โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อีสานเขียวเที่ยว “บึงกาฬ-อุดรฯ” ตามรอยพญานาคที่ “ถ้ำนาคา-คำชะโนด” 2 แลนด์มาร์คแลนด์มูสุดปัง

Manager Online

เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 09.49 น. • MGR Online

แม้เรื่องราวของ “พญานาค” จะเป็นสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ "ความเชื่อ" เรื่องพญานาคของคนไทยนั้นมีมายาวนานนับพันปี โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่นอกจากจะมีผู้คนจำนวนมากเคารพ นับถือ และมีวิถีที่ผูกผันกับ (ความเชื่อ) เรื่องพญานาคแล้ว ดินแดนอีสานยังอุดมไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธาเกี่ยวกับพญานาคอยู่มากหลาย

ด้วยเหตุนี้แคมเปญ “Isan Greencation – อีสานเย็นดี Green Season นี้มีดีล” ที่ทาง “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)” กับ “บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)” หรือ “เคทีซี” (KTC) จับมือกันส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคอีสานควบคู่ไปกับโปรโมชั่นและดีลพิเศษหลากหลายรับ Green Season จึงได้จัดทริปนำร่องในเส้นทางนาคานคร “บึงกาฬ-อุดรธานี” ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน (เดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-อุดรฯ ด้วยสายการบินไทยเวียตเจ็ท) โดยมีการเชื่อมโยง 2 แหล่งท่องเที่ยวสายมูที่ขึ้นชื่อในเรื่องพญานาคของ 2 จังหวัดเข้าไว้ด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศอีสานเขียวในช่วงฤดูฝนที่ดูเพลินตาชุ่มชื่นหัวใจกระไรปานนั้น

สำหรับโปรแกรมท่องเที่ยววันแรก เราเปิดประเดิมด้วยการไปตะลุย “หินสามวาฬ” ที่ตั้งอยู่ใน “ภูสิงห์” หรือเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ

หินสามวาฬ มีลักษณะเป็นก้อนหินใหญ่ 3 ก้อนที่ถูกธรรมชาติสร้างสรรค์ ซึ่งเมื่อมองจากมุมท็อปวิวจะเห็นก้อนหินยักษ์ 3 ก้อน ชวนให้จินตนาการถึงวาฬยักษ์ 3 ตัว พ่อ-แม่-ลูก แหวกว่ายอยู่เคียงข้างกันกลางผืนป่าเขียว

นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเดินชมวิวได้ทั้งบนหินวาฬแม่ (ก้อนริมทางซ้าย) และหินวาฬพ่อ (ก้อนกลาง) ส่วนหินวาฬลูกก้อนที่เล็กที่สุดที่อยู่ทางริมขวานั้นไม่มีทางให้เดินขึ้นไป แต่ลูกที่ชมวิวได้สวยที่สุด ก็คือบนหินวาฬพ่อ เพราะนอกจากจะได้ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามแล้วยังได้เห็นหินวาฬแม่ในมุมที่เหมือนวาฬมากที่สุดอีกด้วย

นอกจากนี้ในเส้นทางนั่งรถกระบะชุมชนเที่ยวหินสามวาฬ ยังมีจุดเช็กอินอื่น ๆ ให้เที่ยว อาทิ ลานธรรมภูสิงห์, ถ้ำใหญ่, จุดชมวิวถ้ำฤาษี, หินหัวช้าง และจุดชมวิวส้างร้อยบ่อ เป็นต้น

หลังจากนั้นในช่วงเย็นเราเดินทางเข้าที่พัก “โรงแรมอนันตระปุระ รีสอร์ท บึงโขงหลง” ที่พักหรูหรา 5 ดาวเปิดใหม่ตั้งอยู่บริเวณบึงโขงหลง ซึ่งตรงกลางสวนของโรงแรมมีประติมากรรมพญานาคกลางสระน้ำดูขรึมขลัง เป็นดังการสะท้อนให้เห็นถึงพลังศรัทธาที่มีต่อองค์พญานาคของคนแถบนี้

ในคืนแรกนี้คณะเรานอนกันตั้งแต่หัวค่ำเพื่อเก็บพลังไว้ไปขึ้นเขาพิชิตถ้ำนาคาที่เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของทริปนี้ในวันถัดไป

เช้าวันใหม่ (วันที่ 2) พวกเราออกจากที่พักกันตั้งแต่เช้าตรู่มุ่งหน้าสู่ภูลังกา ระหว่างทางไกด์ประจำทริปพาไปสักการะ “เจ้าปู่อือลือนาคราช” ที่ศาลเจ้าปู่อือลือนาคราช ซึ่ง (เชื่อว่า) ท่านมีความสำคัญต่อการก่อกำเนิดของถ้ำนาคาเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนขึ้นไปพิชิตถ้ำดังกล่าวในลำดับต่อไป

“ถ้ำนาคา” อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ฝั่ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ เหตุที่ถ้ำแห่งนี้ได้ชื่อว่า “ถ้ำนาคา” หรือ “ถ้ำพญานาค” (ตามความเชื่อของคนท้องถิ่น) เนื่องจากมีลักษณะทางธรณีวิทยาของหิน ผนังถ้ำ และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ดูคล้ายกับพญานาคหรืองูขนาดใหญ่นอนขดตัวอยู่กลางผืนป่า ไม่ว่าจะเป็น ส่วนหัว ลำตัว และเกล็ดพญานาคที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจ

นอกจากนี้ถ้ำแห่งนี้ยังมีเรื่องเล่าตำนานความเชื่อที่นำไปผูกโยงกับพญานาคว่า “อือลือราชา” หรือ “เจ้าปู่อือลือ” (พ่อปู่อือลือ) เทพบนสรวงสวรรค์ ที่ถูกสาปให้เป็นพญานาคปกครองเมืองบาดาล (เชื่อกันว่าคือบึงโขงหลง) ได้สาปบริวารพญานาคของตนให้กลายเป็นหินเนื่องจากทำผิดจารีตไปมีสัมพันธ์สวาทกับมนุษย์ ซึ่งก็คือถ้ำนาคา หรือ ถ้ำพญานาค ที่วันนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสายมูสุดปังของบึงกาฬ

สำหรับการขึ้นไปเที่ยวถ้ำนาคา เราต้องเดินขึ้นเขาสูงชันมีระยะทางไป-กลับ (ขึ้น-ลงเขา) ประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 4-6 ชั่วโมง ซึ่งวันนี้มีการทำบันไดเหล็กไว้รองรับตามจุดต่าง ๆ ที่มีความสูงชันหรือมีสภาพธรรมชาติที่เดินลำบาก เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้น-ลงเขาได้สะดวกสบายขึ้นกว่าเมื่อก่อน อย่างไรก็ดีสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป การเดินเท้าขึ้นไปเป็น “ผู้พิชิตถ้ำนาคา” นั้นถือว่าสมบุกสมบันและเหน็ดเหนื่อยเอาเรื่องไม่น้อยเลย

แต่เมื่อเราเดินขึ้นไปถึงยังจุดหมาย ได้สัมผัสกับเรื่องราวตำนานความเชื่อความศรัทธา รวมถึงพบเจอกับธรรมชาติอันชวนทึ่งของปรากฏการณ์ “ซันแคร็ก” หรือ “หมอนหินซ้อน” ที่ดูเป็นลวดลายเหมือนเกล็ดพญานาคในหลายขนาด หลากรูปแบบ มันก็ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

หลังซึมซับกับสิ่งน่าสนใจหลากหลายต่าง ๆ บนยอดเขาในบริเวณ “เส้นทางศึกษาธรรมชาติถ้ำนาคา” ไม่ว่าจะเป็น ถ้ำนาคา (ลำตัวพญานาค) เศียรนาคาที่ 1 เศียรนาคาที่ 3 เจดีย์หลวงปู่วัง ผาใจขาด และถ้ำหลวงปู่วัง กันอย่างจุใจแล้ว จุดหมายต่อไปเราเดินทางจากบึงกาฬข้ามจังหวัดสู่อุดรธานี เพื่อไปสัมผัสกับอีกหนึ่งดินแดนที่เป็นตำนานเกี่ยวกับเรื่องราวของพญานาคที่ “ป่าคำชะโนด วังนาคินทร์” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “คำชะโนด” อันลือลั่น

คำชะโนด ตั้งอยู่ที่ ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีลักษณะทางธรรมชาติเป็น “เกาะกลางน้ำ” ที่หลาย ๆ คนบอกว่าเป็น “เกาะลอยน้ำ” ได้

คำชะโนดมีเรื่องเล่า ตำนาน ความเชื่อ ความลี้ลับ และอาถรรพ์ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เมืองลับแลหรือเมืองบังบด ป่าอาถรรพ์ ผีจ้างหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับพญานาค ซึ่งเชื่อกันว่าเกาะคำชะโนดเป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับเมืองบาดาลของพญานาค ทำให้ปัจจุบันที่นี่ถูกยกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสายมูเรื่องพญานาค ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ลือลั่นเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย (จากสถิติผู้มาเยือนและผู้สมหวัง)

ที่คำชะโนดมีไฮไลท์อยู่ 3 จุดหลัก ๆ ให้เดินสักการะขอพร ได้แก่

-“ศาลพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา” องค์พญานาคราชและนาคราชเทวี ที่เป็นองค์ประธานและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของคำชะโนด เชื่อกันว่าท่านเป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้

-“บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” หรือ “บ่อคำชะโนด” เชื่อกันว่าเป็นทางเข้า-ออก ระหว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์ของเหล่าพญานาค

-“ต้นมะเดื่อยักษ์” ขนาดใหญ่มีอายุนับร้อยปี เชื่อกันว่าเป็นขุมทรัพย์ของพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คำชะโนดเราสามารถขอพรได้หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ เลขเด็ด ที่มีคนมากมายสมหวัง ถูกหวยรวยกันมานักต่อนัก

นอกจากนี้บนเกาะคำชะโนดยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นวงรอบระยะทางประมาณ 250 เมตร ให้เดินชมความน่าทึ่งของผืน “ป่าพรุดิบชื้น” อันร่มรื่นอุดมสมบูรณ์ โดยมีไฮไลต์ คือ “ต้นชะโนด” ไม้หายาก ซึ่งที่นี่ถือเป็นป่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ผืนสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในบ้านเรา

เย็นวันนี้หลังคณะเราใช้เวลาพักใหญ่ในการสักกาะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ที่คำชะโนดเสร็จสิ้น (หลายคนรอสมหวังหลังวันหวยออก) ก็มุ่งหน้าเข้าสู๋ตัวเมืองอุดรฯ เพื่อไปเช็กอินห้องพักในค่ำคืนสุดท้ายของทริป (คืนที่ 2) ที่ “โรงแรมโมโค” (Hotel MOCO) ที่ออกแบบสไตล์โคโลเนียลผสมอาร์ต เดโค ดูสวยคลาสสิกหรูหราใจกลางย่านการค้าสำคัญของอุดรธานี

เช้าสุดท้าย (วันที่ 3) เราเดินทางไปเที่ยวที่มรดกโลกบ้านเชียง ดูเครื่องปั้นดินเผา ข้าวของเครื่องใช้ โบราณวัตถุ กระดูกมนุษย์โบราณ (จำลอง) และการจัดแสดงที่เกี่ยวกับมรดกโลกทางวัฒนธรรมของบ้านเชียง ที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง” (ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี)

จากนั้นเราไปดูหลุมขุดค้นของจริงที่ “วัดโพธิ์ศรีใน” ที่อยู่ไม่ไกลกัน ที่นี่สันนิษฐานว่าในอดีตเคยใช้เป็นที่ฝังศพมาตั้งแต่เมื่อราว 5 พันปีที่แล้ว ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เปิด ภายในหลุมขุดค้นมีภาชนะดินเผาอายุ 1,800-5,000 ปี แบ่งเป็น 3 ยุค รวมถึงโครงกระดูกของมนุษย์โบราณ ให้ผู้สนใจได้ชมกัน

จุดต่อไปพวกเราไปยัง “วิสาหกิจชุมชนปั้นหม้อเขียนสี” (ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี) เพื่อทำกิจกรรม D.I.Y. ร้อยลูกปัด ปั้นดิน และเขียนสีเครื่องปั้นดินเผาผลงานหนึ่งเดียวในโลกจากฝีมือของตัวเราเองที่ถือเป็นการฝึกสมาธิไปในตัวด้วย

ต่อจากนั้นเรากลับเข้าตัวเมืองอุดรฯ เพื่อไปซิตี้ทัวร์มูไหว้ 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญในบริเวณ “ศาลหลักเมือง” คือ พระพุทธโพธิ์ทอง องค์พระหลักเมือง (เสาหลักเมือง) และท้าวเวสสุวรรณ (ควรไหว้เรียงตามลำดับที่กล่าวมา)

เสร็จแล้วก็ต่อด้วยการไปสักกาะ “องค์ศรีสุขคเณศ” ที่หลังวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ซึ่งเป็นองค์พระพิฆเนศปางนาคปรกหนึ่งเดียวในไทยและอาจจะมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก เสริมสิริมงคลปิดท้ายทริป “บึงกาฬ-อุดรธานี” ซึ่งนอกจากจะเป็นการเชื่อมโยงเสน่ห์แห่งธรรมชาติของอีสานในช่วงกรีนซีซั่นเข้ากับศิลปวัฒนธรรม และศรัทธาความเชื่อในเรื่องพญานาคแล้ว ยังมีโปรโมชั่นและดีลที่น่าสนใจอีกหลากในในแคมเปญดังกล่าวให้ได้เลือกกันอีกด้วย

อย่างไรก็ดี สำหรับโชคลาภและพรต่าง ๆ ที่เรา ๆ ท่าน ๆขอ ไม่ว่าจะเป็นจากองค์พญานาค หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ทั่วสากลโลก ท่านจะประทานให้ผู้ขอประสบความสำเร็จสมหวังก็ต่อเมื่อ ผู้นั้นคิดดี ประพฤติดี ปฏิบัติดี และลงมือทำแต่เรื่องดี ๆ ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นเปี่ยมศรัทธาอย่างไม่มีย่นย่อท้อ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...