โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

โลกร้อนทำคนหลับไม่ลง เสี่ยงหยุดหายใจ-อายุสั้นไม่รู้ตัว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น.
งานวิจัยพบว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากโลกร้อนเพิ่มความเสี่ยงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ถึง 45% ภาวะนี้ไม่เพียงทำลายสุขภาพ แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจผ่านการขาดงานและ productivity ที่ลดลง หากไม่เร่งจัดการโลกร้อน ภาระจากโรคนี้อาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2100

เมื่อพูดถึงปัญหาสุขภาพที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่าเผชิญอยู่ หนึ่งในนั้นคือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA) ซึ่งมีผู้ป่วยมากกว่า 25 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา ภาวะนี้เกิดจากกล้ามเนื้อในลำคอที่หย่อนตัวขณะนอนหลับ ทำให้ทางเดินหายใจถูกปิดกั้น ส่งผลให้ผู้ป่วยหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ตลอดทั้งคืน อาการนี้ไม่เพียงแต่ทำให้คุณภาพการนอนแย่ลง แต่ยังเชื่อมโยงกับโรคร้ายแรงมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ พาร์กินสัน ภาวะซึมเศร้า และภาวะสมองเสื่อม

แต่สิ่งที่น่ากังวลไปกว่านั้น คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจทำให้ภาวะนี้แพร่หลายและรุนแรงขึ้น งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications พบว่า ในคืนที่มีอุณหภูมิสูง ผู้เข้าร่วมการศึกษาเผชิญความเสี่ยงของการเกิด OSA มากขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับคืนที่อากาศเย็นกว่า

ดร.บาสเตียน เลอชาต (Bastien Lechat) จากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส ผู้เขียนนำของงานวิจัย เผยว่า ทีมวิจัยรู้สึกประหลาดใจกับความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิที่สูงขึ้นกับความรุนแรงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งสะท้อนถึงความซับซ้อนของผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ลุกลามเกินคาด

ผลกระทบนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพส่วนบุคคล แต่ยังขยายวงกว้างไปถึงเศรษฐกิจระดับโลก งานวิจัยระบุว่า การเพิ่มขึ้นของ OSA อันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนในปี 2023 ส่งผลให้โลกสูญเสีย "ปีแห่งสุขภาพดี" กว่า 788,000 ปี และเกิดวันลางานเพิ่มขึ้นถึง 25 ล้านวันทั่ว 29 ประเทศ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ กลุ่มตัวอย่างของงานวิจัยล้วนมาจากประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมีเครื่องปรับอากาศและการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีกว่า ความรุนแรงในกลุ่มประชากรที่เปราะบางและยากจนกว่าจึงอาจถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง

การนอนหลับที่ไม่เพียงพอจากภาวะ OSA ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่การทำงานของสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงสุขภาพจิต ยิ่งเมื่ออากาศร้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ยิ่งทำให้การนอนมีคุณภาพแย่ลง โดยทำให้หลับตื้น ตื่นบ่อย และพักผ่อนไม่เต็มที่ เมื่อโลกกำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยระหว่าง 2.1 ถึง 3.4 องศาเซลเซียสในปลายศตวรรษนี้ ผลกระทบจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับอาจทวีคูณ

ดร.แดนนี เอ็คเคิร์ต หนึ่งในผู้ร่วมวิจัย ระบุว่า การรับมือกับปัญหานี้จำเป็นต้องเร่งวางแนวทางป้องกันและบำบัดที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่ร้อนขึ้น บทเรียนจากงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า "สุขภาพ" ไม่สามารถแยกขาดจาก "สภาพแวดล้อม" ได้อีกต่อไป อุณหภูมิที่สูงขึ้นไม่เพียงทำให้เราร้อนและเหนื่อยง่ายเท่านั้น แต่ยังบ่อนทำลายการนอนหลับซึ่งเป็นรากฐานของสุขภาพที่ดีอย่างเงียบๆ หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง วันนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวิกฤตสุขภาพโลกในอนาคต

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน โดยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น งานวิจัยชี้ว่าผลกระทบนี้ไม่เพียงร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล หากไม่เร่งจัดการปัญหาสภาพอากาศ ความยั่งยืนด้านสุขภาพก็อาจกลายเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...