โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กทม.ติดตามการเบิกจ่ายเงินกันเหลื่อมปี ลดภาระหนี้ปี69

สยามรัฐ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 00.08 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 00.08 น.

วันที่ 18 มิ.ย.68 ที่ศาลาว่าการ กทม. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการติดตาม งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ว่า จากการติดตามข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค.68 มีแนวโน้มคาดว่าในปีนี้จะมีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีประมาณไม่เกิน 17,000 ล้านบาท เทียบกับปีที่แล้วมีจำนวนกว่า 20,000 ล้านบาท หมายความว่าปีนี้ กทม.มีเงินกันเหลื่อมปีน้อยกว่าปีที่แล้ว หรือสามารถจ่ายเงินกันเหลื่อมปีได้มากกว่าปีที่แล้ว ทำให้เงินตกเป็นภาระหนี้ของปีถัดไปน้อยลง ซึ่งเงินกันเหลื่อมปีทั้งแบบมีหนี้และไม่มีหนี้จะต้องดำเนินการเบิกจ่ายให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อไม่มีภาระหนี้ในปีหน้า แต่หากดำเนินการไม่ทัน จะกลายเป็นภาระในปีหน้า

เนื่องจาก หากหน่วยงานเบิกจ่ายเงินงบประมาณไปใช้ตามแผนโครงการต่าง ๆ ไม่ครบตามกำหนดรอบงบประมาณแต่ละปี เงินงบประมาณโครงการเหล่านั้นจะตกเป็นเงินสะสม ซึ่งเรื่องดังกล่าว ไม่ได้สร้างผลกระทบให้ กทม. เพราะเงินที่เบิกจ่ายไม่ทันก็ตกเป็นเงินสะสมของ กทม.อยู่แล้ว แต่การเบิกจ่ายมาใช้จะทำได้ยากขึ้น เพราะต้องยึดเงื่อนไขการเบิกจ่ายเงินสะสม อีกทั้ง กทม.ต้องนำงบประมาณของปีต่อไป (2569) มาใช้คืนเงินส่วนเดิมที่เบิกจ่ายไม่ทันในปีที่แล้ว ทำให้เสียโอกาสนำเงินงบประมาณประจำปีปัจจุบันมาใช้ในโครงการต่าง ๆ อย่างเต็มประสิทธิภาพ

จากการติดตามหน่วยงานที่รับงบฯ ที่ก่อหนี้ผูกพันแล้ว พบว่า อุปสรรคที่ทำให้เบิกจ่ายได้ไม่ครบตามจำนวน เนื่องจากบางหน่วยงานได้ผู้รับจ้างแล้ว มีการทำสัญญาและตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถเบิกเงินได้ สาเหตุสำคัญคือบริษัทผู้รับจ้างไม่ดำเนินการตามกำหนดสัญญา ซึ่งตามหลักเกณฑ์ผู้รับจ้างสามารถขอขยายสัญญาจากผู้มีอำนาจจัดจ้างได้ แต่หากไม่มีการยื่นขอขยายสัญญาก็ไม่สามารถเบิกเงินได้

ดังนั้น จึงกำชับให้หน่วยงานทั้งสำนักงานเขตและสำนักต่าง ๆ ที่ยังเบิกจ่ายได้ไม่ครบเร่งดำเนินการตามกรอบอำนาจและเกณฑ์กำหนด เช่น การขยายสัญญาภายใต้เงื่อนไขการกำหนดขอบเขตอนุมัติจำนวนเงินตามตำแหน่งหน้าที่ ประกอบด้วย 1.วงเงินสูงกว่า 200 ล้านบาทขึ้นไป อำนาจผู้ว่าฯกทม. หรือผู้ว่าฯกทม.มอบอำนาจให้รองผู้ว่าฯกทม.เป็นผู้ลงนามอนุมัติ 2.วงเงินเกิน 100 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท อำนาจปลัดกทม.หรือรองปลัดกทม. 3.วงเงิน 50-100 ล้านบาท อำนาจผู้อำนวยการสำนัก 4.วงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท อำนาจรองผู้อำนวยการสำนัก 5.วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท อำนาจผู้อำนวยการสำนักงานเขต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...