โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

สตาร์ตอัป Marathon Fusion อ้างว่าผลิตทองคำได้จากเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันแบบโทคาแมก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 09.09 น.
สตาร์ตอัป Marathon Fusion อ้างว่าผลิตทองคำได้จากเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันแบบโทคาแมก

บริษัท Marathon Fusion สตาร์ตอัปในสหรัฐอเมริกาเผยว่าเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันแบบโทคาแมก (Tokamak) ที่พวกเขาพัฒนาสามารถเปลี่ยนปรอทธรรมดาให้กลายเป็นทองคำได้จริง ซึ่งผลลัพธ์นี้เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาฟิวชันภายในเครื่อง กลายเป็นผลพลอยได้ทองคำที่ทรงพลังและแปลกประหลาดเกินคาด

มนุษย์พยายามสร้างทองคำตั้งแต่ยุคอดีต

ย้อนกลับไปในยุคกรีกโบราณ นักเล่นแร่แปรธาตุต่างพยายามแสวงหาวิธีสร้าง “ศิลาอาถรรพ์” ซึ่งว่ากันว่าสามารถเปลี่ยนโลหะธรรมดา เช่น ตะกั่ว ดีบุก หรือปรอท ให้กลายเป็นทองคำได้

โดยในยุคนั้นพวกเขาผสมผสานศาสตร์ทางเคมีกับอภิปรัชญาในการแสวงหาทั้งความรู้แจ้งทางจิตวิญญาณและหนทางสู่ความมั่งคั่ง แต่น่าเสียดายที่ความสำเร็จในทางปฏิบัติกลับเป็นศูนย์ และมักมีเพียงพวกฉ้อฉลที่หลอกลวงผู้อุปถัมภ์ผู้โลภเท่านั้นที่ได้ผลประโยชน์

แม้ในศตวรรษที่ 20 นักฟิสิกส์จะสามารถเปลี่ยนธาตุได้ในทางทฤษฎีโดยใช้อำนาจของพลังงานนิวเคลียร์ แต่กระบวนการดังกล่าวกลับให้ทองคำเพียงเล็กน้อยในราคาต้นทุนที่สูงไม่คุ้มค่าการลงทุน

แนวคิดคริสโซโพเอียเล่นแร่แปรธาตุ

ปัจจุบันนี้ แนวคิดที่มีชื่อเรียกเฉพาะในแวดวงว่าคริสโซโพเอีย (Chrysopoeia) การแปรธาตุให้เป็นทอง ได้หวนคืนในรูปแบบที่เป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ และที่น่าสนใจคือไม่ได้ตั้งใจจะผลิตทอง แต่กลับเกิดขึ้นเป็นผลพลอยได้จากการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานฟิวชันผลิตกระแสไฟฟ้า

เครื่องปฏิกรณ์โทคาแมก (Tokamak)

สตาร์ตอัป Marathon Fusion เปิดเผยว่า เครื่องปฏิกรณ์โทคาแมก (Tokamak) ของบริษัทนอกจากจะสามารถผลิตพลังงานสะอาดในระดับกิกะวัตต์แล้ว ยังสามารถแปรสภาพปรอทให้กลายเป็นทองคำได้ในปริมาณที่น่าทึ่ง คือ ประมาณ 5 ตันทองคำต่อการผลิตพลังงาน 2.5 กิกะวัตต์

วิธีการนี้คล้ายคลึงกับแนวคิดเดิมที่ใช้ลิเธียมเป็นตัวดูดซับนิวตรอนเพื่อผลิตทริเทียมในเครื่องปฏิกรณ์ฟิวชัน เมื่อแทนลิเธียมด้วยไอโซโทปปรอท-198 (หรือผสมลิเธียมกับปรอท) นิวตรอนเร็วจากฟิวชันจะเปลี่ยนไอโซโทปนั้นให้กลายเป็นปรอท-197 ที่ไม่เสถียร ซึ่งจะสลายตัวผ่านการปล่อยอิเล็กตรอน จนได้เป็นทองคำ-197 ทองคำแท้ในทางนิวเคลียร์

Schematics of fusion power plant on tokamak principle. Credit: Energy Encyclopedia.

วิธีการนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ

รายงานฉบับล่าสุดซึ่งยังรอการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า หากใช้ปรอทที่เสริมไอโซโทปเป้าหมายไว้ถึง 90% จะได้ผลตอบสนองที่ดีที่สุด โดยทองคำสามารถแยกออกได้ง่ายจากโลหะผสมที่สัมผัสกับปฏิกรณ์ เนื่องจากทองคำมีคุณสมบัติเฉื่อย ทำให้การแยกตัวทางเคมีมีความสะดวก

แม้แนวคิดนี้จะยังอยู่ในระดับต้นแบบและการทดลอง แต่หากผลการศึกษาได้รับการรับรองและนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรม ก็อาจทำให้ฝันที่กินเวลาเป็นพันปีของมนุษย์ในการสร้างทองคำกลายเป็นเรื่องธรรมดา และอาจเขย่าระบบเศรษฐกิจของโลกในอนาคตอีกด้วย

นักวิจัย CERN เคยผลิตทองคำสำเร็จ

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี 2025 นักวิจัยที่ CERN หรือองค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป (European Organization for Nuclear Research) ประสบความสำเร็จในการทดลองเปลี่ยนตะกั่วให้เป็นทองคำได้จริง แต่กระบวนการดังกล่าวไม่ได้เป็นไปเพื่อการค้าและมีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่าที่หลายคนเข้าใจ

โดยนักวิจัยที่ CERN สามารถสังเคราะห์ทองคำได้โดยการใช้เครื่องเร่งอนุภาคแฮดรอนขนาดใหญ่ (Large Hadron Collider - LHC) เร่งอะตอมของตะกั่วให้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วใกล้เคียงกับความเร็วแสง แล้วทำให้เกิดการชนกันแบบ "ultraperipheral collisions" ซึ่งเป็นการชนแบบไม่สัมผัสกันโดยตรง แต่สร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทรงพลังมหาศาลขึ้นมาแทน

พลังงานจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้านี้สามารถดึงโปรตอนออกจากนิวเคลียสของตะกั่ว (ซึ่งมีโปรตอน 82 ตัว) ได้สำเร็จ เมื่อนิวเคลียสของตะกั่วสูญเสียโปรตอนไป 3 ตัว จะทำให้เลขอะตอมลดลงเหลือ 79 ซึ่งตรงกับเลขอะตอมของธาตุทองคำพอดี

อย่างไรก็ตาม ทองคำที่ได้มีปริมาณน้อยมาก ระดับไมโครกรัม และกระบวนการมีต้นทุนสูงมากจนไม่สามารถทำในเชิงพาณิชย์ได้ ปัจจุบันการแปรธาตุในลักษณะนี้จึงยังคงเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษากลไกของปฏิกิริยานิวเคลียร์ มากกว่าจะเป็นทางเลือกในการผลิตทองคำจริงในอุตสาหกรรม

การเปลี่ยนปรอทเป็นทองคำจะฟังดูเหมือนเวทมนตร์ในนิยายยุคกลาง แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่กำลังทำให้ความฝันของนักเล่นแร่แปรธาตุในอดีตเข้าใกล้ความจริงยิ่งขึ้นไม่ใช่ด้วยเวทมนตร์ แต่ด้วยฟิสิกส์พลังงานสูงและปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่ซับซ้อน หากแนวคิดของ Marathon Fusion ได้รับการยืนยันและพัฒนาอย่างเป็นระบบ มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่มนุษย์ไม่เพียงแต่ควบคุมพลังของดวงดาวเพื่อผลิตพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่ยังอาจเขียนนิยามใหม่ให้กับคุณค่าของทองคำที่เคยถูกมองว่าเป็นสิ่งหายากและล้ำค่าในประวัติศาสตร์ของโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...