ท่องเที่ยวเสี่ยงทรุด ตี๋-หมวยกลัวไม่ปลอดภัย ฉุดรายได้หดส่อ “ซึมยาว”
วันนี้ (18 มิ.ย.68) รายงานจาก วิจัยกรุงศรี โดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เผยแพร่บทวิเคราะห์ ระบุว่า การบริโภคภาคเอกชนและภาคท่องเที่ยวมีสัญญาณอ่อนแอลงต่อเนื่อง
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. ร่วงต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ทางการกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค. ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.66 ที่ 54.2 จาก 55.4 ในเดือนเม.ย.
เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับ 1.การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย หลังหมดมาตรการกระตุ้นในไตรมาสแรก 2.ความเสี่ยงจากนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และ 3.ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ
การลดลงอย่างต่อเนื่องของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคบ่งชี้ถึงสัญญาณเชิงลบต่อแนวโน้มการใช้จ่ายภายในประเทศ เมื่อพิจารณาร่วมกับดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI) ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าในเดือนเม.ย. หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 16 เดือน ที่ -4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
สะท้อนถึงการบริโภคที่อาจถูกกดดันจากหลายปัจจัย อาทิ รายได้ฟื้นตัวช้า ภาระหนี้ครัวเรือนสูง รวมทั้งนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อภาคการผลิตและการจ้างงาน ส่วนการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เริ่มมีความคืบหน้าแต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล หากมีความล่าช้า อาจลดทอนประสิทธิภาพในการกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปีที่ภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวรุนแรงขึ้น
ภาคท่องเที่ยวมีความเปราะบางมากขึ้น เมื่อทั้งจำนวนและรายได้หดตัวลง ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนฟื้นช้า ในเดือนพ.ค. มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทั้งสิ้น 2.27 ล้านคน ลดลงจาก 2.55 ล้านคน ในเดือนเม.ย. และลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน -13.9% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ 95.8 พันล้านบาท ลดลง -18.5%
ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย จีน รัสเซีย อินเดีย และเกาหลีใต้ สำหรับในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.) มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 14.36 ล้านคน ลดลง -2.7% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน สร้างรายได้ 6.73 แสนล้านบาท ลดลง -5.2%
การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวยังมีสถานการณ์ที่น่ากังวล ล่าสุดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนหล่นมาอยู่อันดับ 2 รองจากมาเลเซีย โดยปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของตลาดจีน ได้แก่ ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และการแข่งขันกับตลาดท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ สถานการณ์นี้อาจกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนเคยมีสัดส่วนสูงเป็นอันดับหนึ่งและสร้างรายได้จำนวนมากถึง 28% ของรายได้รวมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงก่อนโควิด-19 เทียบกับปัจจุบันซึ่งมีสัดส่วนเพียง 17% ในเดือนพ.ค. หากไม่สามารถเร่งฟื้นความเชื่อมั่นและพลิกฟื้นการเติบโต ภาคการท่องเที่ยวอาจไม่สามารถรักษาบทบาทการเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้