โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พริษฐ์’ จี้ ‘รักษาการนายกฯ’ ตัดสินใจยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน

เดลินิวส์

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.23 น. • เดลินิวส์
‘พริษฐ์’ จี้ ’รักษาการนายกฯ‘ ตัดสินใจยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน ลั่น รัฐบาลควรถอนร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ชี้ เป็นบททดสอบเสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ ซัดกลับ ‘จตุพร’ พาดพิงพรรคปชน.ไม่เด็ดขาด ยัน ทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มสูบไม่ออมมือตรวจสอบทุกกระทรวง เหน็บบางพรรคทำตัวไม่เหมือนฝ่ายค้าน

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ว่า ประเด็นที่มีการพูดคุยกันในวิปฝ่ายค้านคงเป็นเรื่องของวาระการประชุมสภา ซึ่งจะเปิดสมัยประชุมในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค. 2568) ซึ่งเป็นวันพฤหัสบดีโดยเป็นเรื่องของกระทู้และญัตติ ซึ่งเราจะได้เห็นกระทู้ถามสดจากนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ที่ถามถึงประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมและต้องการคำตอบจากรัฐบาล

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการประชุมสภาสัปดาห์หน้า ที่จะประชุมเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งสังคมกำลังจับตามอง ภายใต้ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้มีมติถอนร่างดังกล่าวออกจากระเบียบวาระการประชุม หากรัฐบาลยังจะเดินหน้าแบบนี้โดยไม่ถอนก็จะทำให้ในวันพุธของสัปดาห์หน้า (9 ก.ค. 2568) ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะเป็นร่างฉบับแรกที่สภาจะพิจารณา

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งการที่เป็นคิวแรกก็ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา เพราะรัฐบาลชุดนี้ลงมติเลื่อนกฎหมายฉบับนี้เมื่อเดือนเมษายน 2568 ให้กฎหมายฉบับนี้แซงคิวกฎหมายฉบับอื่นมาอยู่ฉบับแรก ดังนั้น จุดยืนของพรรคประชาชนก็ยังเหมือนเดิม คือไม่เห็นด้วยกับนโยบายและร่างกฎหมายในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน ตัวเลขทางเศรษฐกิจก็ไม่สอดคล้องกับกฎหมาย ไม่มีรายงานการศึกษาที่รอบคอบ ยิ่งไปกว่านั้นยังเห็นผลกระทบทางสังคม เช่น การติดการพนัน ความเสี่ยงเรื่องการฟอกเงินก็ไม่ได้มีมาตรการป้องกันที่รัดกุมในตัวกฎหมาย และยังไม่ตรงไปตรงมา ในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล

"หากรัฐบาลรับฟังข้อทักท้วงของเรา และประชาชนบางส่วนอย่างจริงใจ ก็ควรจะถอนร่างนี้ออก แต่ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่ถอน แล้วสภาเดินหน้าพิจารณาในมุมหนึ่งก็เปรียบเสมือนบททดสอบความไว้วางใจของสภาและประชาชน ต่อรัฐบาลเช่นกัน เพราะร่างกฎหมายนี้เป็นของ ครม. เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล ที่ดูเหมือนรัฐบาลจะเร่งมากกว่านโยบายอื่น ไม่ว่าจะเป็นในมิติที่รัฐบาลคุมเสียง สส. ที่ปริ่มน้ำอยู่แล้วในซีกรัฐบาลได้หรือไม่ รวมไปถึงการทดสอบความเห็นของประชาชนต่อแนวทางและทิศทาง นโยบายของรัฐบาลด้วย" นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่าหากยังดึงดันต่อกฎหมายฉบับนี้จะส่งผลเสียแน่นอนใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในเชิงความรับผิดรับชอบทางการเมือง เมื่อเป็นร่างกฎหมายของ ครม. โดยธรรมเนียมถ้าร่างกฎหมายไม่ผ่าน หรือถูกคว่ำในที่ประชุมสภา ก็สะท้อนว่ารัฐบาลไม่สามารถคุมเสียงของซีกรัฐบาลได้แล้ว แม้จะเป็นนโยบายที่รัฐบาลอ้างว่าเป็นเรือธงของตัวเอง ซึ่งคาดหวังว่าจะเห็นความรับผิดรับชอบทางการเมืองของรัฐบาล

"ต้องจับตาดูว่าตกลง ครม.จะเดินหน้าต่อใช่หรือไม่ เพราะว่าตอนแรกมีเสียงมาว่าไม่เดินหน้า ผมก็เลยจับตาดูว่าเมื่อวานมีมติให้ถอนหรือไม่ แต่ก็ไม่มี ถ้าประชุม ครม. สัปดาห์หน้ายังไม่มีอีก และเข้าสู่การพิจารณาของสภาก็ต้องหารือกันในพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่ามีมุมมองต่อกฎหมายนี้อย่างไร ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ในที่สาธารณะของพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรค คิดว่าทุกฝ่ายน่าจะเห็นตรงกันว่าไม่เห็นด้วย" นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 จะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้งใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป้าหมายของพรรคประชาชนที่มองว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด คือรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ รัฐบาลที่มีความชอบธรรมทางการเมืองได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และรัฐบาลที่อยู่ในสภาวะที่จัดทีมบริหารแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ ไม่ใช่การจัดทีมบริหารตามโควตาการต่อรอง และถ้าจะมีรัฐบาลที่มีคุณสมบัติแบบนี้ได้ ทางออกเดียวคือเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า การจะไปถึงการเลือกตั้งได้ก็ต้องให้รักษาการนายกรัฐมนตรีฟังเสียงพรรคประชาชน และตัดสินใจยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน หรือหากรักษาการนายกฯ ยังไม่ตัดสินใจยุบสภา พรรคประชาชนก็จะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อใช้กลไกสภานำไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค. 2568) หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือกัน ว่าจะใช้กลไกดังกล่าวหรือไม่ แต่เมื่อมีคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญออกมา ก็อาจจะเกิดความซับซ้อนเพราะหากยื่นตามมาตรา 151 ทางประธานสภาจะบรรจุวาระหรือไม่ เพราะสุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของประธานสภา

เมื่อถามว่าพรรคประชาชน เรียกร้องยุบสภาเพียงอย่างเดียว แต่เกมการเมืองหลังจากนี้ อาจจะพลิกเกมเปลี่ยนขั้วจับกับพรรคฝ่ายค้านตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนจะไม่ร่วมรัฐบาลกับใครในสภาชุดนี้ และคิดว่ารัฐบาลที่จะสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้ ท่ามกลางสถานการณ์นี้จะต้องเป็นรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง และยืนยันว่าไม่มีสถานการณ์ไหนที่พรรคประชาชนจะร่วมรัฐบาล

ส่วนที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯ แต่ยังมีตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรมอยู่ จะมีความชอบธรรมในการทำงานหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในเชิงกฎหมายมีการถกเถียงกันอยู่ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ถ้าทางกฎหมายบอกว่า น.ส.แพทองธาร สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ รมว.วัฒนธรรมได้ ก็มีความสนใจเวลาตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ที่ผ่านมา 2 ปีไม่เห็นผลงานเป็นรูปธรรม แสดงว่า น.ส.แพทองธาร จะเข้ามาตอบกระทู้สดในฐานะ รมว.วัฒนธรรม ใช่หรือไม่ เพราะไม่สามารถมอบหมายใครได้แล้ว เนื่องจากไม่มี รมช. ซึ่งพรรคประชาชนจะทำงานเต็มที่ในการตรวจสอบ ฝ่ายบริหารทุกคนทุกกระทรวง ดังนั้นต้องรอความชัดเจนว่า น.ส.แพทองธาร จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ รมว.วัฒนธรรมได้หรือไม่ หากทำได้ก็จะเดินหน้าตรวจสอบซึ่งเรื่องซอฟต์พาวเวอร์เป็นสิ่งที่ น.ส.แพทองธาร พูดเอง

"มีคนบอกว่าเราค้านไม่จริง ออมมือเกรงใจใครบ้าง ผมยืนยันอีกรอบหนึ่ง ว่าพรรคประชาชนทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลทุกคนทุกกระทรวงทุกพรรค สื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ผมหน้าห้องวิปฝ่ายค้านก็น่าจะทราบ ว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคเดียวที่ยืนอยู่ในซีกนี้มาโดยตลอด ของสภาชุดนี้ที่ทำงานมา เรามีบางพรรคที่ตอนแรกร่วมประชุมฝ่ายค้านด้วย มีท่าทีขึงขังที่จะตรวจสอบบางเรื่องแต่อีกสักพักก็ไปร่วมรัฐบาล ตอนนี้มีเลขาธิการพรรคที่ปกป้องรัฐบาลมากกว่าโฆษกรัฐบาลด้วยซ้ำ เรามีบางพรรคที่อาจจะเคยอยู่ในรัฐบาล และมีบางส่วนหรือทั้งหมดอยู่ในซีกฝ่ายค้าน ดังนั้นผมคิดว่าในฐานะพรรคประชาชน เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่แน่นอน และยังคงยืนยันจุดเดิมและเราใช้อาวุธทุกอาวุธภายใต้กลไกของสภา ที่เรามีในการตรวจสอบรัฐบาล แต่เราต้องระมัดระวังในการไม่เลือกใช้อาวุธ เพราะสุดท้ายจะกลายมาเป็นการหักล้าง เซาะกร่อนประชาธิปไตย" นายพริษฐ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ออกมาระบุว่าพรรคประชาชนไม่เด็ดขาดในการยื่นตรวจสอบถอดถอนนายกฯ จนทำให้ สว.ทำหน้าที่ถอดถอนเอง นายพริษฐ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคประชาชนในเรื่องนี้ถ้าเป็นกลไกสภา เราใช้ทุกกลไก กระทู้สด อภิปรายไม่ไว้วางใจ กรรมาธิการ ถ้าในส่วนขององค์กรอิสระเรายินดีใช้หากมีกรณีการทุจริต

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีตั๋วสัญญาการใช้เงิน หรือตั๋วพีเอ็น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ก็ดำเนินการผ่านกรมสรรพากรอยู่ในการตรวจสอบ ท้ายที่สุดปลายทางของเรื่องนี้อาจไปจบที่ ป.ป.ช. ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จก็ได้ แต่ถ้าเป็นในเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม เราระมัดระวังในการใช้อาวุธนี้ เพราะต่างฝ่ายนิยามไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจกระทบหลักนิติรัฐนิติธรรมของประเทศ ดังนั้นยืนยันว่าไม่ได้ออมมือให้ใครดำเนินการกับผู้มีอำนาจทุกฝ่าย และขอย้อนถามกลับไปว่า ถ้าคิดว่าการอภิปรายเรื่องตั๋วพีเอ็นมีน้ำหนักมากและวันนั้นพรรคใดบ้างที่ยกมือไว้วางใจนายกฯ อยู่

"ผมเห็นคุณจตุพร พาดพิงพรรคเราและเหมือนจะไปชื่นชมอีกพรรคการเมืองหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าพรรคการเมืองนั้นหลังการอภิปราย ก็ยังยกมือให้กับคุณแพทองธาร ให้เป็นนายกฯ ต่อ ฉะนั้นต้องถามกลับไปที่พรรคการเมืองที่ยกมือให้กับคุณแพทองธารในวันนั้น และพรรคที่ยังคงค้ำรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในวันนี้ดีกว่าหรือเปล่า" นายพริษฐ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...