โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้โดยสารสาวเอือม เบาะข้างๆ นั่งทำสลัดทูน่า สุดชิล กลิ่นฉุนตีจมูก ทนดมเกือบชั่วโมง

Khaosod

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 10.40 น.

ผู้โดยสารสาวเอือม เบาะข้างๆ นั่งทำสลัดทูน่า กินสุดชิล ปวดประสาท กลิ่นฉุนตีจมูก ทนดมเกือบชั่วโมง

การเดินทางโดยใช้เครื่องบินในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เครื่องบินล่าช้าจะส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารเท่านั้น แต่บางคนอาจเจอสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด อย่างการนั่งข้างผู้โดยสารที่กำลังกินอาหารที่มีกลิ่นฉุนแรง

ล่าสุดมีสาวแชร์คลิปวิดีโอผ่านติ๊กต็อก เผยประสบการณ์บนเครื่องบินแบบสุดเอือม โดยระหว่างเดินทางบนเครื่องเจ้าของโพสต์เล่าว่าผู้โดยสารหญิงที่นั่งข้างๆ เธอนำอาหารที่มีกลิ่นฉุนอย่าง ทูน่ากับโยเกิร์ต มานั่งผสมเป็นสลัดทูน่า จากนั้นก็ทานอย่างหน้าตาเฉย

ภาพประกอบ

โดยไม่สนว่าเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ จะรับได้กับกลิ่นอาหารนี้หรือไม่ พร้อมตัดภาพมาที่หน้าตัวเองที่กำลังปิดจมูกรับไม่ได้กับกลิ่นที่ค่อนข้างแรง แถมเธอระบุไว้ภายในคลิปว่า หญิงที่นั่งข้างๆ เธอนั่งทำสลัดทูน่าระหว่างนั่งเครื่องบิน และเธอใช้เวลานานถึง 45 นาทีจึงจะทานมันหมด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ มียอดผู้เข้าชมมากถึง 1.2 ล้านครั้ง โดยชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างไม่พอใจกับการกระทำของผู้โดยสาร เพราะไม่ได้ทุกคนที่จะชอบทานมันก็ได้ ควรเห็นใจและมีมารยาทกับผู้โดยสารคนอื่นบนเครื่องด้วย

ภาพประกอบ

ขณะที่ บางส่วนถึงกับเรียกร้องขอให้ TSA (หน่วยงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐ) สั่งห้ามไม่ให้ผู้โดยสารนำทูน่าขึ้นมาบนเครื่องเด็ดขาด

ความเห็นบางส่วน “คนที่กินอาหารบนเที่ยวบินควรจะถูกคุมขังเป็นเวลา 10 วัน” “ทูน่าควรอยู่ในรายชื่อสิ่งของที่ TSA ยึด”

“ฉันชอบกินสลัดทูน่า แต่บนเครื่องบินล่ะ ควรจะผิดกฎหมายนะ” และความเห็นอื่นๆ อีกมากมาย

ขอบคุณที่มา newyork post

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้โดยสารสาวเอือม เบาะข้างๆ นั่งทำสลัดทูน่า สุดชิล กลิ่นฉุนตีจมูก ทนดมเกือบชั่วโมง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...