ชาวบ้านนับพันแห่จับสัตว์ทะเล หลังฝนตกต่อเนื่องเกิดปรากฏการณ์ “ปลาตายน้ำแดง”
ชุมพรชวนจับตา! หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง 3 วัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ "ปลาตายน้ำแดง" หรือที่ทางการเรียกว่า แพลงก์ตอนบลูม บริเวณหาดทุ่งวัวแล่น ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ตั้งแต่คืนวันที่ 7-9 มิถุนายน 2568 ทำให้สัตว์ทะเลจำนวนมากโดยเฉพาะปลาพยายามเข้าฝั่ง และบางส่วนถูกคลื่นซัดขึ้นมาตายบนชายหาด มีชาวบ้านกว่า 2,000 คน แห่ไปเก็บสัตว์ทะเลที่คาดว่ามีน้ำหนักรวมกว่า 50 ตัน เพื่อนำไปประกอบอาหาร
นายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี และหัวหน้าชุดกู้ภัยทางน้ำจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าน้ำทะเลบริเวณดังกล่าวมีสีค่อนข้างดำและมีตะกอนมาก รสชาติเค็มเล็กน้อย สันนิษฐานเบื้องต้นว่า น้ำจืดจำนวนมากจากฝั่งที่ไหลลงสู่ทะเล ทำให้ความเค็มของน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว (ปลาน็อคน้ำจืด) และปริมาณออกซิเจนในน้ำลดน้อยลง ส่งผลให้ปลาไม่สามารถอยู่ในน้ำได้ จึงพยายามว่ายเข้าฝั่ง
นายวัชรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนที่จังหวัดชุมพรมีฝนตกหนัก ประกอบกับเป็นช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นลมที่พัดออกจากฝั่ง ทำให้น้ำทะเลบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นเรียบ การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในน้ำจึงน้อยลง อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบในครั้งนี้ยังไม่พบการเปลี่ยนสีของน้ำทะเลเป็นสีเขียวเหมือนปรากฏการณ์แพลงก์ตอนบลูมที่เคยเกิดขึ้นในปีก่อนๆ ซึ่งทำให้ปลาตายทั้งหมด แต่ปลาส่วนใหญ่ยังมีชีวิตและแรงว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง ทำให้ชาวบ้านสามารถจับไปบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตราย
เบื้องต้นได้มีการประสานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ให้เข้ามาเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจสอบค่าออกซิเจนและความเค็มของน้ำ เพื่อยืนยันสาเหตุและประเมินผลกระทบที่อาจนำไปสู่การเกิดแพลงก์ตอนบลูมตามมาในภายหลัง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับจังหวัดที่ติดชายฝั่งทะเลในช่วงหน้าฝนและมีแดดจัด