โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดจดหมาย ครูมัท เครียดลาโลก รร.บริหารงานแย่ ถูกโยนผิด อ่านยิ่งสะเทือนใจ

Thaiger

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 02.31 น. • Thaiger ข่าวไทย

เปิดจดหมาย ครูมัท เครียดลาโลก ต้องทำการเงินควบสอน หน้าสุดท้าย ระบายความทุกข์ ต้องสู้ลำพัง ผอ.ไม่เคร่งครัดการเงิน

จากกรณี ครูมัท ครูสาววัย 39 ปี จังหวัดบุรีรัมย์ ตัดสินใจจบชีวิตด้วยการผูกคอภายในบ้านพัก พร้อมทิ้งจดหมายลาตาย 5 หน้า ระบายความเครียดสะสมจากระบบการบริหารงานภายในโรงเรียนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ต้องรับผิดชอบงานสอนภาษาอังกฤษควบตำแหน่งครูการเงินเพียงลำพัง ถูกโยนภาระผิดพลาดทางการเงินทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของตน จนเกิดภาวะเครียดสะสมและปัญหาสุขภาพ ก่อนตายได้เขียนข้อความฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้เห็นใจครูที่ต้องรับหน้าที่การเงิน-พัสดุ ไม่ให้ต้องเผชิญภาวะกดดันและเสี่ยงชีวิตเช่นเดียวกับเธออีกในอนาคต

ล่าสุด เพจ แม่หมอบิวติวเตอร์ได้แชร์ภาพจดหมายหน้าสุดท้ายของครูมัท ล้วนเป็นถ้อยคำเศร้าสะเทือนใจ ปัจจุบันมีคนแชร์ไปแล้วกว่า 3 หมื่นครั้ง ว่า

“ข้าพเจ้าขอลาทุกคนบนโลกใบนี้ ไปด้วยความไม่สบายกาย และไม่สบายใจ ด้วยมีปัญหาในการเรื่องการทำงาน การเงิน การบัญชี ซึ่งข้าพเจ้าได้ทำงานคั่งค้าง ทำให้พอกพูนจนแก้ไขได้ยาก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะข้าพเจ้าเพียงคนเดียว แต่เป็นเพราะเกิดจากกระบวนการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพภายในโรงเรียน การทำงานไม่เป็นระบบ ให้เบิกเงินก่อน เคลียร์เอกสารทีหลัง และก็นิ่งเฉยไม่มีใครมาเคลียร์ให้ อันไหนเคลียร์เองได้ก็ดีไป แต่อันไหนเคลียร์ไม่ได้ก็ต้องมานั่งเครียดเอง จนหัวจะระเบิด ไมเกรนแทบทุกวัน

ข้าพเจ้าเหนื่อยกายกับการทำงานนี้มาก สุขภาพก็ไม่ดีสะสมมาเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจจากโลกนี้ไปก็เพราะเพื่อนร่วมงานที่จัดการ สั่งการมาโดยตลอด แต่พอถึงเวลามีความผิด กลับบอกว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือครู…(ระบุชื่อ)

ส่วน ผอ.ที่ย้ายมาแต่ละคนก็ไม่เคร่งครัดเรื่องการเงินเลย ไม่มีความรู้ด้านการเงิน ใช้เงินไม่ถูกต้อง แต่พอมีความผิดอ้างว่าเราเป็นคนทำ ข้าพเจ้าขอโทษต่อเพื่อนร่วมงานท่านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ข้าพเจ้าไม่สามารถทำงานนี้ต่อไปอีกได้แล้ว ถ้าอยู่ต่อไปคงพิการ หรือเส้นเลือดในสมองแตกตาย ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้กับทุกคน ขออย่าให้ร้ายกัน ในวันที่ข้าพเจ้าไม่สามารถโต้แย้งใดๆ ได้ ส่วนที่ผิดขอน้อมรับ แต่ส่วนที่ไม่ใช่ก็ขออย่าใส่ร้ายกันเลย

ฝากถึงกระทรวงให้ช่วยเห็นใจครูการเงินและพัสดุด้วยนะคะ อย่าให้ต้องทำงานหนักและเสี่ยงชีวิตแบบนี้เลย ลาก่อน”…”

หลังเกิดเหตุ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีและโฆษกศธ. เปิดเผยว่าได้รับรายงาน ครูมัทผูกคอตายแล้ว พร้อมทั้งระบุว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. มีความห่วงใย เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาสาเหตุในเชิงระบบการบริหารภายในโรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

ศธ.ยอมรับว่าภาระงานของครูในโรงเรียนขนาดเล็กมีจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องการจัดการงบประมาณและงานธุรการ ซึ่งมักตกอยู่กับครูที่ต้องรับผิดชอบหลายหน้าที่พร้อมกันจนเกิดความเครียดสะสม เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สพฐ.มีแผนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาดูแลงบอาหารกลางวันแทนครู และวางแนวทางลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการสอน

ประชาสัมพันธ์ สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 ร่วมงานศพครูมัท

ศธ.ยังเตรียมของบประมาณเพิ่มเพื่อจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการ ช่วยแบ่งเบาภาระงานครู พร้อมทั้งผลักดันให้ผู้บริหารโรงเรียนต้องเข้ารับการอบรมเรื่องการบริหารอย่างรอบด้าน เพื่อสามารถให้คำแนะนำแก่ครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยศธ.หวังว่าเหตุการณ์ครูมัทจะเป็นกรณีสุดท้าย และย้ำว่าความรู้ด้านการบริหารเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารทุกคนควรมีเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอย

ขณะที่เพจ ครูขอสอน ระบุว่า เครือข่ายเพจครูและการศึกษา ขอเชิญชวนแต่งชุดดำร่วมไว้อาลัยครูมัทและเรียกร้องศธ.ทบทวนปัญหาภาระงานครู เพื่อเป็นการไว้อาลัยต่อการจากไป และเป็นการแสดงจุดยืนต่อวิชาชีพครู และต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาภาระงาน และระบบที่ไม่เอื้อต่อการทำหน้าที่ครู ให้กระทรวงศึกษาธิการและผู้ที่เกี่ยวข้องทบทวนแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

จึงขอเชิญชวนร่วมแต่งชุดดำ ตลอดสัปดาห์นี้ แสดงพลังต่อสู้ความไม่เป็นธรรมจากระบบที่กดทับครู
ขอแสดงความเสียใจและขอให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุคต

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...