โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปลาหมอคางดำ” อย่าตัดสินด้วยกระแส สังคมต้องรู้เท่าทันหลักปกป้องสิทธิ Presumption of Innocence

สยามรัฐ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 09.37 น.

ในสถานการณ์ที่สังคมกำลังเผชิญข้อมูลหลากหลายด้านเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่แค่ผลกระทบทางนิเวศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเคลื่อนไหวทางสื่อที่อาจละเมิดหลักพื้นฐานของความยุติธรรมอย่าง Presumption of Innocence หรือ “การสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์” เมื่อมีการใช้ภาพแทน ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือการชี้นำสังคมอย่างเข้มข้น จนอาจกลายเป็น Trial by Media หรือการตัดสินผ่านกระแสข่าว มากกว่าผ่านข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมาย สังคมจึงจำเป็นต้องตั้งคำถามต่อทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้การปกป้องทรัพยากร กลายเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะ “เสียงดังและภาพสะเทือนใจ” แต่ควรคำนึงถึง"สิทธิในการตรวจสอบ" กับ "การละเมิดสิทธิของผู้อื่น” เป็นหลักการสำคัญ

หลัก "Presumption of Innocence" คนทั่วไปอาจจะไม่ได้รับทราบข้อมูลนี้ แต่หากเป็นคนที่เคยมีประสบการการณ์เรื่องคดีในลักษณะเดียวกับปลาหมอคางดำ คงเคยใช้หลักการนี้ในการต่อสู้มาบ้างแล้ว เพราะไม่ว่าใครจะถูกตั้งคำถามด้วยข้อสงสัยรุนแรงเพียงใด หากยังไม่มีการพิสูจน์ความผิดในกระบวนการยุติธรรม ย่อมมีสิทธิในความบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นความผิดจริง การใช้ข้อความหรือภาพเพื่อชี้นำสังคมให้เชื่อว่าบุคคลหรือบริษัทหนึ่ง “ต้องรับผิด” ทั้งที่ยังไม่มีคำตัดสิน หรือแม้แต่ข้อเท็จจริงยืนยัน เป็นการละเมิดหลักการยุติธรรมขั้นพื้นฐานในสังคมประชาธิปไตย แม้หลักการนี้ไม่ค่อยมีคนพูดถึงแต่ก็เป็นหลักการที่ใช้ผู้ถูกกล่าวหาใช้ได้ปกป้องตัวเองได้

การใช้ภาพแทนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ สะท้อนความเสี่ยงเชิงจริยธรรมในกรณีบริษัทเอกชนโดนฟ้องร้องว่ามีส่วนทำให้ปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในธรรมชาติ ได้มีการนำเสนอภาพหรือข้อมูลบางชุดที่ขาดการอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบได้ เช่น การใช้ภาพที่อ้างว่าเป็นฟาร์มที่ใช้เพราะเลี้ยงปลาหมอคางดำ และยืนยันว่าปลาที่ได้รับอนุญาตนำเข้าคือสายพันธุ์เดียวกันกับที่ระบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยไม่สามารถแยกแยะสายพันธุ์อย่างแม่นยำจากปลาที่นำเข้าเมื่อปี 2549 หรือขาดการเปิดเผยผลตรวจทางพันธุกรรมที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานกลาง

นี่ไม่ใช่เพียงความคลาดเคลื่อนเชิงเทคนิค แต่สะท้อนถึง ความเสี่ยงที่องค์กรภาคประชาชนอาจละเลยมาตรฐานการสื่อสารทางจริยธรรม ซึ่งหากเกิดขึ้นซ้ำ จะย้อนกลับมาทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรเอง

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่ต้องตระหนักถึง คือ การทำให้ประเด็นข้อกล่าวหา “ถูกตัดสินโดยสื่อ” หรือ Trial by Media คือการใช้กระแสข่าว บทสัมภาษณ์ ภาพ หรือข้อความที่ออกแบบมาเพื่อโน้มน้าวความเชื่อของสาธารณะ โดยไม่มีการพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสิน “ทางสังคม” ก่อนที่สถาบันทางกฎหมายจะได้ตรวจสอบตามกระบวนการ

ในกรณีนี้ บริษัทเอกชนที่ถูกพาดพิง มีสิทธิเต็มที่ในการปกป้องชื่อเสียงของตนเอง ผ่านกระบวนการกฎหมาย เช่น การฟ้องร้องกรณีการใช้ภาพเท็จหรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งต่างจากกรณี "ฟ้องปิดปาก" หรือ SLAPP ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผลเชิงข้อเท็จจริงหรือหวังให้ผู้วิจารณ์หยุดพูดโดยไม่ตั้งอยู่บนความถูกต้อง

คำถาม คือ ก่อนจะ "กล่าวหา" ผลักดันให้บริษัทต้องรับผิดทันที การเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ควรตั้งอยู่บนหลักการ เช่น ตั้งคำถามอย่างมีหลักฐานรองรับ การเสนอทางแก้ปัญหาที่เป็นระบบ การสร้างพื้นที่กลาง ที่ประชาชน สื่อ และบริษัทสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบนฐานของข้อเท็จจริง เช่น การเสนอให้มีแผนที่แสดงจุดแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ, การเปิดเผย ข้อมูลทางพันธุกรรม และการรับฟังเสียงชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าเป้าหมายของการเรียกร้อง คือ การอนุรักษ์ ไม่ใช่การล้มล้างบริษัท

การตรวจสอบเป็นสิทธิของทั้งสองฝ่าย แต่ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและจริยธรรม การตั้งคำถามสาธารณะต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา การเคลื่อนไหวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง จึงต้องหลีกเลี่ยงการบิดเบือน และยึดมั่นใน Fact-Based Narrative หากไม่เป็นเช่นนั้น สังคมอาจเริ่มตั้งคำถามกลับไปยังผู้กล่าวหา ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไร และความโปร่งใสของพวกเขามีมากพอหรือไม่

โดย : ไศลพงศ์ สุสลิลา นักวิชาการอิสระด้านสิ่งแวดล้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...