ทหารจับ 2 คนไทยเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไปทำงาน หนีกลับไทยผิดกฎหมาย
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 04.49 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(13ก.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกที่ผ่านมา(12ก.ค.) พ.อ.เมธี คำเต็ม ผบ.ชค.ทพ.12 นำกำลังตรวจตราในพื้นที่ตะเข็บชายแดนตามมาตรการยกระดับป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบกระทำผิดทุกรูปแบบของกองกำลังบูรพา โดยได้ตรวจพบคนไทย 2 คน ชาย 1 หญิง 1 จึงเข้าตรวจสอบก่อนจับกุมตัว ขณะลักลอบเดินเท้าจากกัมพูชา โดยมุดลวดหนามผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามายังประเทศไทย ที่บริเวณบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งทั้งคู่ไม่มีหนังสือเดินทาง และให้การว่ากลับมาจากทำงานในกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อกลับภูมิลำเนา
นายเอ (นามสมมติ) หนึ่งในผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ยุทธศักดิ์ เผยว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตนเป็นช่างสักในประเทศไทยก่อนถูกชักชวนให้ไปทำงานที่ปอยเปต โดยมีรถมารับถึงสระแก้วและเดินเท้าข้ามแดนไปกัมพูชา เมื่อข้ามไปแล้วก็ไปยัง "ตึก 8 ชั้น" กลับถูกยึดโทรศัพท์ - เอกสาร และ ถูกบังคับให้สแกนใบหน้าแอปฯ ธนาคาร แต่ตนไม่ยอม จึงถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้รู้ว่าถูกหลอกให้มาทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และถูกบังคับใช้แรงงานยกของภายในตึก
นายเอ เล่าต่อไปว่า ในระหว่างถูกบังคับได้แอบใช้คอมพิวเตอร์ในที่ทำงานส่งอีเมลขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ กระทั่งกลางเดือนมิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่กัมพูชาเข้าตรวจค้นตึก ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพไล่ตนและเพื่อนร่วมงานให้หลบหนีออกมา ซึ่งภายหลังหลบหนีออกมาได้ก็ไปหาห้องเช่าและนัดพบเพื่อนที่เดินทางมารอรับ
นายเอ เล่าอีกว่า แต่เนื่องจากไม่มีเงินกลับไทย จึงต้องทำงานรับจ้างเก็บเงินในปอยเปต จนกระทั่งถึงวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แล้วทั้งสองจึงได้ว่าจ้างผู้นำพาชาวกัมพูชาคนละ 1,700 บาท เพื่อเดินเท้ากลับผ่านตามช่องทางธรรมชาติ และมุดลวดหนามหีบเพลงเพื่อเข้าประเทศไทย แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานจับกุม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลึก ตรวจสอบประวัติพบว่า นายเอ เคยกระทำความผิด และมีหมายจับในคดีอาญา 1 คดี ก่อนนำส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ข่าวเวิร์คพอยท์23