โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

อีสท์สปริงแนะ 5 ธีมหลักลงทุน กระจายพอร์ตรับมือหุ้นผันผวน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

แนวโน้มการลงทุนทั่วโลกในครึ่งหลังของปี 2568 ยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ความผันผวน ดังนั้นการเลือกสินทรัพย์ การจับจังหวะการลงทุน การจัดพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพจึงมีความสำคัญอย่างมาก

ทั้งนี้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อีสท์สปริง (ประเทศไทย) ได้เปิดมุมมองการลงทุนและการจัดพอร์ตที่ดีในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 นำทีมโดย ดารบุษป์ ปภาพจน์” กรรมการผู้จัดการ, ยิ่งยง เจียรวุฑฒิ” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน และ บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ได้ร่วมกันเปิดมุมมอง โดยระบุว่า ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนทั่วโลก แม้บางประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ได้แล้ว แต่ภาพรวมของอัตราภาษีศุลกากรนำเข้าของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศคู่ค้า อาจกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า

หากแยกเป็นรายประเทศ คาดการณ์ว่าในปี 2568-2569 เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลง เหลือประมาณ 1.4% และ 1.6% ตามลำดับ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับสูง รวมทั้งคาดว่าจะได้เห็นภาพธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มทยอยลดดอกเบี้ย เมื่อเห็นอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น

ในฝั่งของจีน จากการที่สหรัฐฯ มีการลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนและมีการผ่อนผันระยะเวลาออกไป 90 วันทำให้อัตราภาษีเฉลี่ยลดลงเหลือราว 35% แต่ยังถือเป็นแรงกดดันต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ประมาณ 1% ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม อีสท์สปริงยังคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้ราว 4.5% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายการคลังและมาตรการกระตุ้นเฉพาะด้าน และคาดว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมในช่วงต้นไตรมาส 4 ปี 2568 ขณะที่ราคาหุ้นจีนยังอยู่ในระดับน่าสนใจ ช่วยเปิดโอกาสสำหรับนักลงทุนสำหรับการเติบโตในระยะยาว

สำหรับอินเดีย กลายเป็นผู้รับผลประโยชน์สูงสุดในภูมิภาคเอเชีย จากโครงสร้างการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตที่ 6.4% ในปีนี้ และ 6.6% ในปีหน้า ทั้งนี้ หากสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ได้เพิ่มเติม จะช่วยให้อินเดียเพิ่มเสน่ห์ในฐานะศูนย์กลางการผลิตของโลก แม้หุ้นอินเดียจะมีมูลค่าที่แพงกว่าตลาดหุ้นเอเชีย แต่ก็ยังคงมีเสถียรภาพจากนโยบายการเงินที่เอื้ออำนวย รวมถึงได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิต (Reshoring)

ในขณะที่ประเทศไทย คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยคาดว่า GDP จะอยู่ที่ราว 1.8% จากแรงกดดันด้านการค้าต่างประเทศที่อาจจะชะลอตัว การลงทุนภาคเอกชนที่อ่อนแอ และความไม่แน่นอนทางการเมือง แม้ภาคการท่องเที่ยวจะชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ

ขณะที่เงินเฟ้อไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เปิดโอกาสให้ธนาคารแห่งประเทศไทย อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยได้อีกหนึ่งครั้ง หากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่คาดสำหรับการลงทุนในไทย แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นหุ้นปันผลสูง เพื่อช่วยลดความผันผวนและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง

“หลัก ๆ แล้วทิศทางตลาดหุ้นไทยยังขึ้นอยู่กับผลการเจรจาภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นี้ หากไม่มีปัจจัยลบใหม่ก่อนที่จะมีข้อสรุปอะไรดัชนีจะเคลื่อนไหว 1,200-1,225 จุด แต่หากมีความคืบหน้า แรงกดดันก็จะหายไป จากตลาดหุ้นขึ้นมารอบนี้เกือบ 100 จุด เพราะความคาดหวัง หากภาษีออกมาต่ำกว่า 36% ดัชนีอาจจะขึ้นต่อได้แถว ๆ 1,200-1,250 จุด แต่หากยังถูกเก็บอย่างที่ประกาศออกมาก็อาจจะลงไป 1,040-1,050 ได้”

อย่างไรก็ตาม การที่ บลจ.อีสท์สปริง มองว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นักลงทุนทั่วโลกยังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า การเติบโตที่ชะลอตัวลงในเศรษฐกิจหลัก และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทิศทางดอกเบี้ยขาลง จึงแนะนำกรอบการลงทุน 5 ธีมหลัก เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมมหภาคที่เปราะบาง ดังนี้

  • D = Diversify Globally แนะนำ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Core (ES-GCORE)
  • R = Resilient US Leaders แนะนำ กองทุนเปิดอีสท์สปริง US Blue Chip Equity (ES-USBLUECHIP)
  • I = Income from Innovation แนะนำ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Nasdaq Equity Premium Income (ES-NDQPIN)
  • V = Value from Asia แนะนำ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Asian Low Volatility Equity (ES-ALOVE)
  • E = Enhanced Bond Income แนะนำ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Income (ES-GINCOME)

นี่ถือเป็น 5 ธีมหลัก สำหรับการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ซึ่ง บลจ.อีสท์สปริงแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...