หุ้นไทยวันนี้ แกว่งในกรอบ 1,100-1,120 จุด รับแรงกดดันมาตรการภาษี “ทรัมป์” ลุ้นเด้งรับตลาดหุ้นสหรัฐนิวไฮ
หุ้นไทยวันนี้ 11 ก.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งออกข้างในกรอบ 1,100-1,120 จุด ตามข่าวความคืบหน้าภาษีสหรัฐหลัง "ทรัมป์" ประกาศอัตราภาษีใหม่ของประเทศคู่ค้าเพิ่มเติม เช่น บราซิลโดน 50% และฟิลิปปินส์ 20% ทำให้ไทยที่ถูกเก็บ 36% สูงเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับภูมิภาค แต่อาจมีปัจจัยหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐทำ new high-ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐดีกว่าคาด
11 กรกฎาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/รีบาวด์ มีแนวรับที่ 1,110/1,100-1,095 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,120/1,128 มองการขึ้นยังจำกัดจากความไม่แน่นอนจากอัตราภาษี ล่าสุดสหรัฐฯ เก็บภาษีฟิลิปปินส์ที่ 20% แม้เพิ่มจาก 2 เม.ย. ที่ 17% แต่เป็นอัตราภาษีที่เท่ากับเวียดนาม ซึ่งยังต่ำกว่าไทยที่ 36% ทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูญเสียความสามารถในการแข่งขันหากยังเจรจาไม่ได้ ด้านคุณทักษิณเสนอแผนแก้เศรษฐกิจใน 2 ปี เร่งตั้ง AMC และหนุนการลงทุนแบบ PPP ซึ่งมองยังดำเนินการได้ไม่เร็ว
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยแม้มองปัจจัยการเมืองในประเทศจะยังไม่มีแรงกดดันเพิ่มในช่วงสั้น เพราะยังต้องรอผลการตัดสินขั้นสุดท้ายของศาลรัฐธรรมนูญหลังจากที่มีมติให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ตลาดน่าจะกำลังติดตามความเสี่ยงเรื่องอัตราภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ ที่ประกาศเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. โดยสำหรับไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% สูงกว่าประเทศคู่แข่งสำคัญในกลุ่มอาเซียน ซึ่งทำให้ไทยมีโอกาสสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน
อย่างไรก็ดีเราประเมิน SET ที่บริเวณต่ำกว่า 1100 จุด คิดเป็น PER ปี 2568 ต่ำกว่า 12 เท่า ยังเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนระยะกลาง-ยาว โดยกลยุทธ์ลงทุนคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดแกว่งออกข้างตามข่าวความคืบหน้ามาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศอัตราภาษีใหม่ของประเทศคู่ค้าเพิ่มเติม มีสองประเทศที่น่าจับตาคือ บราซิลโดนสูงถึง 50% และฟิลิปปินส์ 20% ทำให้การที่ไทยถูกเรียกเก็บภาษี 36% สูงกว่าหลายประเทศในอาเซียนและเอเชียบางส่วน
อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐทำ new high อาจเป็นปัจจัยหนุนดัชนีได้บ้าง และรวมถึงรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาด แต่วันนี้ยังต้องติดตามการเจรจาการค้าไทยกับสหรัฐต่อไป และรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างไร โดยทีมไทยแลนด์จะมีการหารือแนวทางเจรจากับสหรัฐกันที่บ้านพิษณุโลกเช้าวันนี้ โดยให้กรอบแนวรับ 1,100 จุด และแนวต้าน 1,120 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,100 – 1,120 Upside ตลาดหุ้นไทยยังดูจำกัดจนกว่าจะทราบผลเจรจาการค้า ประกอบกับนักลงทุนจะเริ่มรอดูติดตามผลประกอบการ 2Q25 ที่จะเริ่มทยอยรายงานตั้งแต่สัปดาห์หน้า เริ่มที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์และตามมาด้วย Domestic Play ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนระยะกลางอาจเน้นสะสมหุ้นปันผลสูงธุรกิจมั่นคงเป็นผู้นำธุรกิจ อาทิ SCB TISCO BBL KBANK รวมไปถึงหุ้นใหญ่ที่น่าสนใจ CPN CPALL MINT