โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวบ้านนับพันแห่จับสัตว์ทะเล หลังฝนตกต่อเนื่องเกิดปรากฏการณ์ “ปลาตายน้ำแดง”

เดลินิวส์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 23.35 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 17.28 น. • เดลินิวส์
จ.ชุมพร หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์

ชุมพรชวนจับตา! หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "ปลาตายน้ำแดง" หรือที่ทางการเรียกว่า แพลงก์ตอนบลูม บริเวณหาดทุ่งวัวแล่น ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ตั้งแต่คืนวันที่ 7-9 มิถุนายน 2568 ทำให้สัตว์ทะเลจำนวนมากโดยเฉพาะปลาพยายามเข้าฝั่ง และบางส่วนถูกคลื่นซัดขึ้นมาตายบนชายหาด มีชาวบ้านกว่า 2,000 คน แห่ไปเก็บสัตว์ทะเลที่คาดว่ามีน้ำหนักรวมกว่า 50 ตัน เพื่อนำไปประกอบอาหาร

นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี และหัวหน้าชุดกู้ภัยทางน้ำจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าน้ำทะเลบริเวณดังกล่าวมีสีค่อนข้างดำและมีตะกอนมาก รสชาติเค็มเล็กน้อย สันนิษฐานเบื้องต้นว่า น้ำจืดจำนวนมากจากฝั่งที่ไหลลงสู่ทะเล ทำให้ความเค็มของน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว (ปลาน็อคน้ำจืด) และปริมาณออกซิเจนในน้ำลดน้อยลง ส่งผลให้ปลาไม่สามารถอยู่ในน้ำได้ จึงพยายามว่ายเข้าฝั่ง

นายวัชรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนที่จังหวัดชุมพรมีฝนตกหนัก ประกอบกับเป็นช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมที่พัดออกจากฝั่ง ทำให้น้ำทะเลบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นเรียบ การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในน้ำจึงน้อยลง อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบในครั้งนี้ยังไม่พบการเปลี่ยนสีของน้ำทะเลเป็นสีเขียวเหมือนปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมที่เคยเกิดขึ้นในปีก่อนๆ ซึ่งทำให้ปลาตายทั้งหมด แต่ปลาส่วนใหญ่ยังมีชีวิตและแรงว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง ทำให้ชาวบ้านสามารถจับไปบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย

เบื้องต้นได้มีการประสานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ให้เข้ามาเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสอบค่าออกซิเจนและความเค็มของน้ำ เพื่อยืนยันสาเหตุและประเมินผลกระทบที่อาจนำไปสู่การเกิดแพลงก์ตอนบลูมตามมาในภายหลัง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับจังหวัดที่ติดชายฝั่งทะเลในช่วงหน้าฝนและมีแดดจัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...