AOT กองทุน(จ่อ)ขายอีก
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 23.41 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOTราคาหุ้นวานนี้ร่วงลงมาอีก 2.50 บาท ปิด 27.25 บาท เปลี่ยนแปลง -8.40%และมีมูลค่าการซื้อขาย 4,189 ล้านบาท
หากย้อนหลังไปราว ๆ 1 ปี
ขณะนั้นราคาหุ้นตัวนี้เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 70.00 บาท +/- เล็กน้อย
ไม่น่าเชื่อว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเพียง 1 ปี หุ้น AOTกลับลงมาเหลือเพียง 27.00-28.00 บาท ปรับลดลงมาถึง 60%
ในช่วง 5 ปีย้อนหลัง หุ้นAOTเคยเผชิญกับปัญหาโควิด-19 ทำให้จำนวนเที่ยวบิน และการเดินทางของนักท่องเที่ยววูบลงอย่างหนัก เช่นเดียวกับราคาหุ้น AOTที่ลงมาตามเช่นกัน
ทว่า ณ ขณะนั้น ราคาหุ้นดังกล่าว ได้ดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว
นั่นเพราะถูกมองว่า AOTมีรูปแบบธุรกิจที่ “ผูกขาด” หรือ Monopoly และเชื่อมั่นว่า ถึงที่สุดแล้ว เดี๋ยวก็ฟื้นตัว
นั่นจึงทำให้นักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะกองทุนต่าง ๆ ที่เคยปรับพอร์ตหุ้น AOTออกไป รีบซื้อกลับ และช่วยดันราคาหุ้นกลับขึ้นมาได้ในระดับเดิม
มาร์เก็ตแคปของ AOTขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 ล้านล้านบาท เคยเป็นตัวเลขระดับสูงสุดบนกระดานหุ้น
และทำให้มีส่วนสำคัญของการเคลื่อนไหวของดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ ถูกมองว่าคือหุ้นที่เป็น “เสาหลัก” ของตลาดหุ้นไทยอีกหุ้น
ส่วนราคาปิดวานนี้ของหุ้น AOTที่ระดับ 27.25บาท
ทำให้มาร์เก็ตแคปของหุ้น AOTลงมาเหลือ 3.9 แสนล้านบาทเท่านั้นในช่วงเวลาไม่นานนัก
การทิ้งหุ้น AOT ของกลุ่มนักลงทุนสถาบัน มาจากปัญหาเรื่องรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่การบิน ในส่วนของพื้นที่ให้เช่า จากกลุ่มกลุ่มคิง เพาเวอร์ และล่าสุดคือ กลุ่ม คิง เพาเวอร์ ต้องการหารือถึงสัมปทานจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่
กลุ่ม คิง เพาเวอร์ ขอหารือกับกับ AOTครั้งนี้ แจงเหตุผลถึงปัญหามาจาก
- การหยุดดำเนินการร้านค้าปลอดอากรขาเข้าจากนโยบายภาครัฐ
- การลดภาษีสินค้าประเภทไวน์อันส่งผลกระทบ ต่อยอดจำหน่ายภายในร้านค้าปลอดอากร
- การขอคืนพื้นที่ประกอบกิจการของ AOT
- การขาดมาตรการเชิงรุก ของภาครัฐในการบริหารจัดการความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวส่งผลต่อการลดลงของนักท่องเที่ยวชาวจีน
- สถานการณ์ภายในประเทศไทยที่ส่งผลทางลบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและจำนวนผู้โดยสาร สถานการณ์แพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
- สถานการณ์สงครามและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
หากอ้างอิงข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ล่าสุดของ AOTในช่วงไตรมาส 2/2568 (ม.ค.-มี.ค.)
แม้รายได้ของ AOTเกี่ยวกับธุรกิจการบินจะเพิ่มขึ้น แต่ในส่วนของธุรกิจที่ไม่ใช่การบิน กลับลดลง 14% และส่วนแบ่งรายได้ปลอดภาษีลดลงถึง 19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ขณะที่รายได้ของ AOT ประมาณ 33% มาจากสัญญาเช่าของคิงเพาเวอร์
บทวิเคราะห์จากหลายโบรกเกอร์เริ่มปรับคำแนะนำเกี่ยวกับหุ้น AOTจากส่วนใหญ่ที่แนะนำ “ซื้อ” มาเป็น “ถือ” และให้ “ขาย” พร้อมกับปรับราคาเป้าหมายลงมาอีก
ล่าสุด หลังมีข่าวเรื่องกลุ่มคิง เพาเวอร์ ขอหารือเรื่องสัญญา
ผลปรากฏว่า มี 5 โบรกเกอร์ที่วิเคราะห์หุ้น AOTออกมา ด้วยการลดราคาเป้าหมายลงมาอีก
หรือมาอยู่ระหว่าง 25-31 บาท ต่อหุ้น
มีการวิเคราะห์ด้วยการไม่เชื่อว่า AOTจะแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่เช่าให้จบได้ภายในสองเดือนข้างหน้า เพราะการประมูลสัมปทานเมื่อปี 2562 ยังใช้เวลามากถึง 5-6 เดือน
ประกอบกับเงื่อนไขราคาหรือผลประโยชน์ที่ AOTจะได้รับ มีแนวโน้มว่าจะต่ำกว่าเดิม
สถานการณ์แบบนี้ มีโอกาสที่นักลงทุนสถาบัน หรือกองทุนประเภทจะปรับพอร์ตด้วยการทยอยขายหุ้นออกมาอีก
และอาจจะคงเหลือกองทุนประเภท Active Fundที่น่าจะยังต้องลงทุนอยู่บ้าง เพราะหุ้น AOTยังอยู่ในดัชนี SET50
ธนะชัย ณ นคร