัญญาที่ผ่านการกลั่นกรองจากประสบการณ์กว่า 70 ปีในวงการลงทุน
.
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนรุ่นใหม่ควรเข้าใจว่า ความอยากรู้อยากเห็นและการอ่านคือทักษะพื้นฐานที่จะสร้างพลังความคิดวิเคราะห์และความเข้าใจต่อโลกธุรกิจ แทนที่จะจดจ่อแต่กับเทคนิคการหาหุ้นที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่า Buffett เน้นการพัฒนาวิธีคิดและกรอบความคิดที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกสถานการณ์
.
.
สุดท้ายแล้ว “ความมั่งคั่งที่แท้จริงคืออะไร?” ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ Warren Buffett พยายามสะท้อนปรัชญาชีวิตของเขาออกมาผ่านการประชุมครั้งนี้ ความสำเร็จจากมุมมองไม่ได้วัดที่ตัวเลขในบัญชีธนาคาร แต่วัดที่คุณภาพของคนรอบข้างที่คุณเลือกคบหา อาชีพที่คุณหลงใหล และความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่มีวันหมด
.
เพราะสุดท้ายแล้ว ชีวิตที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงไม่ได้วัดที่จำนวนเงินในบัญชี แต่วัดที่จำนวนคนคุณภาพที่ยินดีจะอยู่เคียงข้างเราในทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ไม่ว่าจะรุ่งโรจน์หรือล้มเหลว
.
.
อ้างอิง
- Warren Buffett has this advice for young investors—and it has nothing to do with where they should put their money - Jason Ma, Fortune - https://bit.ly/4jNJEr0
- ‘Don’t worry’ about your salary early in your career, Warren Buffett says—focus on this ‘enormously important’ factor instead - Kamaron McNair, CNBC - https://bit.ly/4dcj9sO
.
.
#WarrenBuffett
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...