โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ปิดดีลภาษีกับมาร์กอสที่ 19% สินค้าสหรัฐเข้าตลาดฟิลิปปินส์ “อย่างเสรี”

เดลินิวส์

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 00.52 น. • เดลินิวส์
ผู้นำสหรัฐประกาศการบรรลุข้อตกลงการค้ากับฟิลิปปินส์ โดยรัฐบาลมะนิลายอมรับอัตราภาษี 19% และเปิดตลาดให้กับสินค้าจากอเมริกันซึ่งไม่ต้องเสียภาษี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงการค้ากับฟิลิปปินส์ โดยอัตราภาษีต่างตอบแทนของฟิลิปปินส์จะอยู่ที่ 19% ลดลง 1% จาก 20% ที่ทรัมป์เคยขู่ว่า จะเรียกเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้

ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า ฟิลิปปินส์จะ "เปิดตลาดอย่างเต็มที่" ให้กับสินค้าของสหรัฐ ที่จะเข้าสู่ฟิลิปปินส์ด้วยอัตราภาษี 0% อย่างไรก็ตาม เดิมทีทรัมป์ประกาศกำแพงภาษีต่างตอบแทนกับฟิลิปปินส์ไว้ที่ 17% ระหว่างการประกาศอัตราภาษีต่างตอบแทนกับทั่วโลก เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์กล่าวระหว่างการพบหารือกับประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ที่ทำเนียบขาว ว่าผู้นำฟิลิปปินส์ "เป็นนักเจรจาที่ต่อรองด้วยยากมาก" และสหรัฐ "ยังไม่พร้อม" ที่จะบรรลุข้อตกลงการค้ากับอีกฝ่าย แต่ในที่สุด ผู้นำสหรัฐประกาศข้อตกลงการค้าร่วมกับฟิลิปปินส์ในที่สุด

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน ว่ารัฐบาลมะนิลา "เคยโน้มเอียงไปทางจีน" หมายถึงในยุครัฐบาลมะนิลาชุดก่อนหน้าของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต แต่สหรัฐ "ดึงฟิลิปปินส์กลับมาได้เร็วมาก" สื่อถึงยุคของมาร์กอส ซึ่งมีการเดินหน้าความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับรัฐบาลวอชิงตันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดระหว่างรัฐบาลมะนิลากับรัฐบาลปักกิ่ง ต่อข้อพิพาทเรื่องทะเลจีนใต้.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...